Skip to content
Fri. Sep 18th, 2026
  • Facebook
  • Twitter
AEC10NEWS

AEC10NEWS

Primary Menu
  • Home
  • NEWS
    • BREAKING NEWS
    • CHINA NEWS
    • ENERGY FORCE
    • EDITOR TALK
    • MONEY MOVEMENT
    • NATIONAL
    • OPEN NEWS
    • POLITICS
    • WORLD
    • ดวงประจำวัน
  • ASEAN
    • Brunei
    • Cambodia
    • Indonesia
    • Laos
    • Malaysia
    • Myanmar
    • Philippines
    • Singapore
    • Vietnam
  • EEC
  • SPECIAL REPORT
  • BUSINESS
    • BUSINESS MOVEMENT
    • HOT MARKETS
    • PHOTO STORIES
  • HOT NEWS
  • SPECIAL REPORT

SCB EIC ชี้สงครามการค้ากดดันจีดีพีไทยเหลือ 1.5%

11/04/2025 1 min read
SCB EIC ชี้สงครามการค้ากดดันจีดีพีไทยเหลือ 1.5%
  • LINEแชร์เลย!
ดูแล้ว: 1,805

ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้ายังสูง กดดันการส่งออกและการลงทุน คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวเพียง 1.5%

ทรัมป์ประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีตอบโต้ออกไป 90 วัน เพื่อเปิดให้เจรจา แต่ความเสี่ยงใหญ่ของโลกยังคงอยู่

• ในวันที่ 9 เม.ย. ทรัมป์ประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้รายประเทศ (Reciprocal tariff) ออกไปอีก 90 วัน เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีโอกาสเจรจาปรับลดภาษี แต่ยังคงอัตราภาษีนำเข้าขั้นต่ำทุกประเทศที่10% ไว้ ขณะที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนอีกหลายรอบ รวมเป็น 145% หลังจีนประกาศขึ้นภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ นำไปสู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบของสองเศรษฐกิจใหญ่ของโลก

• แม้สหรัฐฯ จะเปิดช่องให้เจรจาภาษีในช่วง 3 เดือนข้างหน้า แต่ SCB EIC มองว่า มาตรการภาษีนำเข้าชุดใหญ่ที่สหรัฐฯ ประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2025 จะยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนกดดันการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจโลกสูง

• อัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ ตั้งให้สินค้าจากไทยที่ 36% นั้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง สะท้อนสัดส่วนการเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐฯ ที่สูงโดยอัตราภาษีตอบโต้ไทยสูงเป็นอันดับ 20 จาก 185 ประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ และเป็นอันดับ 10 ของเอเชีย สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก (17%) และค่าเฉลี่ยเอเชีย (23%) จึงต้องจับตามองการเจรจาที่จะเกิดขึ้นว่าจะสามารถลดอัตราภาษีนำเข้านี้ได้มากน้อยอย่างไร

• ภายใต้การค้าโลกที่ชะลอลงและความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า ทั้งผลทางตรงจากการที่ไทยส่งออกตลาดสหรัฐฯ สูงเป็นอันดับ 1 และผลทางอ้อมผ่านเศรษฐกิจคู่ค้าหลักชะลอตัว (เช่น จีน) การแข่งขันทางการค้ารุนแรงขึ้น และการลงทุนชะลอจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า

• SCB EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2025 จะเติบโตชะลอลงเหลือ 1.5% (เดิม 2.4%) 

จากทั้งสงครามการค้าและแผ่นดินไหว รวมทั้ง ประเมิน กนง. มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มอีก 3 ครั้งไปอยู่ที่ 1.25% ณ สิ้นปี 2025(เดิม 1.50%) เพื่อดูแลเศรษฐกิจ

ที่ชะลอลงมากภายใต้ความไม่แน่นอนสูง

• รัฐบาลควรเร่งเจรจาลดผลกระทบภาษีครั้งใหญ่นี้ โดยเน้นสิ่งที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ 3 เรื่อง คือ ลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ลดมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี 

และแก้ปัญหาสำคัญอื่น ๆ เช่น การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิเสรีภาพแรงงาน รัฐบาลควรเจรจาบนผลประโยชน์ในภาพรวมและมีกลไกดูแลผลกระทบของภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเร่งสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสูงกว่าคาดเยอะ เนื่องจากจะจัดเก็บทั้งภาษีขั้นต่ำและภาษีตอบโต้รายประเทศ นอกเหนือจากภาษีเฉพาะประเทศ/สินค้า

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ โดยจะขึ้นภาษีนำเข้าขั้นต่ำจากทุกประเทศทุกสินค้า 10% (Universal tariffs) ยกเว้นเม็กซิโกและแคนาดา เริ่มใช้ 5 เม.ย. พร้อมขึ้นภาษีเพิ่มเติม (Reciprocal tariffs) กับ 60 ประเทศ/กลุ่มเศรษฐกิจที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ สูง ในอัตราต่างกัน ขึ้นกับดุลการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศนั้น จะเริ่มใช้ 9 เม.ย. 

