“คลัง” ย้ำ 4 แสนราย ไม่ยืนยันตนภายใน ต.ค.69 อดรับเงิน 700 บาท
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ผู้ผ่านการลงทะเบียนโดยมีจำนวน 11.22 ล้านคน ผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ 7.6 ล้านคน
โดยจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติและการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.69 ถึงวันที่ 27 ก.ย.69 พบว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติรวมทั้งสิ้น 9,506,531 ราย
จากจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด แบ่งออกเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องดำเนินการ e-KYC (ผู้มีบัตรฯ รายเดิม) จำนวน 6,366,645 ราย และกลุ่มที่ต้องดำเนินการ e-KYC จำนวน 3,139,886 ราย ซึ่งประกอบด้วยผู้ได้รับบัตรฯ รายใหม่ประมาณ 2.3 ล้านราย และผู้มีบัตรฯ รายเดิมที่มอบอำนาจอีกประมาณ 8.4 แสนราย
สำหรับผลการดำเนินงานในกลุ่มที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) พบว่าดำเนินการ e-KYC สำเร็จแล้ว จำนวน 2,688,050 ราย ยังไม่ได้ดำเนินการ e-KYC จำนวน 428,261 ราย และดำเนินการ e-KYC ไม่สำเร็จ จำนวน 23,575 ราย
“สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน (e-KYC) แล้วที่ยืนยันตัวตนยังไม่ผ่าน แนะนำให้รีบลงทะเบียนภายในเดือน ต.ค.69 เพื่อรับเงินสนับสนุนจากรัฐจำนวน 700 บาท ขยายโครงการเดือน ต.ค.69 หากยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ หรือไม่ได้ยืนยันตัวตนจะไม่ได้รับเงินในจำนวนนี้”
ซึ่งระยะต่อไป รัฐบาลจะเริ่มสนับสนุนเงินจำนวนที่ 300 บาทในเดือน พ.ย.69 เป็นต้นไป ซึ่งหากผู้ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน e-KYC ในเดือน ต.ค.69 สามารถยืนยันตัวตนจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลายืนยันตนในโครงการฯ ดังกล่าว
นอกจากนี้ หากยืนยันตัวตนหลังเดือน ต.ค.69 ผู้ได้รับสิทธิ จะยังคงได้รับเงิน 300 บาท สำหรับเดือน พ.ย.69 รวมเป็น 600 บาท แต่จะไม่ได้รับเงินย้อนหลัง 700 บาท ที่สนับสนุนในเดือน ต.ค.69 เพื่อบรรเทาค่าครองชีพในช่วงราคาพลังงานสูง
ขณะที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) ในการประชุมครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 ได้มีมติเห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 รอบทบทวนสิทธิ ที่เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติยื่นทบทวนสิทธิได้ระหว่างวันที่ 17 ก.ค. -31 ส.ค.69
โดยมีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 5.01 ล้านราย และจากการตรวจสอบ มีผู้ผ่านคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิ 1.75 ล้านราย ซึ่งได้ประกาศผลดังกล่าว ในวันที่ 30 ก.ย.69 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th) แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ))
สำหรับผู้ได้รับสิทธิสามารถเริ่มรับสิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป เพียงดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง และที่ธนาคารกรุงไทยฯ ได้ถึงวันที่ 12 ม.ค.70 หรือที่ ธ.ก.ส.ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. ได้ถึงวันที่ 14 ต.ค.69 (เฉพาะผู้มีบัตรฯ รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน)
สำหรับผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ เพียงกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 ต.ค.69 โดยจะต้องมีคุณสมบัติตามที่โครงการกำหนด
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเล็งเห็นความสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อบูรณาการข้อมูล ซึ่งจะนำไปสู่การจัดสรรสวัสดิการที่ถูกฝาถูกตัวลดหลั่นกันไปอย่างเหมาะสมต่อไป
นายวินิจฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการฯ ปี 2569 มีผู้ได้รับสิทธิ รวมทั้งสิ้น 11.25 ล้านคนโดยการลงทะเบียนรอบใหม่นี้ได้ขยายการเข้าถึงกลุ่มตกหล่นจากฐานข้อมูลของ พม. และ มท. รวมถึงการลงพื้นที่เชิงรุกทั่วประเทศ ทำให้ภาครัฐสามารถปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและคัดกรองได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ส่งผลให้พบผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในภาวะยากลำบากและเดือดร้อนจริง เพิ่มเติมกว่า 2.66 ล้านคน
ข้อมูลเพิ่มเติม : ติดตามรายละเอียดโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรมบัญชีกลาง อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ เดือน ต.ค. 2569 จ่ายอะไรบ้าง

