“ยศชนัน” บุกศรีสะเกษ ชู รักษาอธิปไตย-สันติภาพ
“ยศชนัน” บุกศรีสะเกษ ชูรักษาอธิปไตย-สันติภาพ
วันนี้ (4 ก.พ.) พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยที่ท่าทรายผู้ใหญ่เฮง บ้านดอนงูเหลือม อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ และที่ สนามซ้อมฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเวทีที่ 12 และ 13 พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ส่งผู้สมัคร สส.ทั้งหมด 9 เขต

ทั้งนี้บรรยากาศเวทีปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนร่วมฟังปราศรัยกันอย่างล้นหลามทั้ง 2 ที โดยเฉพาะที่อำเภอราษีไศลที่มีประชาชน ร.9 ฟังการปราศรัยจนล้นออกมาบริเวณนอกท่าทรายฯ โดยประชาชนได้นำ มาลัยหอมแดง และมาลัยกระเทียม มามอบให้กับแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย และผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทยด้วย
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ ปราศรัยว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อรายงานตัวและกราบคารวะพี่น้องชาวศรีสะเกษทุกคน เพราะศรีสะเกษคือหมุดหมายสำคัญที่มีบุญคุณกับพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด เราต่อสู้ร่วมกันมาอย่างยาวนาน แม้พรรคจะล้มลงกี่ครั้งหรือถูกยุบกี่หน แต่จิตวิญญาณของเรายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และวันนี้พิสูจน์แล้วว่าพี่น้องยังคงยืนหยัดเคียงข้างเรา “พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน”
ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญเรื่องการรักษาแผ่นดินว่า “ผมมาคราวนี้ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย คือเรื่องของอำนาจอธิปไตย ผมยืนยันว่าจะรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและสันติภาพของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ยศชนันคนนี้จะทำเพื่อคนไทย และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องชาวศรีสะเกษและคนไทยทุกคน” เพื่อเป็นการยืนยันจุดยืนในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า การจะเป็นประเทศรายได้สูง รายได้ต้องสูงทุกคน วันนี้ศรีสะเกษมีของดีมากมาย แต่คุณภาพชีวิตจะดีได้ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินที่รุมเร้า ขั้นตอนแรกที่จะทำทันทีคือการแก้หนี้ทั้งระบบ “รดน้ำต้องรดที่ราก ไม่ใช่ที่ใบ” ทั้งการพักหนี้เกษตรกร 500,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี และการจัดการหนี้เสียสำหรับผู้สูงอายุ โดยพรรคเพื่อไทยจะใช้ศักยภาพในการหาเงินผ่านโครงการสร้างเศรษฐีเงินล้าน เพื่อดึงเม็ดเงินมาดูแลสวัสดิการและน้ำประปาให้พี่น้อง

“แผนจัดการน้ำของเราพร้อมมาเกือบ 10 ปีแล้ว เราจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้งทั้งระบบ ศรีสะเกษเป็นพื้นที่รับน้ำจากจังหวัดอื่น เราต้องทำทั้งคันกั้นน้ำ ทางระบายน้ำ และพื้นที่รับน้ำอย่างเป็นระเบียบ เหมือนอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ที่พื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเขายังจัดการได้ ศรีสะเกษก็ต้องทำได้ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องขาดทุนจากการทำนาทำไร่อีกต่อไป”
สำหรับการเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยเฉพาะ “หอมแดงศรีสะเกษ” ต้องยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน แปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยและยาแก้หวัด โดยจะมีงบประมาณและหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง รวมถึงการต่อยอดเป็น “30 บาทรักษาทุกที่” และการเติมเงินสนับสนุนผู้ป่วยติดเตียงเดือนละ 3,000 บาท เพราะคนไทยต้องดูแลกัน
ในช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ย้ำถึงการสร้างความแตกต่างด้วย “รัฐบาลดิจิทัล” เพื่อความโปร่งใสและไม่มีการคอร์รัปชัน “ดิจิทัลไม่มีใต้โต๊ะแน่นอน เราจะลดอำนาจรัฐ คืนอำนาจและงบประมาณให้คนอีสานได้ดูแลตัวเอง วันนี้หมดเวลาของการโจมตีกัน ประเทศต้องการความสามัคคี สิ่งที่ผมพูดอาจดูยากแต่เราทำเป็น ขอพี่น้องช่วยสนับสนุนผู้สมัครทั้ง 9 เขต และฝากพรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 เลือกทั้งคนทั้งพรรคเพื่อเปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้”
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยเสนอตัว ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนๆนี้ ไม่เคยโจมตีสาดโคลนใคร มีแต่จะนำความรู้มาเพื่อให้ใช้ในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน แต่การจะเอาอาจารย์เชนเป็นนายกฯ มีทางเดียวคือ ต้องมีเสียง สส.มากพอเกิน 250 คน มาจาก สส. 2 ระบบคือ สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เขตเลือกตั้ง ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบเท่านั้นเราถึงจะได้อาจารย์เชนไปเป็นนายกฯ ดีเอ็นเอ ทำงานเพื่อประชาชน และผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษยืนยันว่าจะทำงานอย่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทัั้ง 4 คน 4 เขต ยึดมั่นประโยชน์พี่น้องประชาชนศรีสะเกษ เขาเหล่านี้อยู่ในสภา มีผลงานอภิปรายหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหามาตลอด ถ้าเราได้ ตัวแทน สส. เพื่อไทยทั้ง 4 คนรวมถึงนายกฯ เชน จะสามารถผลักดันนโยบายดี ให้พี่น้องประชาชนได้แน่นอน
การทำงานของพรรคเพื่อไทยมีทั้งอุปสรรค มีทั้งความสำเร็จ เราจะเดินหน้าสานงานของเราต่อ เช่นการล้างหนี้ประชาชน ปลดโซ่ตรวนให้ท่านได้เดินหน้าต่อ ถ้าพี่น้องมีหนี้เสียต่ำกว่า 2 แสนบาท จ่าย 10% ปิดจบล้างหนี้, พักหนี้เกษตรกร หยุดทั้งต้นท้้งดอก 3 ปี ไม่เกิน 5 แสนบาท, ล้างหนี้วัยเกษียณ จะล้างหนี้เสียต่ำกว่า 1 แสนบาทสำหรับแบงก์รัฐบาล ล้างนี้นอกระบบ กู้เงินดอกเบี้ยต่ำปิดหนี้นอกระบบรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท รวมถึงนโยบายสินค้าเกษตรที่มีประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30% ในสินค้าข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง รวมถึงได้คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์อีกด้วย