แต่เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ประธานาธิบดีทรัมป์กลับประกาศเลื่อนกำหนดปรับขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้รายประเทศ (Reciprocal tariffs) ออกไป 90 วัน เป็นเริ่มมีผล 8 ก.ค. แต่ยังเก็บภาษีขั้นต่ำทุกประเทศเพิ่ม 10% (Universal tariffs) โดยสหรัฐฯ จะให้เวลาประเทศต่าง ๆ 90 วัน เพื่อเจรจาต่อรองให้อัตราภาษี Reciprocal tariffs ลดลง สำหรับจีน ทรัมป์กลับประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีกหลายรอบ ทำให้กำแพงภาษี Reciprocal กับจีนอยู่ที่ 125% และภาษีเฉพาะเจาะจงที่ 20%รวมเป็น 145% เพื่อตอบโต้จีนที่ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้กลับสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ก่อน

นอกจากชุดภาษี Universal และ Reciprocal tariffs นี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเฉพาะ (Specific tariffs) รายประเทศ/รายสินค้าหลายรายการตั้งแต่ต้นปี เพื่อลดการขาดดุลกับคู่ค้าใหญ่อันดับแรก ๆ ก่อน และปกป้องอุตสาหกรรมสำคัญในประเทศ ได้แก่ การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 20% ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเม็กซิโกและแคนาดา 25% (เฉพาะสินค้าที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามสนธิสัญญาการค้า USMCA ร่วมกับสหรัฐฯ) รวมถึงการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม และสินค้ายานยนต์ 25% จากคู่ค้าทุกประเทศ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีแผนจะขึ้นภาษีเฉพาะบางสินค้าเพิ่มเติม เช่น เซมิคอนดักเตอร์ 25%,สินค้าเกษตร 25% และเวชภัณฑ์ 20% (รูปที่ 1)

รูปที่ 1 : ชุดมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ Trump ประกาศใช้ในปัจจุบัน

ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก เอเชีย และอาเซียน แต่ยังต่ำกว่าจีน

หากสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีทั้งหมดตามที่ประกาศไว้ ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กับประเทศทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17% ขณะที่คู่ค้าเอเชียและอาเซียนโดนแรงกว่า ถ้าหากรวม Reciprocal tariffs, Universal tariffs และภาษีเฉพาะ (Specifics tariffs) ที่สหรัฐฯ เก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มขึ้นหลายครั้งตั้งแต่ต้นปีมานี้ จะพบว่า สหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าทั่วโลกเฉลี่ย 17% แต่เศรษฐกิจเอเชียและอาเซียนถูกเก็บภาษีเฉลี่ยสูงกว่าอยู่ที่ 23% และ 33% ตามลำดับ สาเหตุหลักเพราะประเทศเอเชียส่วนใหญ่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ มาก โดยเฉพาะอาเซียน (รูปที่ 2)

สหรัฐฯ ประกาศจะขึ้นภาษีตอบโต้สินค้าไทยในอัตรา 36% ติดอันดับ 20 จาก 185ประเทศคู่ค้า และเป็นอันดับ 10 ของเอเชีย (รูปที่ 2) เพราะสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยสูงกว่า นอกจากเรื่องนี้ สหรัฐฯ ยังระบุไว้ในรายงาน Foreign Trade Barriers 2025 ว่า ไทยตั้งกำแพงภาษีสินค้าสหรัฐฯ สูงเฉลี่ย 9.8% ขณะที่สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยเพียง 3.3% โดยเฉพาะสินค้าเกษตร (ไทยเก็บสหรัฐฯ 27%) นอกเหนือจากการใช้มาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี อีกทั้ง สหรัฐฯ ยังกล่าวถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, มาตรการกีดกันการค้าในภาคบริการ และสิทธิเสรีภาพของแรงงานในไทยด้วย

รูปที่ 2 : ไทยจะโดนกำแพงภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก เอเชีย และอาเซียน

แม้สหรัฐฯ จะเปิดช่อง 90 วันให้ทุกประเทศเจรจาข้อเสนอแลกเปลี่ยนการลดภาษีตอบโต้นี้ได้ แต่อัตราภาษีที่สหรัฐฯ จัดเก็บจริงน่าจะสูงขึ้นกว่าเดิมมาก SCB EIC ประเมินว่าหากสหรัฐฯ บังคับใช้ภาษีตามที่ประกาศไว้ทั้งหมด อัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tariff Rate : ETR) ของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 20% อย่างไรก็ดี การขอเจรจาของประเทศต่าง ๆ อาจช่วยลดความรุนแรงของภาษีได้บ้าง แค่ในส่วน Reciprocal tariffs และ Specifics tariffs รายประเทศ แต่สำหรับ Universal tariffs และ Specifics tariffs รายสินค้า อาจเจรจาได้ยาก เพราะสหรัฐฯ มีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า ต้องการใช้เป็นอัตราภาษีขั้นต่ำส่วนเพิ่ม และปกป้องบางอุตสาหกรรมในประเทศ

เศรษฐกิจโลกจะยังชะลอตัวลงในปีนี้ แม้ทรัมป์เลื่อนเวลาขึ้นภาษีตอบโต้ชั่วคราวการประกาศกำแพงภาษีที่สูงของสหรัฐฯ ได้สร้างความไม่แน่นอนต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลกไปแล้ว

SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะมีแนวโน้มเติบโตเหลือเพียง 2.2%(เทียบ 2.7% และ 2.8% ในปี 2024
และ 2023) และโลกมีความเสี่ยงสูงขึ้นเป็น 35 – 50% ที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) จากทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าการลงทุน และความไม่แน่นอนทางนโยบายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุนบางส่วนออกไป สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเติบโตต่ำลงมากเหลือเพียง 1.3% (ลดจาก 2.8% ปี 2024) ผลจากนโยบายกำแพงภาษีของตนเอง
ซึ่งจะโตต่ำกว่าศักยภาพที่ 2% สำหรับจีนมีแนวโน้มขยายตัว 4.1% (ลดจาก 5% ปี2024) ผลจากมาตรการกีดกันการค้า
ที่รุนแรงและปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ (รูปที่ 3)

