ประวัติ “ไอติม-พริษฐ์” จ่อขึ้นแท่นหัวหน้า “พรรคประชาชน”คนใหม่
ประวัติ ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ จ่อขึ้นหัวหน้าพรรคประชาชน
พรรคประชาชน กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนตัวทีมผู้บริหารพรรค รับมือกรณี 44 สส.อาจถูกศาลสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่
คาดการณ์กันว่า ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชน คนใหม่ ต่อจาก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในช่วงการประชุมใหญ่ประจำปีเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้
สำหรับ พริษฐ์ วัชรสินธุ เกิดวันที่ 10 ธันวาคม 2535 ชื่อเล่น ไอติม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคประชาชน
เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม NewDem ที่รวบรวมคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ แต่หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐและสนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พริษฐ์ จึงลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแทน

ปฐมวัยและการศึกษา
พริษฐ์เป็นบุตรชายคนเดียวของศาสตราจารย์ นาวาอากาศตรี นายแพทย์ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับศาสตราจารย์แพทย์หญิง อลิสา วัชรสินธุ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นพี่สาวของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พริษฐ์ จึงมีศักดิ์เป็นหลานน้าของนายอภิสิทธิ์
พริษฐ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่ออายุเก้าปี และเข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพฯ และโรงเรียนเตรียมมัธยมศึกษาและวิทยาลัยอีตันที่ประเทศอังกฤษ ต่อมา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีควบปริญญาโทในสาขาวิชาปรัชญาการเมือง และเศรษฐศาสตร์ (Philosophy, Politics and Economics) เกียรตินิยมเหรียญทอง จากวิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
ระหว่างที่ศึกษาในออกซ์ฟอร์ด เขาได้รับเลือกเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และประธานชมรมโต้วาทีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาคนแรกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี พริษฐ์ก็กลับไทยมาฝึกงานเป็นระยะเวลาไม่นานที่สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2552 ซึ่งก็ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง

การทำงานก่อนลงการเมือง
เมื่อสำเร็จการศึกษาปริญญาโทแล้ว เขาต้องการทำงานการเมืองในประเทศไทย แต่ขณะนั้น ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จึงตัดสินใจเข้าทำงานให้บริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company ทำให้มีโอกาสได้ไปทำงานหลายประเทศ และได้ช่วยคิดนโยบายแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การรณรงค์ให้คนขึ้นรถเมล์ หรือนโยบายการท่องเที่ยว จึงทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาว่าทำไมจึงไม่กลับมาช่วยพัฒนาประเทศ
งานการเมือง
พรรคประชาธิปัตย์
ในปี 2561 เขาได้ลาออกจากบริษัทที่ปรึกษาในต่างประเทศ และเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อเริ่มต้นอาชีพการเมืองของเขากับ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเขาได้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม NewDem ซึ่งเป็นกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับ สุรบถ หลีกภัย บุตรชายของ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา, นาย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ บุตรชายของ พนิช วิกิตเศรษฐ์ และ คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์
เมื่อ 26 ธันวาคม 2561 เขาได้รับมอบหมายจาก พรรคประชาธิปัตย์ ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 13 บางกะปิ วังทองหลาง (แขวงพลับพลาเท่านั้น) ใน การเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งเจ้าของที่นั่งก่อนหน้านี้คือนาย ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน (บุตรชายของนาย บัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งครั้งนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้สูญเสียที่นั่งทุกที่นั่งในกรุงเทพมหานคร โดยเขตเลือกตั้งที่ 13 พริษฐ์ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นอันดับที่ 4
หลังการเลือกตั้งจบลงก็มีกระแสข่าวว่าสมาชิกรุ่นอาวุโสของ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ พริษฐ์ และสมาชิกกลุ่ม NewDem จำนวนหนึ่งตัดสินใจลาออกจากสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นจุดสิ้นสุดของกลุ่ม NewDem พริษฐ์เคยให้เหตุผลในวงเสวนาที่ร้าน Cafe’ Velo Dome มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเขาอยากจะลองเปลี่ยนแปลงแก้ไขพรรคนี้จากภายในด้วยตัวของเขาเอง กล่าวคือเปลี่ยนจากพรรคที่มีความเป็นอนุรักษย์นิยมมาเป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขาเป็นได้แค่ฟันเฟืองเล็กๆที่มีสิ่งที่ใหญ่กว่าทำให้พรรคไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

พรรคก้าวไกล
ในปี 2565 พริษฐ์เป็นผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล โดยเปิดตัวในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2565 ของพรรค ณ อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ในการเลือกตั้ง 2566 เขาลงสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล ในลำดับที่ 11 และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. สมัยแรก จากนั้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2566 พริษฐ์ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารพรรคให้เป็นโฆษกพรรคต่อจากรังสิมันต์ โรม และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26
สำหรับการเลือกตั้ง ปี 2569 พริษฐ์ ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9 ของพรรคประชาชน


