ประธานธนาคารโลกชูท่องเที่ยวไทยต้นแบบสร้างงาน กระจายรายได้สู่ชุมชน
ประธานธนาคารโลกยก “การท่องเที่ยวไทย” เป็นต้นแบบทรงพลังในการสร้างงาน! ชี้เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพสูงในการขยายโอกาสการจ้างงานท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน และทวีคูณประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนเพื่อรับมือความท้าทายประชากรโลก
นายอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) กล่าวในการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า การสร้างงานต้องเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก เนื่องจากในอีก 15 ปีข้างหน้า จะมีคนหนุ่มสาวทั่วโลกประมาณ 1.2 พันล้านคนที่มีอายุครบ 18 ปี
ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญทางประชากรศาสตร์ หากแต่ละประเทศสามารถเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงการศึกษา การดูแลสุขภาพ น้ำสะอาด และการฝึกทักษะที่จำเป็น พร้อมสร้างโอกาสให้พวกเขามีงานทำและสร้างรายได้อย่างมั่นคง
นายบังกา กล่าวว่า การสร้างงานไม่ได้หมายถึงการทำงานในบริษัทขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการประกอบธุรกิจและการมีส่วนร่วมสร้างผลิตภาพให้แก่สังคม เพราะการมีงานทำไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังช่วยให้ประชาชนมีความหวังและศักดิ์ศรีในชีวิต
ด้วยเหตุนี้ ธนาคารโลกจึงปรับแนวทางการดำเนินงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับการสร้างงานเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา แม้การลงทุนสร้างโรงเรียน ถนน ศูนย์ฝึกทักษะ และสถานพยาบาลยังมีความจำเป็น แต่การลงทุนเหล่านี้ต้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายการสร้างงานอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญประกอบด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและทรัพยากรมนุษย์ การมีธรรมาภิบาลและนโยบายที่เหมาะสม ตลอดจนการลดความเสี่ยงให้แก่เงินทุนภาคเอกชน เพื่อดึงดูดการลงทุนในวงกว้าง
โดยมองว่าภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน คิดเป็นประมาณ 75-85% ของการจ้างงานในแต่ละประเทศ ขณะที่รัฐบาลมีบทบาทสนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนดัน Small AI เพิ่มผลิตภาพ ไม่ใช่แค่กังวลแย่งงาน
สำหรับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) นายบังกามองว่า ในตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา การนำ AI มาใช้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นความกังวลว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาทดแทนแรงงานหรือไม่ แต่ยังมีโอกาสมหาศาลในการนำ AI ไปเพิ่มผลิตภาพให้แก่ภาคการศึกษา สาธารณสุข และการเกษตร โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ Small AI หรือ AI ขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเฉพาะด้าน
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศที่มีทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีจำกัด สามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่ใช้งานได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโมเดลภาษาขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น การนำ AI มาใช้ในระบบสาธารณสุขปฐมภูมิของอินโดนีเซีย บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลสามารถถ่ายภาพอาการผู้ป่วยและส่งให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมิน หรือใช้เครื่องมือ AI เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์เบื้องต้น ตลอดจนเชื่อมโยงผู้ป่วยเข้าสู่ระบบนัดหมายแพทย์เฉพาะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนภาคการเกษตร สามารถใช้ AI ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับโรคพืช ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ประกันภัยพืชผล สินเชื่อ และราคาจำหน่ายผลผลิต โดยยกตัวอย่างการใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพใบพืชเพื่อระบุโรคและแนะนำแนวทางจัดการ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และบริการที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น แม้มีข้อจำกัดด้านการอ่านเขียนหรือการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ
เปิด 5 ภาคส่วนหลัก สร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา
นายบังกากล่าวเพิ่มเติมว่า จากการทำงานของสภาการจ้างงาน (Jobs Council) ซึ่งมีนายทาร์มาน ชันมูการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีสิงคโปร์ เป็นประธานร่วม
ได้ข้อสรุปถึง 5 ภาคส่วนสำคัญที่มีศักยภาพในการสร้างงาน โดยเน้นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แทนการพึ่งพารูปแบบการจ้างงานจากประเทศพัฒนาแล้วมายังประเทศกำลังพัฒนาเหมือนในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย
1. โครงสร้างพื้นฐาน ครอบคลุมการก่อสร้างถนน สะพาน สนามบิน ระบบไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการลงทุนด้านการศึกษาและการฝึกทักษะ ซึ่งช่วยสร้างงานโดยตรงและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ
2. เกษตรกรรมและเกษตรกรรายย่อย ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงสหกรณ์ เทคโนโลยี และบริการทางการเงิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับรายได้
3. สาธารณสุขปฐมภูมิและบริการสุขภาพ ขยายบริการดูแลสุขภาพในระดับชุมชน เพิ่มความต้องการบุคลากร เช่น พยาบาล ผดุงครรภ์ และเจ้าหน้าที่เทคนิคทางการแพทย์ พร้อมใช้เทคโนโลยีและ AI เชื่อมโยงบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
4. การท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างการจ้างงานต่อเนื่องในหลายสาขา โดยนายบังกายกประเทศไทยเป็นตัวอย่างประเทศที่มีศักยภาพในการต่อยอดการท่องเที่ยวให้สร้างงานและกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
5. การผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่สร้างงานและเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรในประเทศ แทนการพึ่งพาการสกัดทรัพยากรเพียงอย่างเดียว รวมถึงการต่อยอดแร่ธาตุ โลหะ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย
นายบังกาย้ำว่า การสร้างงานในอนาคตต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยภาครัฐต้องวางรากฐานที่เหมาะสม ขณะที่ภาคเอกชนเป็นกำลังสำคัญในการลงทุนและสร้างการจ้างงาน พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ทั้งนี้ การส่งเสริม Small AI ในตลาดเกิดใหม่จึงเป็นอีกแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนและธุรกิจรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น เพิ่มผลิตภาพ และเปิดโอกาสให้เกิดงานที่มีคุณภาพในท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวคิดที่สภาการจ้างงานนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางขับเคลื่อนการสร้างงานของธนาคารโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “กรณ์” ชี้ 35 ปี ประชุม IMF–World Bank ในไทย จาก “ยุคทอง“ สู่ “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย”