ผลคาดการณ์นี้คำนึงถึงนโยบายการเงินการคลังที่ประเทศต่าง ๆ จะออกมาพยุงเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นด้วยแล้ว เช่น การเพิ่มงบกลาโหมของยุโรป การขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้นในจีนและเยอรมนี การลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในสหรัฐฯ และยูโรโซน

รูปที่ 3 : เศรษฐกิจโลกปี 2025 มีแนวโน้มจะชะลอลงมาก หลังเจอภาษีทรัมป์ซ้ำเติม

ส่งออกไทยจะกระทบมาก เพราะพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เกือบ 1 ใน 5 และโดนภาษีตอบโต้สูง

การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นสัดส่วน 18.3% ในปี 2024 เพิ่มขึ้นมากจาก 12.7% ในปี 2019 หากคิดเป็นสัดส่วนของ GDP จะอยู่ที่ราว 10% ซึ่งค่อนข้างสูง เทียบประเทศเศรษฐกิจหลักและอาเซียน ขณะที่ไทยเองก็โดน Reciprocal rate สูงกว่าเช่นกัน (รูปที่ 4 ซ้าย) ไทยจึงได้รับผลกระทบสูง หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าไทย 36% จริง SCB EIC ประเมินว่า Nominal GDP ไทยอาจลดลงราว -3.3pp (ผลสะสมเฉลี่ยภายใน 3 ปี) ผ่านช่องทางการส่งออกสินค้าไทยที่ลดลง สาเหตุเพราะการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ มีบทบาทต่อ GDP ไทยสูง คิดในรูปของ Domestic Value Added (DVA) ต่อ GDP ไทยราว 7 – 8% (รูปที่ 4 ขวา)

รูป 4 : ไทยจะได้รับผลกระทบผ่านช่องทางการส่งออกสูง

SCB EIC มองผลกระทบทางตรงผ่าน 2 ช่องทาง (รูปที่ 5)

1. Income Effect : สหรัฐฯ อาจนำเข้าสินค้าไทยและคู่ค้าอื่น ๆ น้อยลง

• เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอลงมากจากนโยบายกำแพงภาษีของตัวเองครั้งนี้ รวมทั้งสินค้าส่งออกไทยกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ สูง กดดันให้ไทยเผชิญปัญหาการหาตลาดใหม่ จากแนวโน้มสินค้าล้นตลาดทั่วโลก

• Top-11 ของสินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ มีสัดส่วนรวมกันมากถึง 84% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมด และคิดเป็น 18% ของมูลค่าการส่งออกไทยทั้งหมด นอกจากนี้ 7 จาก Top-11 ที่สัดส่วนมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ต่อมูลค่าส่งออกสินค้านั้นทั้งหมดสูงกว่า 20%

• ข้อมูลนี้สะท้อนว่า สินค้าส่งออกไทยกระจุกตัวและพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนประกอบ มีสัดส่วนต่อมูลค่าการส่งออกไทยทั้งหมดสูงถึง 7.7% และเน้นส่งออกไปสหรัฐฯ สูง คิดเป็น 45.1% ของมูลค่าส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ทั้งหมด (รูปที่ 5 สีเหลือง)

2. Substitution Effect : สหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้ไทยสูง 36% แต่คู่แข่งโดนภาษีน้อยกว่ามาก (ส่วนใหญ่ 10%)

• สหรัฐฯ อาจหันไปนําเข้าสินค้าจากประเทศคู่แข่งที่ขายถูกกว่าไทย หากประเมินจากกลุ่ม Top-11 สินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ พบว่า 9 ใน 11 สินค้าที่ไทยติด Top 5 ประเทศที่โดนอัตราภาษีสหรัฐฯ สูง (จาก Top-20 ประเทศส่งออกสินค้านั้น ๆ ไปสหรัฐฯ) (รูปที่ 5 สีแดง)

• สะท้อนการส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบ Substitution Effect รุนแรงจากความสามารถในการแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งในตลาดสหรัฐฯ ทั้งนี้สินค้ายานยนต์ และเหล็กอาจโดนผลกระทบจาก Substitution Effect จำกัด เพราะทุกประเทศโดนภาษีเฉพาะสินค้า 25% เท่ากัน (รูปที่ 5 สีเทา)

รูป 5 : การประเมินผลกระทบทางตรงของ Top-11 สินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ 

ส่งออกไทยนอกตลาดสหรัฐฯ อาจเจอการแข่งขันสูงขึ้น

นอกจากไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มีสัดส่วนสูงเกือบ 20% แล้ว การส่งออกไปตลาดอื่นก็กระจุกตัวในประเทศที่โดนภาษีสหรัฐฯ สูงเช่นกัน SCB EIC พบว่า Top-15 ตลาดคู่ค้าของไทยรองจากสหรัฐฯ มีสัดส่วนรวม 73.4% ของมูลค่าส่งออกไทยทั้งหมด โดย 12 จาก 15 ตลาดคู่ค้าไทยกลุ่มนี้ก็โดนกำแพงภาษีสหรัฐฯ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% อีกด้วย (รูปที่ 6) จึงมีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจคู่ค้าหลักของไทยกลุ่มนี้อาจชะลอตัวลง นำไปสู่ผลกระทบทางอ้อมต่อความต้องการสินค้าส่งออกไทย ผ่านหลายช่องทาง 

