กลุ่มพิเศษเช็ค“เราชนะ”ด่วน! ส่วน “เรารักกัน” ฉลุย!

คลังจี้กลุ่มพิเศษฯ ที่ลงทะเบียนช่วง 22 ก.พ. – 5 มี.ค. รีบเช็คผลการคัดกรองคุณสมบัติด่วน! ด้านโฆษกคลัง เผย! ยอดใช้จ่าย “เราชนะ” พุ่งทะลุเฉียด 1.2 แสนล้านบาทแล้ว ส่วน “ม.33 เรารักกัน” เปิดเช็คสิทธิวันแรกฉลุย! ไร้ปัญหา แจงไทม์ไลน์จ่ายเงินงวดแรก “พันบาท” 22 มี.ค.นี้ จนครบ “4 พันบาท”

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้า การคัดกรองคุณสมบัติสำหรับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2564 ว่า ประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถตรวจสอบสถานะการคัดกรองคุณสมบัติได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม เป็นต้นไป โดยผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจะได้รับวงเงินสิทธิครั้งแรก จำนวน 6,000 บาท ในวันที่ 19 มีนาคม 2564 และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิดังกล่าวผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ได้ที่ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับ ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคมนี้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือติดต่อสาขาของธนาคารกรุงไทย ส่วนความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2564 โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า…
1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 49,451 ล้านบาท
2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 16.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 66,804 ล้านบาท
และ 3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 0.5 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 2,049 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิในโครงการฯ แล้ว

รวมทั้งสิ้นจำนวน 30.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 118,304 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.2 ล้านกิจการ
ด้าน โครงการ “ม.33 เรารักกัน” ที่เปิดให้ผู้ลงทะเบียนได้ตาวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 นั้น ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ยืนยันว่า กระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม มีความพร้อมสำหรับให้ผู้ประกันตน มาตรา 33 ยืนยันตัวตน ม.33 เรารักกันในวันแรกนี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน ตนและผู้บริหารของกระทรวงแรงงานจะลงพื้นที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อติดตามความเรียบร้อย โดยจะเริ่มที่จังหวัดปทุมธานีเป็นที่แรก เนื่องจากเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมมีผู้ประกันตนเป็นจำนวนมาก
จากข้อมูลเบื้องต้นระบุถึงจำนวนผู้ลงทะเบียนในโครงการ “ม.33 เรารักกัน” แล้ว โดยมีทั้งสิ้นกว่า 7.8 ล้านคน ทั้งนี้ หากผู้ที่ลงทะเบียนแล้วไม่ได้รับสิทธิตามโครงการฯ สามารถขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 28 มีนาคมนี้ โดยผู้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนฯ จะได้รับเงินก้อนแรก 1,000 บาท ในวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม และจะได้ทุกวันจันทร์ในสัปดาห์ถัดไปอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท จนกว่าจะครบ 4,000 บาท และสามารถใช้จ่ายหรือสะสมเงินไว้ในจ่ายได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคมที่จะถึงนี้.