“นายชวน” เสนอเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ เริ่มต้น 1,000 บาท ไม่เป็นภาระคลัง
“นายชวน” จี้กรรมาธิการงบฯ ทบทวนเบี้ยผู้สูงอายุ เริ่มต้น 1,000 บาท ย้ำไม่เป็นภาระคลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยเน้นย้ำถึง 2 ประเด็นสำคัญ คือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พร้อมฝากข้อคิดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตในการบริหารงบประมาณ
นายชวน เปิดเผยว่า งบประมาณรายจ่ายสำหรับเบี้ยผู้สูงอายุในปีนี้ ตั้งไว้ที่ 65,460,869,100 บาท ซึ่งพบว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวทาง โครงสร้างยังคงเดิมคือจ่ายแบบขั้นบันได 600-1,000 บาท ทั้งที่สถานการณ์เศรษฐกิจ ค่าเงิน และสภาพสังคมในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากแล้ว ตนจึงอยากเสนอและขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นำกลับไปทบทวน เพื่อให้ปรับเบี้ยผู้สูงอายุเริ่มต้นที่ 1,000 บาทเท่ากันทั้งหมด

“ผู้สูงอายุเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ทำงานหนัก ขับเคลื่อนประเทศมาตลอดชีวิต ทั้งกรรมกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน เพียงแต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์บำเหน็จบำนาญเหมือนข้าราชการ จึงควรได้รับหลักประกันพื้นฐานที่สมศักดิ์ศรี ยืนยันว่าจากการศึกษาตัวเลขร่วมของอดีตนายกรัฐนตรีอภิสิทธิ์กับอดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ การเริ่มต้นที่ 1,000 บาท รัฐบาลสามารถทำได้แน่นอน และจะไม่เป็นภาระทางการคลังมากจนเกินไป” นายชวน ระบุ
จากนั้น นายชวน ได้อภิปรายถึงประเด็นกองทุน กยศ. ซึ่งตนเป็นผู้ริเริ่มโครงการเมื่อ 30 กว่าปีก่อน โดยกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ปีนี้จัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านบาท หลังจากปีที่ผ่านมางบประมาณไม่เพียงพอจนเกิดความฉุกละหุก อย่างไรก็ตาม ตนมีความเป็นห่วงเรื่องเงินหมุนเวียนนอกงบประมาณ ของกองทุนที่ปัจจุบันโตขึ้นถึง 7 แสนกว่าล้านบาท แต่กำลังประสบปัญหาผู้กู้ยืมไม่ยอมชำระหนี้คืน
“คนที่ไม่มีงานทำเราเข้าใจและน่าเห็นใจ แต่กลุ่มคนที่มีงานทำแล้ว ไม่เดือดร้อน แต่จงใจไม่คืนเงินกองทุน ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องรณรงค์อย่างจริงจัง ตัวผมเองถึงขนาดต้องทำหนังสือส่งตรงถึงนายกสภามหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพื่อขอให้ช่วยกระตุ้นเตือนศิษย์เก่าที่มีงานทำแล้ว ให้ตระหนักถึงหน้าที่ในการคืนเงิน เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับคนรุ่นหลังต่อไป” นายชวนกล่าว
ในช่วงท้าย นายชวน ได้กล่าวถึงกรณีที่แกนนำรัฐบาลประกาศกร้าวกลางสภาว่าจะกวาดล้างการส่งส่วยและไม่เอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยตนรู้สึกยินดีกับคำมั่นสัญญาดังกล่าว พร้อมฝากทิ้งท้ายไปถึงผู้บริหารประเทศทุกคนให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีเปิดรัฐสภา
“ถ้าเรามาโดยสุจริต ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ผมเชื่อว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องได้ ตามแนวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งไว้ตอนที่เสด็จเปิดพิธีรัฐสภา ที่จริงทุกกระทรวง จะต้องยึดแนวนี้ แต่อย่างไรก็ตามจะทำได้หรือไม่นี่ ใครก็ตามที่พูดไว้ในสภานี้ เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เบื้องพระพักตร์พระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใครที่ทำอะไรไม่ถูกต้อง ผมคิดว่ามีอันเป็นไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ” นายชวนกล่าวย้ำ