1) ความต้องการสินค้าขั้นปลายของไทยลดลง เช่น เศรษฐกิจจีน (ตลาดส่งออกอันดับ 2 ของไทย) คาดว่าจะชะลอตัวลงจากมาตรการกีดกันการค้ารอบนี้ ย่อมส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าไทยลดลงตาม โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ผักและผลไม้ อาหาร เครื่องดื่ม ซึ่งจีนเป็นผู้นำเข้าหลัก (เช่น ทุเรียนไทยส่งออกไปจีนในปี 2024
มากถึง 97.4% ของมูลค่าการส่งออกทุเรียนไทยทั้งหมด)

2) ความต้องการสินค้าขั้นต้นและขั้นกลางของไทยในห่วงโซ่การผลิตลดลง เช่น ไม้ยางพารา ยางพารา ยางสังเคราะห์ เม็ดพลาสติก (โดยเฉพาะกลุ่ม Styrene และ Ethylene) และอะลูมิเนียมรีด (สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์หรือกระป๋องเครื่องดื่ม) ซึ่งพึ่งพาการส่งออกไปตลาดจีนสูง อาจถูกกระทบหากจีนส่งออกไปสหรัฐฯ น้อยลง

3) การแข่งขันในตลาดส่งออกโลกสูงขึ้น บางประเทศอาจเผชิญปัญหาส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ได้น้อยลง แต่กำลังการผลิตในประเทศยังมีอยู่มาก ทำให้ต้องระบายสินค้าออกสู่ตลาดอื่น ๆ มากขึ้น 

4) บางประเทศคู่ค้าอาจหันไปนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพื่อลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ จึงอาจนำเข้าสินค้าไทยน้อยลง

China Flooding จะยิ่งรุนแรง กระทบภาคการผลิตไทยต่อเนื่อง

การส่งออกสินค้าของจีนไปสหรัฐฯ จะยากขึ้นมากหลังมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่รุนแรงมากกับจีนกว่าประเทศอื่น และจีนยังมีการผลิตมากเกินความต้องการในประเทศ (Overcapacity) จึงมีโอกาสที่สินค้าจีนจะถูกระบายเข้ามายังไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการทะลักเข้ามาตีตลาดของกลุ่มสินค้าขั้นกลางน้ำและปลายน้ำจากจีน อาทิ คอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เหล็ก กระดาษ และเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของการผลิตสินค้าของไทย สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของไทยที่หดตัว ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าจากจีนขยายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม 

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่นักลงทุนจากจีนจะเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินค้าของจีนในไทยมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแหล่งกำเนิดสินค้าที่จะส่งไปขายยังสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มดำเนินนโยบายในเชิงกีดกันสินค้าจากประเทศจีน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพึ่งพาสินค้ากลุ่มกลางน้ำที่เป็นวัตถุดิบจากจีนมากขึ้นกว่าเดิม 

SCB EIC มองว่าการเข้ามาตีตลาดของสินค้าจีนจะยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องในระยะข้างหน้าจากผลกระทบของนโยบายของ Trump 2.0 นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการผลิตของไทยยังคงมีปัจจัยกดดันจากแนวโน้มการบริโภคสินค้าที่ยังอ่อนแอ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก

รูป 6 : ตลาดส่งออกหลักของไทยในปี 2024 และ US Tariffs ที่สหรัฐฯ ประกาศไว้ ณ 2 เม.ย.

เศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตเหลือ 1.5% ภาษีทรัมป์จะกระทบส่งออกและลงทุนเป็นหลัก

SCB EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวเหลือ 1.5%YOYจากการประกาศขึ้นภาษีชุดใหญ่ของสหรัฐฯ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุด (เดิม 2.4%YOY) โดย SCB EIC มองว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะแผ่วลงอย่างมาก จากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่จะเริ่มมีผลเดือน ก.ค. อย่างไรก็ดี การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนไปมาเช่นนี้ จะมีผลให้ธุรกิจชะลอการลงทุนทันที เพื่อรอดูความชัดเจนของรัฐบาลสหรัฐฯ อีกครั้ง (รูปที่ 7)

ในการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจลงครั้งนี้ ปัจจัยสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนเอกชนที่ปรับแย่ลง

• มูลค่าการส่งออกสินค้า (รวมทองคำ) คาดว่าจะหดตัว -0.7%YOY (เดิม 1.6%YOY) โดยจะมีแนวโน้มหดตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 จากผลของภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และปิโตรเคมี

มูลค่าส่งออกไทยทั้งปีอาจดูหดตัวไม่มาก แม้ไทยจะได้รับผลกระทบรุนแรงจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ สาเหตุหลักเพราะ (1) มูลค่าการส่งออกในช่วง 2 เดือนแรกของปีที่ออกมาแล้ว เติบโตดีเกือบ 14%YOY และ (2) มูลค่าการส่งออกทองขยายตัวสูงตามราคาทองคำ 

• การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะยังไม่ฟื้นในปีนี้ มองขยายตัวเพียง 0.3%YOY (เดิม 2.9%YOY) จากที่หดตัวในปีก่อน ผลจากความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นมาก ธุรกิจต่างชาติอาจต้องรอดูท่าทีรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ออาเซียนและไทย รวมถึงผลการเจรจาของรัฐบาลไทย 

ความไม่แน่นอนเหล่านี้จะชะลอการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ที่เคยมองว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชนที่สำคัญในปีนี้ขณะที่การลงทุนจากธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะการก่อสร้าง และการลงทุนในยานพาหนะเชิงพาณิชย์จะยังคงซบเซา ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนไทยฟื้นตัวไม่ได้ในปีนี้

