โพล ชี้ จัดฉาก ตัดตอน ปิดจบโกงสอบ คดียังไม่จบ – ศรัทธารัฐบาลจบ
ไอเอฟดีโพล ชี้ จัดฉาก ตัดตอน ปิดจบโกงสอบ คดียังไม่จบ – ศรัทธารัฐบาลจบ
วันที่ 6 ส.ค.69 ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ แถลงผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “โกงสอบ: สาวสุดถึงตัวใหญ่-รื้อสอบอนาคตไร้โกง” กลุ่มตัวอย่าง 1,256 ราย สำรวจช่วง 30 ก.ค. – 2 ส.ค. 69 ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ค่าความเชื่อมั่น 95% ค่าคลาดเคลื่อน ±3%
ผลสำรวจไอเอฟดีโพลคำถามเรื่อง “ความคิดเห็นต่อการดำเนินคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น”
- มองเป็นการจัดฉากหรือตัดตอนเพื่อลดแรงกดดันและเอาผิดไม่ถึงผู้สั่งการ (50.24%)
- ยังสรุปไม่ได้ ต้องติดตามว่าจะถึงผู้สั่งการหรือไม่ (25.56%)
- เชื่อว่าปราบจริงและจะเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ (17.04%)
- ไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (7.17%)
คำถามเรื่อง “คดีถูกจัดฉากหรือตัดตอนถึงสาเหตุที่คดีไปไม่ถึงผู้สั่งการ” (631 ตัวอย่าง)
- เอาผิดเฉพาะระดับปฏิบัติงานหรือคนตัวเล็ก (21.55%)
- การใช้วิธีสั่งย้ายหรือสอบวินัยเพื่อซื้อเวลาให้เรื่องเงียบ (20.92%)
- คดีมักล่าช้าหรือหยุดลงเมื่อเชื่อมโยงไปถึงผู้มีอำนาจ (20.13%)
- ไม่เปิดเผยความคืบหน้าต่อประชาชน (14.90%)
- หน่วยงานตรวจสอบถูกแทรกแซงหรือขาดความเป็นอิสระ (14.10%)
- ไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (8.40%)
คำถามเรื่อง “หากคดีเอาผิดได้เพียงคนตัวเล็ก แต่สาวไม่ถึงผู้สั่งการ”
- เงินและอำนาจสามารถแทรกแซงคดีเพื่อเปลี่ยนผิดเป็นถูกได้ (35.75%)
- ยิ่งเป็นคดีใหญ่ยิ่งเอาผิดตัวการใหญ่ได้ยาก (19.27%)
- ระบบจะมองการเอาผิดแค่คนตัวเล็กกลายเป็นเรื่องปกติ (17.75%)
- ความไม่เท่าเทียมทางกฎหมายที่คนไม่มีอำนาจมักถูกลงโทษได้ง่ายกว่า (14.57%)
- เห็นว่ายังสรุปไม่ได้เพราะอาจเกิดจากหลักฐานไม่เพียงพอ (9.00%)
- ไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (3.66%)
คำถามเรื่อง “หากพบเห็นการทุจริตด้วยตนเองจะเลือกทำอย่างไร”
- ส่งข้อมูลให้เพจดังหรืออินฟลูเอนเซอร์ (29.54%)
- แจ้งหน่วยงานรัฐ เช่น ป.ป.ช. ดีเอสไอ หรือตำรวจ (24.52%)
- ส่งให้องค์กรภาคประชาชน (11.70%)
- ไม่แจ้งเพราะสิ้นหวังว่าแจ้งไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง (11.54%)
- ส่งข้อมูลให้พรรคการเมืองเพื่อตรวจสอบ/นำเข้าสภา (7.09%)
- ไม่แจ้งเพราะกลัวไม่ปลอดภัยหรือกระทบต่อหน้าที่การงาน (6.69%)
