พรรคเศรษฐกิจ ล่า 10,000 รายชื่อ ยกเลิก “บำนาญ ส.ส.”
‘พรรคเศรษฐกิจ’ เดินหน้าล่ารายชื่อ ยกเลิก “บำนาญ ส.ส.” ชี้เป็นภาระภาษีประชาชน ใช้งบเกือบ 500 ล้านต่อปี
(29 เม.ย.69) ที่อาคารรัฐสภา พรรคเศรษฐกิจ นำโดย นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงความคืบหน้ากรณีการเคลื่อนไหวยกเลิก “บำนาญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” หรือกองทุนสำหรับผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยระบุว่าเป็นภาระงบประมาณที่ประชาชนไม่ควรต้องแบกรับ

นายคริส กล่าวว่า หลังจากพรรคเศรษฐกิจอภิปรายเรื่องดังกล่าวในสภาเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง รวมถึงประเด็น “ส.ส. ถูกหวย” และการปะทะคารมในสภา พรรคได้ประกาศชัดเจนว่า ส.ส. ทั้ง 3 คนของพรรคเศรษฐกิจจะไม่รับบำนาญ ส.ส. เด็ดขาด เพราะมองว่า ผู้ที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองไม่ควรออกไปรับสิทธิพิเศษตลอดชีพจากภาษีประชาชน
นายคริส กล่าวว่า เดิมเข้าใจว่ามีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 1,200 คน จึงได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอข้อมูลรายชื่อทั้งหมด แต่หลังจากได้รับหนังสือตอบกลับจากรัฐสภา พบว่าตัวเลขจริงสูงถึง 1,918 คน ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้มาก
“ผู้ได้รับสิทธิขั้นต่ำจะได้รับเดือนละ 21,300 บาท และบางรายได้รับมากกว่า 40,000 บาทต่อเดือน หากคำนวณเฉพาะฐานขั้นต่ำ 1,918 คน รัฐต้องจ่ายเงินจากกองทุนนี้ปีละประมาณ 490 ล้านบาท ขณะที่ผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนมีเพียง ส.ว. 200 คน และ ส.ส. 500 คน คนละ 3,500 บาทต่อเดือน ทำให้กองทุนนี้ขาดดุลโดยโครงสร้าง และสุดท้ายต้องใช้เงินจากรัฐสภาอุด ซึ่งก็คือภาษีประชาชน” นายคริส กล่าว
นายคริส ระบุเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงอดีต ส.ส. เท่านั้น แต่ยังอาจรวมถึงอดีต ส.ว. รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย โดยเฉพาะ ส.ว. ชุดปี 2562 จำนวน 250 คน ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
“ประชาชนมีสิทธิรู้ว่าใครกำลังรับเงินภาษีตรงนี้อยู่บ้าง เราต้องการรายชื่อทั้งหมด เพราะนักการเมืองที่บอกว่าจะเข้ามารับใช้ประชาชน เมื่อพ้นตำแหน่งแล้วกลับมาขอรับสิทธิพิเศษตลอดชีพ ประชาชนควรได้รับ” นายคริส กล่าว
นายคริส กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเศรษฐกิจเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อผ่านเพจพรรคเศรษฐกิจ เพื่อเรียกร้องให้รัฐสภาเปิดเผยรายชื่อผู้รับบำนาญทั้งหมด หากรัฐสภายังไม่เปิดเผย พรรคจะใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ และรัฐธรรมนูญ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
พร้อมกันนี้ หากสามารถรวบรวมรายชื่อประชาชนได้ถึง 10,000 รายชื่อ พรรคเศรษฐกิจจะเดินหน้าเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวผ่านช่องทางภาคประชาชน เนื่องจากปัจจุบันพรรคมี ส.ส. เพียง 3 คน ไม่เพียงพอต่อการเสนอร่างกฎหมายในสภา ซึ่งต้องใช้ ส.ส. อย่างน้อย 20 คนเข้าชื่อร่วมกัน

