ดีอีเร่งปรับ AI คัดกรองเว็บผิดกฎหมาย ลดเวลาปิดกั้นเหลือไม่เกิน 4 วัน
กรณีการปิดกั้นการเข้าถึง (Geoblocking) เว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อดัง Shuffle.com ซึ่งถูกระบุว่ามีนายไท่หยาง จาง สามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ถือหุ้น ปัจจุบันได้ทำการปิดกั้นไม่ให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยเข้าถึงได้เรียบร้อยแล้ว
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระบวนการคัดกรองและปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายของกระทรวงฯ ปัจจุบันมีการใช้ระบบอัตโนมัติ หรือ AI ร่วมกับคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อให้การดำเนินงานผ่านคน หรือมนุษย์น้อยที่สุดเพื่อความโปร่งใส
“ระบบอันใหม่เราพยายามเอาคนไปเกี่ยวข้องน้อยที่สุด เราใช้ตัว AI หรือตัวระบบออโต้แล้วกันนะในการคัดกรอง แล้วก็เข้าสู่คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”
สำหรับกรณีของเว็บไซต์ Shuffle.com ที่เล็ดลอดระบบตรวจจับไปได้ในตอนแรกนั้น นายพชรกล่าวว่า เกิดจากการที่ระบบ AI ไม่พบความเคลื่อนไหว หรือไม่มีปริมาณการใช้งาน (Active Users) ที่มากพอในประเทศไทย รวมถึงตัวเว็บไซต์ไม่ได้มีแค่การพนัน แต่มีบริการอื่นร่วมด้วย
“ถามว่า Shuffle ทำไมถึงหลุดออกไปได้ เข้าใจว่าไม่มีคนเล่นมั้ง คือถ้ามันมีคนเล่น มันไม่มีความเคลื่อนไหวหรือเปล่า AI ก็เลยจับไม่ได้ ตอนที่เปิดดูเว็บ เขาไม่ได้ทำพนันอย่างเดียว เขามีสถานที่จัดเลี้ยง มีงานเศรษฐกิจครบวงจร มันไม่ใช่แค่ทำเว็บพนัน”
นายพชร กล่าวต่อว่า การปิดกั้นในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับหนังสือแจ้งประสานมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“บังเอิญมันผิดกฎหมายเฉพาะในประเทศเรา ล่าสุดที่มีคนแจ้ง มีหนังสือแจ้งมาจากทางตำรวจ แจ้งมาปุ๊บเราก็ปิดเลย เพราะเดี๋ยวนี้ด้วยระบบที่เราวางคือผ่านมนุษย์น้อยที่สุด”
นอกจากนี้ การพัฒนากระบวนการปิดกั้นเว็บไซต์ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานศาลอาญาในการนำระบบมาปรับใช้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาขั้นตอนการปิดกั้นลงอย่างมาก
“สมัยก่อนกระบวนการปิดใช้เวลาประมาณไม่น้อยกว่า 7 วัน ต้องประชุมกันทุกวันจันทร์เพื่อใช้คำสั่ง แต่เดี๋ยวนี้เราทำระบบร่วมกับทางสำนักงานศาล ศาลอาญาท่านได้พัฒนาระบบไปกับเราด้วย ณ วันนี้เราไม่ต้องประชุมเลย ตอนนี้เหลือประมาณไม่เกิน 4 วัน คำสั่งศาลก็ออกเลย”
จากกรณีของ Shuffle.com กระทรวงฯ จะนำเหตุการณ์นี้ (Incident) ไปใส่เป็นเงื่อนไขเพิ่มความเข้มข้นในระบบการคัดกรองของ AI ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมระบุถึงสถิติการปิดกั้น URL ผิดกฎหมายว่า ในปีที่ผ่านมาสามารถปิดได้กว่า 500,000 URL และในปี 2569 เมื่อปรับมาใช้ระบบอัตโนมัติก็สามารถกวาดล้างและปิดกั้นไปได้แล้วมากกว่า 1 ล้าน URL
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดีอี เผย ผลใช้งาน “AiPASS 2.0” สะท้อนคนไทยตื่นตัวเรียนรู้ AI