- เลือกแนวทางอื่น เช่น ปรึกษาผู้มีความรู้ทางกฎหมายแล้วจึงดำเนินการต่อ หรือปรึกษาหน่วยงานที่พบเห็นการทุจริต (0.16%)
- ไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (8.76%)
จากผลโพลข้างต้น ดร.แดน ได้วิเคราะห์ 8 นัยยะ ดังนี้
- คดียังไม่จบ – ศรัทธารัฐจบ (93%) ประชาชนมองว่าการดำเนินคดีเป็นการจัดฉาก/ตัดตอน (50.24%) อยากเห็นการสาวถึงผู้สั่งการตัวจริง (25.56%) และอยากให้ปราบจริงทุกระดับถึงตัวใหญ่ (17.04%) และไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น (7.17%) ที่สะท้อนว่าคดียังไม่ทันจบ แต่ความไว้วางใจพังทลายล่วงหน้าแล้ว
- คดีจบที่ตัวเล็ก – ไม่ถึงตัวใหญ่ (63%) โดยประชาชนมองว่าคดีจะถูกตัดตอนไม่ถึงตัวใหญ่ ผ่านกำแพงคุ้มกันสามชั้น ได้แก่ การเอาผิดเฉพาะระดับปฏิบัติการ (21.55%) การสั่งย้าย/สอบวินัยเพื่อซื้อเวลาให้เรื่องเงียบ (20.92%) คดีล่าช้าหรือหยุดเมื่อโยงถึงตัวใหญ่ (20.13%) นอกจากนั้นประชาชนยังให้ความเห็นว่าการดำเนินคดีมีลักษณะไม่เปิดเผยความคืบหน้า (14.05%) และกรรมการสอบถูกแทรกแซง (13.28%) ร่วมด้วย
- คดีจบที่คนตัวเล็ก เพราะเงินอำนาจแทรกแซงเปลี่ยนผิดเป็นถูก (97%) ในกลุ่มที่มองว่าเป็นการจัดฉาก ให้ความเห็นว่าเงินและอำนาจเปลี่ยนผิดเป็นถูกได้ (35.75%), เอาผิดตัวใหญ่ยาก (19.27%), การเอาผิดแค่คนตัวเล็กกลายเป็นเรื่องปกติ (17.75%) และคนไร้อำนาจโดนลงโทษง่ายกว่า (14.57%)
- มาตรการทางปกครอง ไม่เท่ากับ ความเชื่อมั่น การสั่งย้ายข้าราชการหรือตั้งกรรมการสอบวินัย ไม่ได้ช่วยกู้คืนความเชื่อมั่นของประชาชน
- ประชาชนรอดูว่าผู้บงการตัวใหญ่จะโดนหรือไม่ หัวใจสำคัญของคดีนี้ที่สังคมเฝ้ามอง ไม่ใช่เพียงการลงโทษคนตัวเล็กหรือการสร้างฉากแอ็กชัน แต่คือการวัดใจว่าผู้สั่งการระดับสูงจะถูกลงโทษหรือไม่
- สั่งย้าย-สอบวินัย คือเทคนิคซื้อเวลา ประชาชนรู้ทันว่ามาตรการทางปกครองเป็นเพียงการดึงเรื่องให้ยืดเยื้อ เพื่อผ่อนถ่ายให้ผู้มีอำนาจพ้นภัยจนเรื่องเงียบหาย
- ศรัทธาหน้าฟีด พึ่งสื่อและอินฟลูเอนเซอร์มากกว่ารัฐ 2 เท่า เกิดภาวะศรัทธาย้ายฝั่ง ประชาชนเลือกแจ้งเบาะแสนอกระบบรัฐสูงถึง 48.33% (ส่งเพจดัง/อินฟลูเอนเซอร์ 29.54%) องค์กรภาคประชาชน (11.70%) พรรคการเมือง (7.09%) ซึ่งสูงกว่าการพึ่งพาหน่วยงานรัฐโดยตรง (ป.ป.ช./ดีเอสไอ/ตำรวจ) ที่มีเพียง 24.52% เกือบ 2 เท่า
- ปวงชนคนดีหมดกำลังใจ สภาพสังคมถอดใจเลือกที่จะเงียบ ประชาชนฝ่ายคนดีถอดใจไม่ร่วมแจ้งเบาะแสสูงถึง 18.23% แบ่งเป็นกลุ่มที่สิ้นหวังมองว่าแจ้งไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง (11.54%) และกลุ่มที่หวาดกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน และหน้าที่การงาน (6.69%)

