แอลเอติดเชื้อโควิดทะลุ 1 ล้านคน

ลอสแองเจลิสกลายเป็นเคาน์ตีแรกในสหรัฐฯที่มีรายงานผู้ติดเชื้อสะสมจากโควิด-19 สูงเกิน 1 ล้านราย จากรายงานของทางการ
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 14,669 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 253 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในลอสแองเจลิสอยู่ที่ 1,003,923 ราย และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13,741 ราย จากการแถลงข่าวของสำนักสาธารณสุขประจำลอสแองเจลิสเคาน์ตี
โดยในวันที่ 16 ม.ค. ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อรายแรกจากโควิดกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ B117 เป็นชายที่เดินทางไปแอลเอเคาน์ตี แต่ตอนนี้กักตัวในรัฐโอเรกอน
ทางการระบุว่า เชื่อว่าไวรัสกลายพันธู์จากสหราชอาณาจักรได้แพร่ระบาดในชุมชนแล้ว และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
“ไวรัสกลายพันธุ์จากสหราชอาณาจักรในลอสแองเจลิสเคาน์ตีกำลังสร้างปัญหา ระบบสาธารณสุขของเรากำลังรับภาระหนักเพราะมีผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 7,500 คน” บาร์บารา เฟอร์เรอร์ ผอ.สาธารณสุขในเคาน์ตีระบุในแถลงการณ์
“ชุมชนของเรากำลังประสบผลจากการติดเชื้อที่พุ่งขึ้นในฤดูหนาว ตัวเลขเพิ่มขึ้นทั้งผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยในโรงพยาบาล และผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นจากช่วงฤดูร้อนถึง 5 เท่า”
“ ไวรัสนี้ทำให้มีการติดเชื้อง่ายขึ้นทั้งในสถานที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า และบ้านของเราเอง เรากำลังอยู่ในวิกฤตสาธารณสุขฉุกเฉิน ดังนั้น โปรดทำทุกอย่างที่คุณทำได้เพื่อปกป้องตัวคุณเองและคนที่คุณรัก” เฟอร์เรอร์กล่าว
เดวิด ออร์ทิซ โฆษกสำนักดับเพลิงลอสแองเจลิสระบุว่า สถานการณ์ในลอสแงเจลิสนั้น เกินจริงมาก
“ รู้สึกเหมือนคุณตื่นขึ้นในฝันร้าย เรารับรู้ว่ามีคนป่วยจำนวนมาก เสียชีวิตจำนวนมากทุกวัน มันเลวร้ายจริงๆ”
“ รู้สึกหัวใจสลายที่เห็นเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยหมดแรงทุกวัน เพื่อดูแลคนป่วย”
เขาระบุว่า ไม่ว่าจะมีผู้เสียชีวิตมากแค่ไหน แต่การฉีดวัคซีนก็ทำให้มีความหวัง “เพราะทุกคนที่ได้ฉีดวัคซีน ก็มีโอกาสที่จะปลอดภัย และมีคนเป็นเหยื่อไวรัสน้อยลง”
สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในโลก จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์มีผู้ติดเชื้อสะสมในสหรัฐฯอย่างน้อย 23.7 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 395,650 ราย
มีการกระจายวัคซีนต้านโควิด-19 ไปทั่วสหรัฐฯ อย่างน้อย 31.1 ล้านโดส และมีผู้ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 12.2 ล้านคน จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