องค์ประกอบอื่น ๆ ของเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ เช่นกัน

• การท่องเที่ยว ปรับลดประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ลง1.5 ล้านคนเหลือ 36.7 ล้านคน ตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง ส่งผลให้อุปสงค์การท่องเที่ยวไทยลดลงตาม

• การบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวเหลือ 2.2%YOY (เดิม2.6%YOY) ตามการปรับลดลงของรายได้ของลูกจ้างในธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ รวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลง ภาพการบริโภคภาคเอกชนในปีนี้จะยังขยายตัวได้ระดับหนึ่งจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ ที่จะยังมีต่อเนื่อง

• มูลค่าการนำเข้าสินค้า คาดจะขยายตัวเหลือ 0.9%YOY แม้อุปสงค์ในประเทศจะปรับลดลง แต่มองว่าการทะลักเข้ามาของสินค้าจีน ทั้งวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าบริโภคอาจรุนแรงขึ้น 

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นมากในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ขึ้นอยู่กับความสำเร็จและระยะเวลาในการเจรจาต่อรองของรัฐบาลไทยเป็นหลัก 

SCB EIC มอง กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 1.25% ณ สิ้นปี 2025 หากเจรจาไม่สำเร็จ

นโยบายการเงินจำเป็นต้องช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยมากขึ้น มาตรการภาษีทรัมป์ที่มากกว่าคาดมาก จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางอยู่แล้ว และทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าระดับศักยภาพอย่างมีนัย นโยบายการเงินจะมีบทบาทช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทยมากขึ้น และช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนได้

SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 3 ครั้ง เหลือ 1.25% ณ สิ้นปี 2025 อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงปี 2018 – 2019 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ รอบแรกที่ไทยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

รูป 7 : เศรษฐกิจไทยปี 2025 อาจโตแค่ 1.5% ผลจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีกดดันส่งออกและลงทุน

รัฐบาลควรเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เริ่มจาก 3 ประเด็นหลักตามรายงานอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และเร่งสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศควบคู่กันไป

ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญเร่งเจรจาลดผลกระทบครั้งนี้ โดยอาจเน้นจาก 3 ประเด็นหลักของไทย ซึ่งสะท้อนได้จากรายงานอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศของ United States Trade Representative (USTR) เผยแพร่เดือนมีนาคม 2025 ได้แก่ 

1) ลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ โดยนำเข้าสินค้าบางประเภทจากสหรัฐฯ มากขึ้น หรือ ลดอัตราภาษีนำเข้าบางสินค้าของสหรัฐฯ 

2) ลดมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เช่น เกณฑ์ห้ามนำเข้าสินค้าบางชนิด เกณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตร 

3) แก้ไขปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ และไทยเองก็ได้ประโยชน์ด้วย เช่น การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิเสรีภาพของแรงงาน ตลอดจนการพิจารณาลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐฯ 

อย่างไรก็ดี การเจรจาต้องคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประเทศอย่างสมดุล นอกเหนือจากประเด็นจาก USTR ที่ระบุไว้ ไทยควรคำนึงถึงการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศควบคู่กัน โดยมีกลไกดูแลผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ประกอบการในภาคส่วนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา ทั้งการเตรียมตัวรับมือต่อการไหลเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ ผ่านการบังคับใช้กฎหมายด้านคุณภาพสินค้า แนวทางป้องกันการทุ่มตลาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งพิจารณาขยายความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคเพื่อขยายตลาดและโอกาสการค้า การลงทุน และการสร้างห่วงโซ่การผลิตใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง

บทวิเคราะห์โดย… https://www.scbeic.com/th/detail/product/Reciprocal-tariff-100425

ผู้เขียนบทวิเคราะห์

ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค, ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : SCB เผย ภาษีทรัมป์ภัยเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่

60

SHARES
Share on Facebook
Post on X
Follow us
  • LINEแชร์เลย!
Tags: SCB EIC ภาษีทรัมป์

Continue Reading

Previous: ใกล้จบแล้วครับนาย แตกหัก! เพื่อไทย ภูมิใจไทย
Next: ด่วน! เอกนัฏ สับขาหลอก ปรับแผนชุดสุดซอย โผล่พร้อมหมายศาล บุกค้น ซิน เคอ หยวน 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าอ่าน

คลัง ชง ครม. ขยาย “ไทยช่วยไทย พลัส” ต่ออีก 2 เดือน บรรเทารับมือวิกฤตพลังงาน-ค่าครองชีพ คลัง ชง ครม. ขยาย “ไทยช่วยไทย พลัส” ต่ออีก 2 เดือน บรรเทารับมือวิกฤตพลังงาน-ค่าครองชีพ 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

คลัง ชง ครม. ขยาย “ไทยช่วยไทย พลัส” ต่ออีก 2 เดือน บรรเทารับมือวิกฤตพลังงาน-ค่าครองชีพ

17/09/2026
ส.อ.ท.เสนอรัฐดัน “เอทานอล” เชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ ลดนำเข้าน้ำมัน-เพิ่มขีดแข่งขันไทย ส.อ.ท.เสนอรัฐดัน “เอทานอล” เชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ ลดนำเข้าน้ำมัน-เพิ่มขีดแข่งขันไทย 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

