ไทย–ติมอร์-เลสเต ขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ-ความมั่นคง เล็งเปิดบินตรงกรุงเทพฯ–ดิลี
ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570
มุ่งขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ผลักดันการเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–ดิลี พร้อมร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 12.10 น. ณ โถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายไก ราลา ซานานา กุซเมา (H.E. Mr. Kay Rala Xanana Gusmão) นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต
ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคีร่วมกัน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมยืนยันความพร้อมของไทยในการสนับสนุนติมอร์-เลสเตทุกมิติ โดยผลการหารือครอบคลุมความร่วมมือสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
* การเยือนระดับสูงและกลไกทวิภาคี: ทั้งสองฝ่ายเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 พร้อมจัดทำแถลงการณ์ร่วมและกลไกการหารือทวิภาคี โดยมีกำหนดจัดประชุมนัดแรกที่ติมอร์-เลสเตในเร็ว ๆ นี้
* ความมั่นคงและกลาโหม: สานต่อความสัมพันธ์ทางการทหารที่มีมาอย่างยาวนาน โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยมีแผนเดินทางเยือนติมอร์-เลสเตในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ ไทยยินดีสนับสนุนโครงการอนุสรณ์สถานกองกำลังนานาชาติในติมอร์ (INTERFET Memorial) และเตรียมเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์
* เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการคมนาคม: ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหาร เร่งสรุป MOU ด้านการค้าข้าว และอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป รวมทั้งส่งเสริมเอกชนไทยลงทุนในสาขาเกษตร พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันได้เร่งผลักดันความตกลงบริการเดินอากาศเพื่อเปิดเที่ยวบินตรง “กรุงเทพฯ–ดิลี” เชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยว
* ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา: สานต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งไทยมอบทุนการศึกษาและฝึกอบรมแก่ติมอร์-เลสเตแล้วกว่า 800 ทุน ตั้งแต่ปี 2544 และเร่งสรุปแผนความร่วมมือพัฒนาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) พร้อมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโรงเรียน 6 แห่ง
* ความร่วมมือระดับภูมิภาค: ไทยพร้อมสนับสนุนศักยภาพติมอร์-เลสเตในการเป็นสมาชิกอาเซียนและการเตรียมพร้อมเป็นประธานอาเซียนในอนาคต พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทของเมียนมาในฐานะสมาชิกอาเซียนเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุทิ้งท้ายว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “อนุทิน” รับจดหมาย “ทรัมป์” เร่งพาณิชย์สรุปเจรจาภาษี ลุ้นลงนามเร็วนี้

