ศก.สิงคโปร์ Q3 หดตัว 7%

สิงคโปร์ – การหดตัวของเศรษฐกิจสิงคโปร์ชะลอตัวลงในไตรมาส 3 ของปีนี้ เนื่องจากประเทศเปิดให้มีกิจกรรมมากขึ้นหลังมีมาตรการล็อกดาวน์บางส่วน อ้างอิงจากตัวเลขประเมินทางการที่มีการเผยแพร่โดยกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม
โดยเศรษฐกิจของสิงคโปร์ในไตรมาส 3 หดตัวลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่างจากตัวเลขคาดการณ์ว่าจะหดตัว 6.8% ของนักวิเคราะห์ในโพลรอยเตอร์เล็กน้อย และการหดตัวชะลอช้าลงเมื่อเทียบกับที่เคยดิ่งร่วงลงไปถึง 13.3% ในไตรมาสก่อนหน้า
กระทรวงระบุว่า เมื่อเทียบกันไตรมาสต่อไตรมาส เศรษฐกิจสิงคโปร์ฟื้นตัวขึ้นมา 7.9% ในไตรมาสเดือนก.ค. – ก.ย. เป็นการดีดตัวฟื้นขึ้นมาจากที่เคยหดตัวถึง 13.2% ในไตรมาส 2
“ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของสิงคโปร์ในไตรมาส 3 เป็นผลมาจากการเปิดทำการธุรกิจหลังมาตรการเซอร์กิตเบรคเกอร์ของรัฐบาลในช่วงวันที่ 7 เม.ย. – 1 มิ.ย.” แถลงการณ์กระทรวงระบุ โดยอ้างถึงมาตรการล็อกดาวน์บางส่วนในประเทศก่อนหน้านี้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา
โดยภาคก่อสร้างมีการเติบโตมากที่สุดคือ 38.7% แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ภาคส่วนนี้หดตัวลงถึง 44.7%
ขณะที่อุตสาหกรรมบริการเติบโต 6.8% ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนก.ย. เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่หดตัวลงถึง 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ภาคการผลิตขยายตัว 3.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ในรายงานแยกอีกฉบับ ธนาคารกลางสิงคโปร์ระบุว่า ยังคงระดับอัตราแลกเปลี่ยนจากพื้นฐานนโยบายการคลัง
ในเดือนมี.ค. ธนาคารกลางมีการผ่อนคลายยโยบายที่เคร่งครัดที่สุดในรอบหลายปี ด้วยการลดระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินสิงคโปร์ดอลลาร์ลง
ธนาคารกลางอธิบายถึงการตัดสินใจนโยบายล่าสุดในวันที่ 14 ต.ค. และระบุว่า ขณะที่เศรษฐกิจสิงคโปร์กำลังฟื้นตัว คาดการณ์ว่าการเติบโตต่อเนื่องจะชะลอตัวลงในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 และยังคงเป็นเช่นนั้นจนถึงปีหน้า
โดยเสริมว่ายังคงต้องระวังดีมานด์นอกประเทศ ขณะที่มาตรการคุมเข้มการเดินทางข้ามประเทศยังคงดำเนินต่อไปเป็นปัจจัยที่มีแนวโน้มจะส่งผลกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประเทศ
“ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์จะฟื้นตัวในปี 2564 พร้อมกับความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมการเติบโตยังคงอ่อนแรง และผลต่างระหว่างจีดีพีและระดับผลลิตศักยภาพ (output gap) ที่ติดลบจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆในปีหน้า”
คาดการณ์ว่าสิงคโปร์จะหดตัวลงประมาณ 5% -7% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อน เงินเฟ้อมีแนวโน้มจะลดต่ำลง โดยคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางตั้งเป้าว่าดัชนีราคาผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงระหว่าง -0.5% ถึง 0% ในปีนี้