“ทักษิณ” ขึ้นกล่าวปาฐกถาเวทีแรก หลังพ้นเรือนจำ
ทักษิณ ชินวัตร กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘ความท้าทายด้านความมั่นคงในโลกยุคใหม่ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ’เป็นเวทีแรก หลังพ้นเรือนจำ
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘ความท้าทายด้านความมั่นคงในโลกยุคใหม่ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ’ ในงานครบรอบ 30 ปี บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ที่โรงแรมดุสิตธานี วันที่ 18 สิงหาคม 69
นายทักษิณ กล่าวว่า สำหรับภัยคุกคามด้านเศรษฐกิจ การเข้ามาของ AI จะทำให้โครงสร้างการทำงานและตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น ซึ่ง AI สามารถเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น ขณะที่แรงงานที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะมีความสำคัญมากขึ้น
นายทักษิณ เห็นว่า องค์กรในอนาคตอาจไม่ได้มีโครงสร้างแบบพีระมิดเหมือนในปัจจุบัน แต่จะมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญอยู่ตรงกลาง และใช้ AI หรือ Agentic AI เข้ามาเป็นเสมือน “พนักงานที่มีความสามารถ” ช่วยทำงานในแต่ละแผนก ถ้าเราไม่ปรับตัว ก็จะเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่ออาชีพคนไทย ต่อการทำงาน และการจ้างงานของคนไทย ประเทศไทยต้องเตรียมคนให้พร้อมกับโลกการทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะการสร้างทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาด

อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า “แม้ในประเทศไทยจะมีเสียงวิจารณ์ว่าคนรุ่นใหม่ เด็ก Gen Z ไม่อดทนและเปลี่ยนงานบ่อย แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนรุ่นนี้มีความต้องการเป็นผู้ประกอบการและสร้างธุรกิจของตัวเองสูง จึงควรมีการออกแบบระบบเศรษฐกิจและการศึกษาเพื่อดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่มาใช้ในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ” นายทักษิณ กล่าว
“ไฟฟ้าต้องถูกลง ถ้าไฟฟ้าไม่ถูก ก็ไม่มีใครมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย” นายทักษิณ กล่าวพร้อมเห็นว่าประเทศไทยต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเลือกใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายทักษิณ ยังกล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ทั้งเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ระบบราชการ และกฎหมายจำนวนมากที่อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ โดยเห็นว่าภาครัฐต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี และพิจารณานำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในเมื่อ AI เข้ามา ระบบราชการใหญ่ขนาดนี้ ความไม่มีประสิทธิภาพจะทำอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะคุมอัตรากำลังภาครัฐ และทำอย่างไรถึงจะให้ AI เข้ามาทำงานได้ พร้อมเสนอว่า ประเทศไทยควรทบทวนกฎหมายที่มีอยู่จำนวนมาก โดยแทนที่จะมุ่งออกกฎหมายใหม่เพียงอย่างเดียว อาจพิจารณายกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาประเทศ เพื่อให้ระบบราชการมีความคล่องตัวมากขึ้น
นายทักษิณ เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ความไว้วางใจ” และ “หลักนิติธรรม” ต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม เพราะหากประเทศขาดความน่าเชื่อถือ นักลงทุนย่อมไม่กล้าเข้ามาลงทุน หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจทุนนิยมมี 2 ข้อ คือ Trust ความไว้วางใจ และ Rule of Law ความเป็นนิติรัฐที่ดี ความเป็นนิติธรรม ดังนั้นประเทศไทยต้องสร้างความน่าเชื่อถือกลับคืนมา และพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมต่อโลกยุคใหม่

