จีดีพี Q2 มาเลเซียติดลบ 17.1%

กัวลาลัมเปอร์ – เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ธนาคารกลางมาเลเซียและสำนักงานสถิติประกาศว่า ตัวเลขจีดีพีของมาเลเซีย หดตัวติดลบ 17.1% ในไตรมาส 2 ของปี 2563 เมื่อเทียบกับที่เคยเติบโต 0.7% ในไตรมาสแรก
เป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดของมาเลเซียในรอบ 22 ปี โดยย้อนหลังไปในปี 2541 จีดีพีในไตรมาส 4 ของมาเลเซียหดตัวติดลบ 11.2% ในช่วงเกิดวิกฤตการเงินในเอเชีย
“ ตัวเลขที่ปรับลดลงสะท้อนถึงผลกระทบเกินคาดการณ์ของมาตรการเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทั้งทั่วโลกและในประเทศ” ธนาคารกลางระบุในแถลงการณ์
ในมาเลเซีย มีการประกาศคำสั่งควบคุมการเดินทางของประชาชนตั้งแต่ 18 มี.ค. ซึ่งรวมถึงอีกหลายมาตรการที่คุมเข้มกิจกรรมการผลิตและการบริโภค
หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการ และเปิดทำการธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เดือนพ.ค. ธนาคารกลางคาดการณ์ว่าจีดีพีจะปรับดีขึ้น อยู่ระหว่างติดลบ 3.5 – 5.5% ในปี 2563 และเติบโต 5.5 – 8.0% ในปี 2564
“ คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และจะยิ่งดีขึ้นในปี 2564” นอร์ ชัมสิอาห์ มอห์ด ยูนัส ผู้ว่าการธนาคารกลางกล่าวในการแถลงข่าวเสมือน
โดยเธอเสริมว่า ข้อมูลชี้ว่าเศรษฐกิจดิ่งสุดในเดือนเม.ย. ในช่วงที่มีมาตรการคุมเข้มการระบาดของไวรัสโคโรนา
จีดีพีหดตัวติดลบถึง 28.6% ขณะที่ในเดือนพ.ค.ปรับขึ้นมาเป็นติดลบ 19.5% และดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนมิ.ย.
ในด้านการผลิต ทุกภาคส่วนมีการเติบโตติดลบรวมถึงภาคเกษตรกรรมด้วย
นักท่องเที่ยวที่ลดลงจากมาตรการคุมเข้มการเดินทางระหว่างประเทศทำให้ภาคบริการหดตัว จากถ้อยแถลงของมอห์ด อูซีร์ มาฮีดิน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ธนาคาร
ภาคบริการและการผลิตติดลบ 16.2% และ 18.3% ตามลำดับ ขณะที่การก่อสร้างดิ่งร่วงถึง 44.5%
ดัชนีชี้วัดอื่นๆ เช่น การขายและจดทะเบียนรถยนต์ลดลงอย่างชัดเจนในเดือนเม.ย. – พ.ค.ปีนี้
คาดการณ์ว่าปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญทั้งการเปิดทำการธุรกิจในประเทศ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และโครงการขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่จะช่วยหนุนเศรษฐกิจของมาเลเซีย
อัตราการว่างงาน ซึ่งเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 เป็น 5.1% จากเดิม 3.5% ในไตรมาสแรก ยังคาดการณ์ว่าจะปรับเข้าที่เข้าทางสอดคล้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
“ ผมยังมองในแง่ดีว่าเราผ่านจุดเลวร้ายที่สุดมาแล้ว” ดาตุ๊ก นอร์ ชัมสิอาห์ระบุ
จนถึงตอนนี้ มาเลเซียมีตัวเลขผู้ป่วยสะสมจากโควิด-19 อยู่ที่ 9,129 ราย และมีผู้เสียชีวิต 125 รายนับตั้งแต่เกิดการระบาด และในวันที่ 13 ส.ค. มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย