เปิด 3 แผลใหญ่ สะเทือน ระบอบน้ำเงิน
บริหารงานได้ไม่นานนัก แต่รัฐบาลก็มีแผลเต็มไปหมด และมี 3 แผลที่ใหญ่และอาจเกินเยียวยา
รัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งได้เพียง 3 เดือนก็เจอกับมรสุมหลายลูกที่ถาโถมโหมกระหน่ำรอบทิศ
ทำให้ถูกมองว่า แม้จะบริหารงานได้ไม่นานนัก แต่รัฐบาลก็มีแผลเต็มไปหมด และมี 3 แผลที่ใหญ่และอาจเกินเยียวยา

แผลที่ 1 : ฮั้ว สว.
ฮั้ว ส.ว. เป็นหนึ่งตราบาปของพรรคภูมิใจไทย และนักการเมืองค่ายสีน้ำเงิน ชนิดที่เรียกว่า “ย่อยยับ” โดยคดีนี้ได้มีการตั้งผู้ถูกกล่าวหากว่า 229 คน ซึ่งรวมไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 โดนข้อกล่าวหาด้วยอีกหลายคน คดีนี้ยังพ่วงข้อกล่าวหาไปถึงนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย
ผลจากการเลือก สว.ที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้วนั้น ปรากฏเด่นชัดในการเลือกองค์กรอิสระ ซึ่งปัจจุบันถูกมองว่าเป็นองค์กรอิสระที่เอื้อไปทางค่ายสีน้ำเงิน
การเลือกองค์กรอิสระแบบนี้ จะส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบมีปัญหาอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นว่า สว.เป็นคนเลือก กกต. แล้ว กกต.ก็มาทำคดีฮั้ว สว. นั่นจึงทำให้กลไกการตรวจสอบมีปัญหาอย่างแน่นอน
แผลที่ 2 : เขากระโดง
คดีเขากระโดง ถือเป็นมรสุมลูกใหญ่อีกลูกหนึ่ง ที่กระทบต่อกล่องดวงใจของพรรคภูมิใจไทยอย่างจัง นั่นก็คือนายเนวิน ชิดชอบ และคนใน ตระกูลชิดชอบ
พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินเครื่องเรื่องนี้อย่างหนัก บุกไปถึงเมืองบุรีรัมย์ เพื่อทวงคืนเขากระโดง โดยไปเยือนถึงหน้าบ้านนายเนวิน และไปถึงสถานีตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีการครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งถือว่าเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
อีกคนที่เล่นเรื่องนี้ชนิดที่เรียกว่ากัดไม่ปล่อย นั่นก็คือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ทนายคนดังแห่งเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งตอนนี้ขึ้นชื่อว่ามือปราบสีน้ำเงิน ก็เดินเกมบีบประเด็นเรื่องเขากระโดงอย่างหนัก ยื่นร้องต่อหลายหน่วยงาน ให้เร่งดำเนินการเอาผิดผู้ที่ครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย และเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปล่อยปละละเลยไม่เพิกถอนโฉนดเขากระโดง

แผลที่ 3 : คดีศักดิ์สยาม
คดีนี้สืบเนื่องมาจากมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และอดีตรมว.คมนาคม กรณีการใช้นอมินีถือครองหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
คดีนี้ก่อให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานการทำงานของ ป.ป.ช.โยงไปถึงอิทธิพลของคนในเครือข่ายสีน้ำเงิน
และแน่นอนคดีนี้ ก็กระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรอิสระและกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่สำคัญคดีนายศักดิ์สยาม ก่อให้เกิดคำถามถึงอิทธิพลของระบอบสีน้ำเงิน ว่านอกจากจะควบคุมฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว ยังรวมถึงองค์กรอิสระด้วย
และนั่นจะทำให้การตรวจสอบไม่มีทางที่จะทำงานได้อย่างอิสระ อย่างที่ควรจะเป็น