ส.อ.ท.เสนอรัฐดัน “เอทานอล” เชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ ลดนำเข้าน้ำมัน-เพิ่มขีดแข่งขันไทย

17/09/2026
_image ม.หอการค้าไทย ชี้ หนี้ครัวเรือนพุ่ง 7.9 แสนบาท สูงสุด 18 ปี เตือนคนไทยติดลูปหนี้ 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

ม.หอการค้าไทย ชี้ หนี้ครัวเรือนพุ่ง 7.9 แสนบาท สูงสุด 18 ปี เตือนคนไทยติดลูปหนี้

17/09/2026
813332769_1130195756243262_7490029715015083898_n เล็งเพิ่มบทลงโทษ แต่งกายเลียนแบบพระภิกษุ 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

เล็งเพิ่มบทลงโทษ แต่งกายเลียนแบบพระภิกษุ

17/09/2026
S__79855740 บุกจับนายก อบต.หนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เรียกเงินแลกต่อสัญญาพนักงานจ้าง 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

บุกจับนายก อบต.หนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เรียกเงินแลกต่อสัญญาพนักงานจ้าง

17/09/2026
ขร.เดินหน้าตั๋วร่วม เชื่อมรถไฟฟ้าทุกสาย ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ขร.เดินหน้าตั๋วร่วม เชื่อมรถไฟฟ้าทุกสาย ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาท 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

ขร.เดินหน้าตั๋วร่วม เชื่อมรถไฟฟ้าทุกสาย ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาท

17/09/2026
ขนส่งฯ ลงโทษเด็ดขาด! เพิกถอนใบอนุญาต ตรอ. 3 แห่ง-ยกเลิกบัตร 7 ราย ออกใบรับรองเท็จ ขนส่งฯ ลงโทษเด็ดขาด! เพิกถอนใบอนุญาต ตรอ. 3 แห่ง-ยกเลิกบัตร 7 ราย ออกใบรับรองเท็จ 1 min read
  • HOT NEWS
  • NATIONAL

ขนส่งฯ ลงโทษเด็ดขาด! เพิกถอนใบอนุญาต ตรอ. 3 แห่ง-ยกเลิกบัตร 7 ราย ออกใบรับรองเท็จ

17/09/2026
“พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะ 8.8 GW ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า “พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะ 8.8 GW ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า 1 min read
  • ENERGY FORCE
  • HOT NEWS

“พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะ 8.8 GW ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า

17/09/2026
“ฐิติภัสร์” ชี้ น้ำมันรั่วพระราม 3 จากท่อ BPT-BFPL เร่งซ่อม-ทดสอบ Pigging 32 กม. ป้องกันซ้ำ “ฐิติภัสร์” ชี้ น้ำมันรั่วพระราม 3 จากท่อ BPT-BFPL เร่งซ่อม-ทดสอบ Pigging 32 กม. ป้องกันซ้ำ 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

“ฐิติภัสร์” ชี้ น้ำมันรั่วพระราม 3 จากท่อ BPT-BFPL เร่งซ่อม-ทดสอบ Pigging 32 กม. ป้องกันซ้ำ

17/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์ 1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์

17/09/2026
ราคาทอง ราคาทองวันนี้ 17 ก.ย. 69 เปิดตลาดร่วง 350 บาท แตะ 68,050 บาท 1 min read
  • NEWS FOCUS
  • HOT NEWS

ราคาทองวันนี้ 17 ก.ย. 69 เปิดตลาดร่วง 350 บาท แตะ 68,050 บาท

17/09/2026
สรุปสถานการณ์น้ำ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 17 ก.ย. 69 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 17 ก.ย. 69

17/09/2026

China News

“แอร์ไชน่า” กลับมาบินตรงปักกิ่ง-เปียงยาง หลังหยุดยาว 6 ปี   "แอร์ไชน่า" กลับมาบินตรงปักกิ่ง-เปียงยาง หลังหยุดยาว 6 ปี   1 min read
  • CHINA NEWS
  • HOT NEWS

“แอร์ไชน่า” กลับมาบินตรงปักกิ่ง-เปียงยาง หลังหยุดยาว 6 ปี  

30/03/2026
LINEแชร์เลย! สายการบินแอร์ไชน่า (Air China) กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงปักกิ่งกับกรุงเปียงยางอีกครั้งวันนี้ (30 มี.ค.) หลังหยุดบินไปนานกว่า 6... อ่านต่อ

Start Up

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต 457C5A49-7DCB-4EA0-ACF5-B856D1843534 1 min read
  • HOT NEWS
  • START UP

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต

01/09/2022
LINEแชร์เลย! “ขอบคุณ ธพว. ที่สนับสนุน “เสียงเกษมโซล่าเซลล์” พาเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่องกิจการ ควบคู่กับการให้คำปรึกษา แนะนำธุรกิจ... อ่านต่อ

Money Movement

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์

17/09/2026
ธ.ก.ส. ออกสลากดิจิทัล 50 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 50 ล้านบาท ธ.ก.ส. ออกสลากดิจิทัล 50 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 50 ล้านบาท
1 min read
  • HOT NEWS
  • MONEY MOVEMENT

ธ.ก.ส. ออกสลากดิจิทัล 50 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 50 ล้านบาท

16/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์

16/09/2026
“กรุงศรี” คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นดอกเบี้ยเฟดและบีโอเจ “กรุงศรี” คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นดอกเบี้ยเฟดและบีโอเจ
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

“กรุงศรี” คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นดอกเบี้ยเฟดและบีโอเจ

