สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 29 ส.ค. 68

1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.เชียงราย (77 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.อุบลราชธานี (85 มม.) ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี (19 มม.) ภาคกลาง : นครสวรรค์ (22 มม.) ภาคตะวันออก : จ.ตราด (67 มม.) ภาคใต้ : จ.พังงา (58 มม.)
สภาพอากาศวันนี้ : ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 30 ส.ค.–3 ก.ย. 68 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
2. พื้นที่ประสบอุทกภัย : วันที่ 29 ส.ค. 68 เกิดสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 6 จ. 18 อ. ได้แก่ จ.เชียงใหม่ (อ. แม่แจ่ม) จ.แม่ฮ่องสอน (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และขุนยวม) จ.น่าน (อ.เวียงสา) จ.แพร่ (อ.วังชิ้น เมืองแพร่ เด่นชัย สูงเม่น และลอง) จ.สุโขทัย (อ.เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย สวรรคโลก ศรีนคร และศรีสำโรง) และ จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา ผักไห่ บางบาล และบางไทร)
3. ประกาศแจ้งเตือน : ประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 19/2568 ลงวันที่ 28.ส.ค..68.เรื่อง เฝ้าระวังน้ำหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง ระดับน้ำแม่น้ำโขงและแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงวันที่ 30 ส.ค.–3 ก.ย. 68 ดังนี้ 1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และ
น้ำท่วมขัง ดังนี้
1.1 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเพชรบูรณ์
1.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี
1.3 ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด
1.4 ภาคใต้ บริเวณจังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก เลย บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง สุราษฎร์ธานี และกระบี่ และขอให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ให้สอดคล้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดผลกระทบน้อยที่สุด
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาย บริเวณอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แม่น้ำอิง บริเวณอำเภอเชียงคำ เทิง พญาเม็งราย ขุนตาล และเชียงของ จังหวัดเชียงราย แม่น้ำยม บริเวณอำเภอเมืองแพร่ สอง และวังชิ้น จังหวัดแพร่ อำเภอเมืองสุโขทัย และศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำน่าน บริเวณอำเภอเมืองน่าน และเวียงสา จังหวัดน่าน อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ แม่น้ำแควน้อย บริเวณอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และลำน้ำยัง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
4. เฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีปริมาณฝนตกสะสม บริเวณสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มส่งผลกระทบพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
5. เฝ้าระวังกิจกรรมการใช้น้ำและการสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 28 ส.ค. 68