ม.หอการค้าไทย ชี้ หนี้ครัวเรือนพุ่ง 7.9 แสนบาท สูงสุด 18 ปี เตือนคนไทยติดลูปหนี้
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า สถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2569 ยอดหนี้สินรวมเฉลี่ยของครัวเรือนไทยจากการสำรวจพุ่งสูงถึง 794,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี 2552
รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนถือเป็นปัญหาวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ซึมลึกและยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จ
โดยพบว่าคนไทยเริ่มก่อหนี้ตั้งแต่วัยเริ่มทำงานหรือช่วงอายุ 30 ปี (Gen Y) ซึ่งหากขาดความสามารถในการชำระหนี้จะกลายเป็นความเสี่ยงสะสมทันที
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือภาระหนี้สินนี้ลากยาวไปจนถึงวัยเกษียณ โดยกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ประจำต้องแบกรับภาระหนี้เฉลี่ยเกือบ 300,000 บาท และยังไม่สามารถผ่อนคลายภาระหนี้ได้แม้จะเกษียณมาแล้วถึง 10 ปี โดยมีเพียง 44% เท่านั้นที่มีเงินเก็บออม
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดหนี้พุ่งสูงขึ้น มาจากสภาพคล่องทางการเงินของครัวเรือนที่ตึงตัว รายได้ฟื้นตัวไม่โดดเด่น สวนทางกับค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปี
ส่งผลให้การกู้ยืมส่วนใหญ่เป็นการกู้เงินหมุนเวียนเพื่อนำมาใช้จ่ายอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยประชาชนหันไปพึ่งพาการกู้ยืมผ่านสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลและ Non-bank ในระบบมากขึ้นเพื่อประคองตัว
นอกจากนี้ โครงสร้างภาระการพึ่งพิงในครอบครัวยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยซ้ำเติม โดยพบว่าครัวเรือนไทยส่วนใหญ่มีผู้มีรายได้เพียง 1-2 คน แต่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายดูแลสมาชิกที่ไม่มีรายได้ถึง 3-5 คน
ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจแบบ K-Shaped ที่กลุ่มรายได้น้อยยังคงเดือดร้อนหนักและไม่สามารถเก็บออมเงินได้
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะค่อยๆ ปรับลดลงในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เนื่องจากมีปัจจัยบวกเข้ามาช่วยหนุน ทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น เช่น ข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ
รวมถึงการขยายตัวของภาคการส่งออกและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยยังคงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ไว้ที่กรอบ 2.0% – 2.5%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “หอการค้าไทย” หนุนบอร์ด EV ปรับภาษี ดันไทยฐานผลิต-ส่งออก

