ญี่ปุ่นเบรกวีซ่านักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์
สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำฟิลิปปินส์ประกาศจำกัดจำนวนโควตาวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับชาวฟิลิปปินส์ หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อันเป็นผลมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า
ทางสถานทูตแนะนำให้ผู้ที่ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวยื่นคำร้องล่วงหน้าถึง 2 เดือน ซึ่งนานกว่าระยะเวลาที่แนะนำก่อนหน้านี้ถึงสองเท่า การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้อาจส่งผลกระทบต่อกระแสการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กำลังเฟื่องฟู
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปกติแล้ว ชาวฟิลิปปินส์ต้องยื่นขอวีซ่าผ่านตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีอย่างน้อย 5 แห่งในประเทศ เจ้าหน้าที่บริษัทท่องเที่ยวในกรุงมะนิลาเปิดเผยว่า สถานทูตได้แจ้งลดจำนวนการรับคำร้องขอวีซ่าต่อวันลงประมาณ 50%
มาตรการดังกล่าวส่งผลให้สำนักงานของตัวแทนหลายแห่งต้องเผชิญกับผู้ใช้บริการจำนวนมาก มีผู้เข้าคิวรอหน้าสำนักงานตั้งแต่ก่อนเปิดทำการ และโควตามักเต็มตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้ตัวแทนบางแห่งระงับการรับคำร้องใหม่ หรือเปลี่ยนเป็นระบบนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
ขณะเดียวกัน สถานทูตญี่ปุ่นมีแผนจะเปลี่ยนไปใช้ระบบศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (visa center system) ภายในปลายปีนี้ โดยจะว่าจ้างบริษัทเพียงรายเดียวมาดำเนินการ แม้จะคาดหวังว่าระบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่คนในวงการท่องเที่ยวก็กังวลว่าการรวมศูนย์ไว้ที่บริษัทเดียวอาจมีผลกระทบตามมา
ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า มีชาวฟิลิปปินส์เดินทางไปญี่ปุ่นราว 818,700 คนในปี 2567 เพิ่มขึ้น 31.6% จากปีก่อน และทำสถิติสูงสุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
ในกลุ่ม 6 ประเทศหลักของอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และบรูไน ฟิลิปปินส์มีจำนวนคนไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 รองจากไทยในปี 2567 แต่กลับมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด
รายงานระบุว่า ค่าเงินเยนที่อ่อนค่า และการเพิ่มเที่ยวบินตรงของสายการบินต้นทุนต่ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวฟิลิปปินส์ยังคงเข้มงวด โดยต้องผ่านการตรวจสอบรายได้และเอกสารอื่น ๆ อย่างละเอียด
ทั้งนี้ ข้อจำกัดใหม่และความล่าช้าในการออกวีซ่าครั้งนี้ อาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนใจไปเที่ยวที่อื่นแทน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : นักท่องเที่ยวบุกญี่ปุ่น 3.49 ล้านคน เดือนธ.ค.67