15/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

15/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์

ธ.ก.ส. ออกสลากดิจิทัล 50 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 50 ล้านบาท

ธ.ก.ส. ออกสลากดิจิทัล 50 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 50 ล้านบาท

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์

“กรุงศรี” คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นดอกเบี้ยเฟดและบีโอเจ

“กรุงศรี” คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นดอกเบี้ยเฟดและบีโอเจ

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

Energy Force

“พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะ 8.8 GW ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า “พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะ 8.8 GW ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า 1 min read
  • ENERGY FORCE
  • HOT NEWS

“พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะ 8.8 GW ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า

17/09/2026
LINEแชร์เลย! “พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ กรอง’ดีมานด์ไฟฟ้าเทียม‘ เคาะ 8.8 กิกะวัตต์ลงแผน PDP 2026... อ่านต่อ

Politics

813332769_1130195756243262_7490029715015083898_n เล็งเพิ่มบทลงโทษ แต่งกายเลียนแบบพระภิกษุ 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

เล็งเพิ่มบทลงโทษ แต่งกายเลียนแบบพระภิกษุ

17/09/2026
S__79855740 บุกจับนายก อบต.หนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เรียกเงินแลกต่อสัญญาพนักงานจ้าง 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

บุกจับนายก อบต.หนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เรียกเงินแลกต่อสัญญาพนักงานจ้าง

17/09/2026
S__34758773 “กรณ์” แฉมีชื่อ “อดีต รมต. ยุคอนุทิน” ติดโผ สหรัฐฯ คว่ำบาตรแก๊งสแกมเมอร์ 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

“กรณ์” แฉมีชื่อ “อดีต รมต. ยุคอนุทิน” ติดโผ สหรัฐฯ คว่ำบาตรแก๊งสแกมเมอร์

16/09/2026

ประเด็นข่าว

EXIM BANK KBANK scb SME D Bank กรมชลประทาน กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงไทย กสิกรไทย กอนช. ข่าวเด่น ข่าวดัง คปภ. ครม. ค่าเงินบาท ดวงประจำวัน ตลาดหุ้น ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ธอส. บก.ชวนคุย บสย. บางจาก ปตท. ประเมินค่าเงินบาท พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาล ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน สถานการณ์น้ำ สรุปข่าวประจำวัน สรุปสถานการณ์น้ำ สิงคโปร์ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม เศรษฐกิจไทย เศรษฐา ทวีสิน แพทองธาร ชินวัตร โควิด-19 ไทยพาณิชย์

Business Movement

BAM แก้เกมแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อชู “เช่าก่อนซื้อ–ผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น BAM แก้เกมแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อชู “เช่าก่อนซื้อ–ผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

BAM แก้เกมแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อชู “เช่าก่อนซื้อ–ผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

17/09/2026
กอช. ชวน “อาชีพอิสระ” ออมเงินรับบำนาญตลอดชีพ พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท  กอช. ชวน “อาชีพอิสระ” ออมเงินรับบำนาญตลอดชีพ พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท  1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

กอช. ชวน “อาชีพอิสระ” ออมเงินรับบำนาญตลอดชีพ พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท 

17/09/2026
ทีทีบี จับมือ 5 หน่วยงานกลาโหม ปั้น “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ช่วยกำลังพลทั่วประเทศ ทีทีบี จับมือ 5 หน่วยงานกลาโหม ปั้น “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ช่วยกำลังพลทั่วประเทศ 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

ทีทีบี จับมือ 5 หน่วยงานกลาโหม ปั้น “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ช่วยกำลังพลทั่วประเทศ

17/09/2026
20 ปี PIM บทพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเซเว่นสู่มหาวิทยาลัยสร้างคน 20 ปี PIM บทพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเซเว่นสู่มหาวิทยาลัยสร้างคน 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

20 ปี PIM บทพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเซเว่นสู่มหาวิทยาลัยสร้างคน

17/09/2026

Recommend

นายกฯ สั่งคลังขยายเวลา "ไทยช่วยไทยพลัส" 1-2 เดือน ใช้วงเงินที่เหลือ 4-5 หมื่นล้านช่วยประชาชน นายกฯ สั่งคลังขยายเวลา “ไทยช่วยไทยพลัส” 1-2 เดือน ใช้วงเงินที่เหลือ 4-5 หมื่นล้านช่วยประชาชน 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

นายกฯ สั่งคลังขยายเวลา “ไทยช่วยไทยพลัส” 1-2 เดือน ใช้วงเงินที่เหลือ 4-5 หมื่นล้านช่วยประชาชน

13/09/2026
“คลัง” พร้อมเชื่อม 3 ประเทศ บูมเศรษฐกิจภาคใต้ “คลัง” พร้อมเชื่อม 3 ประเทศ บูมเศรษฐกิจภาคใต้ 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

“คลัง” พร้อมเชื่อม 3 ประเทศ บูมเศรษฐกิจภาคใต้

12/09/2026
ครม. เตรียมมอบประกันภัยพิบัติ ให้คนไทย 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว  ครม. เตรียมมอบประกันภัยพิบัติ ให้คนไทย 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว  1 min read
  • NATIONAL
  • RECOMMEND

ครม. เตรียมมอบประกันภัยพิบัติ ให้คนไทย 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว 

01/09/2026
“อนุทิน” เยือนนิวซีแลนด์ เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ “อนุทิน” เยือนนิวซีแลนด์ เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

