“ประเสริฐ” ยืนยัน คดี MOU ยังไร้ข้อสรุป จาก DSI-ป.ป.ช.
“ประเสริฐ” ยืนยัน คดี MOU ยังไร้ข้อสรุป จาก DSI-ป.ป.ช.โต้นักวิจารณ์ปั่นกระแสการเมือง
วันที่ 10 มี.ค.69 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีที่มีนักวิจารณ์ทางการเมืองบางคนให้ความเห็นผ่านสื่อมวลชน โดยพยายามที่จะพาดพิงมาถึงตน เกี่ยวกับกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบสวนกรณีกระทรวงดีอีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอีกับบริษัทไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี (Prime Opportunity Fund VCC) จากสิงคโปร์ และกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วงปี 2568 ระหว่างการให้ความเห็นในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น ตนได้ตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วว่าทั้ง 2 กรณีอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของดีเอสไอและ ป.ป.ช. โดยที่ยังไม่เป็นคดี และยังไม่มีการสรุปสำนวนการสอบสวนหรือชี้มูลความผิดกับใครใดๆ ทั้งสิ้น

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับกรณี MOU กับบริษัทจากสิงคโปร์นั้น ผมได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางดีเอสไอโดยละเอียดและชัดเจนไปแล้วว่าเป็นเพียงการได้รับเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานของการลงนามระหว่างกระทรวงดีอีกับบริษัทจากประเทศสิงคโปร์ตามปกติ ซึ่ง MOU ดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ ตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเรื่องการสแกนม่านตา และไม่ได้ระบุถึงเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษหรืออำนวยความสะดวกพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น
ส่วนกรณีการตรวจสอบแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี 2568 ได้ทราบว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. แต่ที่ผ่านมาผมไม่เคยได้รับการแจ้งใดๆ จาก ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย
ดังนั้นในระหว่างนี้ทุกฝ่ายควรรอให้มีความชัดเจนจาก ป.ป.ช. ว่า สุดท้ายแล้วจะสรุปผลการตรวจสอบออกมาอย่างไร เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปโดยไม่รอผลสรุปของกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน อาจก่อให้เกิดความเสียหายให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ทั้งนี้ หากมีความพยายามที่จะนำประเด็นดังกล่าวนี้มาขยายความ เพื่อให้เป็นประเด็นทางการเมืองจนเกิดความเสียหาย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


