มาเลย์เล็งใช้เคอร์ฟิวกับเด็กต่ำกว่า 18 ปี

เยาวชนมาเลเซียที่อายุต่ำกว่า 18 ปีอาจไม่สามารถเที่ยวเล่นอยู่ตามถนนในเวลากลางคืนได้อีก เพราะรัฐบาลกำลังพิจารณาที่จะหยิบยกมาตรการเคอร์ฟิวที่ห้ามออกจากบ้านในยามวิกาลขึ้นมาใช้
ทางการมาเลเซียกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะจำกัดเวลาของผู้เยาว์ในมาเลเซียที่จะอยู่นอกบ้านโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล เพื่อเป็นการปกป้องพวกเขาไม่ให้ถูกชักจูงจากกิจกรรมและอิทธิพลในเชิงลบ
โดยทางการเชื่อว่าการประกาศเคอร์ฟิว ที่ห้ามออกจากเคหสถานในเวลากลางคืนจะเป็นมาตรการคุ้มครองเยาวชนให้ออกจากปัญหา โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด
นี่เป็นหนึ่งในมาตรการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดและมีการตกลงกันของคณะกรรมการรัฐมนตรีในการประชุมเพื่อขจัดภัยยาเสพติด โดยมีประธานในการประชุมคือรองนายกรัฐมนตรี วัน อซิซาห์ วัน อิสมาอิล เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา
โดยรองนายกฯกล่าวว่า ทางการกำลังพิจารณาเรื่องเคอร์ฟิว สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีอย่างจริงจัง เนื่องจากสถิติที่มีการบันทึกมาชี้ว่า เป็นเรื่องจริงจังสำหรับเด็ก
ทั้งนี้ มาเลเซียไม่ใช่ประเทศแรกที่จะมีการนำมาตรการเคอร์ฟิวมาใช้กับวัยรุ่นและเด็ก เพราะไอซ์แลนด์ก็มีแนวคิดที่เหมือนกันในประเด็นนี้
“ เรามองเห็นนโยบายนี้ที่มีใช้อยู่ในไอซ์แลนด์ นี่เป็นโมเดลที่เราสามารถเลียนแบบได้” รองนายกฯ อซิซาห์ระบุหลังเป็นประธานในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ม.ค.
“ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ แต่เรารู้สึกว่านี่เป็นสิ่งจำเป็น และสามารถช่วยป้องกันผู้เยาว์จากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดี” เธอกล่าว
ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเด็กของไอซ์แลนด์ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่สามารถอยู่นอกบ้านหลังเวลา 20.00 น.ได้ นอกจากมีผู้ปกครองอยู่ด้วย โดยเด็กวัยรุ่นอายุ 13 – 16 ปี ไม่สามารถอยู่นอกบ้านได้หลังเวลา 22.00 น. นอกจากว่าอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้านจากกิจกรรมที่จัดโดยโรงเรียน หรือองค์กรกีฬา หรือชมรมเด็ก
โดยผู้ที่ละเมิดมาตรการเคอร์ฟิวจะถูกนำตัวไปสถานีตำรวจ และผู้ปกครองจะต้องไปรับเด็กๆกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม หลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับกฎหมายของไอซ์แลนด์ โดยระบุว่า เป็นการฝ่าฝืนข้อแนะนำของสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน และยังเป็นการละเมิดสิทธิเด็กอีกด้วย
ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่ก็คัดค้านการใช้มาตรการเคอร์ฟิว โดยในโพลออนไลน์ของสื่อ The Star มีผู้คัดค้านแนวคิดนี้มากถึง 1,400 ราย (49%) อย่่างไรก็ตามมีผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 34% ที่คิดว่าเคอร์ฟิวเป็นความคิดที่ดี และเป็นการสู้กับความเจ็บป่วยของสังคม.