“อนุทิน” เยือนนิวซีแลนด์ เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์

21/08/2026

Photo Stories

กองทัพบก จับมือ ธนารักษ์-ธอส. ลุยโครงการที่อยู่อาศัยบนที่ราชพัสดุเพื่อข้าราชการ กองทัพบก จับมือ ธนารักษ์-ธอส. ลุยโครงการที่อยู่อาศัยบนที่ราชพัสดุเพื่อข้าราชการ 1 min read
  • PHOTO STORIES

กองทัพบก จับมือ ธนารักษ์-ธอส. ลุยโครงการที่อยู่อาศัยบนที่ราชพัสดุเพื่อข้าราชการ

16/09/2026
อธิบดีกรมธนารักษ์บรรยายภารกิจกรมฯ แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสวนดุสิต ณ พิพิธภัณฑ์เหรียญฯ อธิบดีกรมธนารักษ์บรรยายภารกิจกรมฯ แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสวนดุสิต ณ พิพิธภัณฑ์เหรียญฯ 1 min read
  • PHOTO STORIES

อธิบดีกรมธนารักษ์บรรยายภารกิจกรมฯ แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสวนดุสิต ณ พิพิธภัณฑ์เหรียญฯ

15/09/2026
อธิบดีกรมธนารักษ์ ตรวจเยี่ยมสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุพรรณบุรี อธิบดีกรมธนารักษ์ ตรวจเยี่ยมสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุพรรณบุรี 1 min read
  • PHOTO STORIES

อธิบดีกรมธนารักษ์ ตรวจเยี่ยมสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุพรรณบุรี

08/09/2026
TAGTHAi หนุนหนัง “HENRY’s First Dates” ดันท่องเที่ยวไทย TAGTHAi หนุนหนัง “HENRY’s First Dates” ดันท่องเที่ยวไทย 1 min read
  • PHOTO STORIES

TAGTHAi หนุนหนัง “HENRY’s First Dates” ดันท่องเที่ยวไทย

07/09/2026
เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ. เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ. 1 min read
  • PHOTO STORIES

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ.

04/09/2026
BAM ร่วม Krungsri Securities Financial Day สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน BAM ร่วม Krungsri Securities Financial Day สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน 1 min read
  • PHOTO STORIES

BAM ร่วม Krungsri Securities Financial Day สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

04/09/2026
ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ประเมินราคาทรัพย์สิน ครั้งที่ 1/2569 ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ประเมินราคาทรัพย์สิน ครั้งที่ 1/2569 1 min read
  • PHOTO STORIES

ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ประเมินราคาทรัพย์สิน ครั้งที่ 1/2569

04/09/2026
IMG_1616 กรมธนารักษ์ ร่วมยินดี กรมสรรพากร ครบรอบวันสถาปนา 111 ปี 1 min read
  • PHOTO STORIES

กรมธนารักษ์ ร่วมยินดี กรมสรรพากร ครบรอบวันสถาปนา 111 ปี

02/09/2026
ธอส. คว้ารางวัลเกียรติยศระดับสากล “Best Places to Work Certification 2026”  ธอส. คว้ารางวัลเกียรติยศระดับสากล “Best Places to Work Certification 2026”  1 min read
  • PHOTO STORIES

ธอส. คว้ารางวัลเกียรติยศระดับสากล “Best Places to Work Certification 2026” 

26/08/2026
ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน

22/08/2026
ออมสิน สนับสนุนทุนสิริกิติ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีนักเรียนทุนศึกษาต่อต่างประเทศ ออมสิน สนับสนุนทุนสิริกิติ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีนักเรียนทุนศึกษาต่อต่างประเทศ 1 min read
  • PHOTO STORIES

ออมสิน สนับสนุนทุนสิริกิติ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีนักเรียนทุนศึกษาต่อต่างประเทศ

17/08/2026
SME D Bank จัด Town Hall Meeting มอบนโยบายพนักงานทั่วประเทศ SME D Bank จัด Town Hall Meeting มอบนโยบายพนักงานทั่วประเทศ 1 min read
  • PHOTO STORIES

SME D Bank จัด Town Hall Meeting มอบนโยบายพนักงานทั่วประเทศ

15/08/2026
ออมสิน สนับสนุน SE Thailand เสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม สร้างโอกาสทางการเงิน ออมสิน สนับสนุน SE Thailand เสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม สร้างโอกาสทางการเงิน 1 min read
  • PHOTO STORIES

ออมสิน สนับสนุน SE Thailand เสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม สร้างโอกาสทางการเงิน

15/08/2026
ธอส. ส่งมอบบ้านผู้ยากไร้-ผู้พิการ จ.พังงา ธอส. ส่งมอบบ้านผู้ยากไร้-ผู้พิการ จ.พังงา 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธอส. ส่งมอบบ้านผู้ยากไร้-ผู้พิการ จ.พังงา

15/08/2026
EXIM BANK ร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล TGS Charity Run 2026 EXIM BANK ร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล TGS Charity Run 2026 1 min read
  • PHOTO STORIES

EXIM BANK ร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล TGS Charity Run 2026

10/08/2026

บก.ชวนคุย

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 1 min read
  • HOT NEWS
  • EDITOR TALK

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568

25/02/2025
LINEแชร์เลย! บก.ชวนคุย เรื่องที่ 4,391 แอพเงินกู้แหล่งทุนยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความท้าทายทางการงาน การเงิน คนไทยมากกว่า... อ่านต่อ

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ รายได้สูง !!!

  • Facebook
  • Twitter
สงวนลิขสิทธิ์ © 2560 เว็บไซต์ AEC10NEWS.COM