สรุปข่าว 26-8-63

หุ้นปิดผสมผสาน
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาด(25ส.ค.) ลดลง 60.02 จุด หรือ0.21% ที่ 28,248.44 จุด สวนทางกับดัชนีเอสแอนด์พี ที่เพิ่มขึ้น 12.34 จุด หรือ0.36% ที่ 3,443.62 จุด และดัชนีแนสแดค เพิ่มขึ้น 86.75 จุด หรือ0.76% ที่ 11,466.47 จุด ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวานนี้(25ส.ค.)ที่ระดับ 1,315.99 จุด ลดลง 1.12 จุด หรือ 0.08% มูลค่าการซื้อขาย 56,355.22 ล้านบาท
เงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ
เงินบาทปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 31.48-31.49 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับเปิดตลาดในช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.50-31.52 บาท/ดอลลาร์
ทองปิดตลาดลดลงต่อเนื่อง
สัญญาณความตึงเครียดที่บรรเทาลงระหว่างสหรัฐฯกับจีน ฉุดทองคำในวันอังคาร(25ส.ค.) ปิดลบ 2 วันติด โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 16.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,923.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศเมื่อวานนี้ ราคาปรับลดลงตั้งแต่เปิดตลาดในช่วงเช้า และตลอดทั้งวันราคาปรับลดลง 4 ครั้งรวม250บาทต่อบาททองคำ โดยปิดตลาดทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 28,600.00ขายออกบาทละ 28,700.00 ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ28,091.48ขายออกบาทละ 29,200.00
น้ำมัน แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 73 เซ็นต์ ปิดที่ 43.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 73 เซ็นต์ ปิดที่ 45.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังพายุกดดันให้ต้องระงับปฏิบัติการด้านการผลิตนอกชายฝั่งในอ่าวเม็กซิโก
นายกฯประกาศพร้อมสู้คดีหากถูก”เฟซบุ๊ก”ฟ้องร้อง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงถึงกรณีการขอให้เฟซบุ๊กปิดเพจผิดกฎหมายว่า กฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ตนเองไม่เคยก้าวล่วงต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลเป็นไปตามกฎหมายไทย ไม่เคยใช้อำนาจเผด็จการไปสั่งปิด โดยหากถูกเฟซบุ๊กฟ้องร้องจริงก็พร้อมจะใช้กฎหมายไทยในการต่อสู้คดี เพราะแม้ทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องไม่ผิดกฎหมายไทย เช่นเดียวกับจะต้องไม่ผิดกฎหมายประเทศอื่นๆ
ครม.ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 1 เดือน สิ้นสุด ก.ย.63
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.สัญจร จ.ระยอง รับทราบการขยายระยะเวลาการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-30 ก.ย.63 ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19
ศาลอนุมัติหมายใหม่-จับ ‘บอส’ 3 ข้อหา
ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยาในฐานความผิด 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุเฉี่ยวชนรถอื่นเสียหายมีผู้ถึงแก่ความตาย ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที และ ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย หลังจากนี้จะส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ ก่อนที่จะมีการออกหมายแดง และส่งกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งต่อไปยังตำรวจสากล เพื่อติดตามตัวนายวรยุทธ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย
อนุมัติปรับเกณฑ์โครงการ”เราเที่ยวด้วยกัน” เพิ่มวัน-ค่าตั๋วเครื่องบิน”
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ครม.สัญจร จ.ระยอง เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการท่องเที่ยว”เราเที่ยวด้วยกัน” โดยให้เพิ่มวันพักจากเดิม 5 วัน เป็น 10 วัน และช่วยเหลือค่าตั๋วเครื่องบินจากเดิมไม่เกินคนละ 1,000 บาท เป็นคนละไม่เกิน 2,000 บาท
รมว.ศึกษาฯ สั่งโรงเรียนเปิดรับความคิดเห็นทางการเมืองของเด็ก
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ สั่งการให้โรงเรียนทุกแห่งเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ก.ย.63 เพราะมองว่าการที่นักเรียนและนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม อย่าทำให้เกิดความแตกแยกหรือก้าวร้าว หากพบพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวทางผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถตักเตือนได้ เพราะเมื่อได้สิทธิเสรีภาพแล้วต้องไม่กระทบต่อผู้อื่น
แต่งตั้งผู้บริหารก.คลังวุ่น
รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.เปิดเผยว่าการประชุม ครม.สัญจร จังหวัดระยองเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ได้เกิดความสับสนในการเสนอวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลัง โดยเดิมนายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง เตรียมเสนอโผแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 โดยเฉพาะตำแหน่งอธิบดีให้ ครม.พิจารณาในสัปดาห์นี้ แต่ต่อมาได้ถอนวาระออกจากที่ประชุมอย่างกะทันหัน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เพราะไม่เคยมีการถอนวาระการแต่งตั้งเช่นนี้มาก่อน
พณ.ลั่นไทยติดลิสต์ 2 ปีซ้อนประเทศน่าเริ่มต้นทำธุรกิจ
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เว็บไซต์ U.S.News & World Report (www.usnews.com/news/best-coun tries/best-start-a-business) ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่เผยแพร่ข่าว ความเห็น และการจัดอันดับต่างๆ ที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลต่อชาวอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่เหมาะในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก ประจำปี 2563 หรือ Best Countries to Start a Business 2020 ว่าไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่ 2
ตั้งเป้าไทยขึ้นแท่น Top5“ การค้าระหว่างประเทศ”ในปี 70
นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ปรับแผนงานและกลยุทธ์ในการส่งเสริมและผลักดันการค้าระหว่างประเทศให้สามารถดำเนินไปได้ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 5 (Top 5) ของเอเชียในด้านการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศ ภายในปี 2570 ซึ่งการไปสู่เป้าหมายดังกล่าวจะต้องเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ได้อย่างน้อยปีละ 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ในปี 62 ไทยมีมูลค่าส่งออกสูงเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย และอันดับ 23 ของโลก ด้วยมูลค่า 245,344 ล้านดอลลาร์