กระทรวงดีอี เล็งตัดสิทธิ “บัตรทอง 30 บาท” คนขายบัญชีม้า ตัดวงจรอาชญากรรมไซเบอร์
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมยกระดับความเด็ดขาดในการปราบปรามภัยออนไลน์ โดยเสนอแนวทางลงโทษผู้ที่ถูกพิสูจน์และมีคำตัดสินว่าเป็น “บัญชีม้า” ด้วยการศึกษามาตรการตัดสิทธิสวัสดิการภาครัฐ รวมถึงสิทธิการรักษาพยาบาลตามโครงการบัตรทอง 30 บาท เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนยอมขายบัญชีธนาคารแลกกับเงินโอนจากกลุ่มมิจฉาชีพ
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 4/2569 ว่า แม้จำนวนบัญชีม้าจะมีแนวโน้มลดลง แต่จำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้น โดยกระทรวงดีอีได้เข้าหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการตัดสิทธิสวัสดิการภาครัฐที่มีอยู่นับร้อยรายการสำหรับผู้กระทำผิด
“หากยังยอมขายบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงิน คนเหล่านี้ไม่ควรได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ ซึ่งอาจรวมถึงสิทธิในการเข้ารักษาพยาบาลบัตรทอง 30 บาทด้วย” น.ส.บุณย์ธิดา กล่าวเน้นย้ำ
นอกจากประเด็นบัญชีม้าแล้ว ที่ประชุมยังได้หารือและติดตามมาตรการสำคัญอื่นๆ เพื่อยกระดับการป้องกันภัยออนไลน์อย่างเป็นระบบ ดังนี้
* สกัดกลุ่มนอมินีหนุนขบวนการ Scam: เร่งบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย และกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น และธุรกรรมทางการเงิน ป้องกันไม่ให้บริษัทนอมินีถูกใช้เป็นเครื่องมืออำพรางการเคลื่อนย้ายเงินของเครือข่ายหลอกลวง
* เข้าถึงชุมชนและสถาบันการศึกษา: ประสานความร่วมมือกับกรมการปกครองส่งข้อมูลเตือนภัยและสื่อประชาสัมพันธ์จากตำรวจไซเบอร์ไปยังกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผ่านการประชุมระดับอำเภอทุกเดือน เพื่อกระจายข่าวสารครอบคลุมกว่า 77,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ พร้อมจับมือกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง อว. เตือนภัยกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาที่ตกเป็นเป้าหมายเพิ่มขึ้น เช่น การหลอกลวงทุนการศึกษาและค่าเช่าหอพัก
* ผลักดันยุทธศาสตร์และเทคโนโลยี: ติดตามแนวทางเก็บข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (Location) ในการทำธุรกรรมการเงิน การขับเคลื่อนกรอบยุทธศาสตร์ National Anti-Fraud Master Plan และการพิจารณาหลักเกณฑ์ประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บัญชีม้า) ตามกฎหมาย
การประชุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน และหน่วยงานกำกับดูแล อาทิ ธปท., ก.ล.ต., ปปง., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงาน กสทช., สพธอ. และสมาคมธนาคารไทย เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์และลดความเสียหายของประชาชนอย่าง concretely
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.มอบ “สิทธิบัตรทองฮีโร่” รักษาเทียบเท่าข้าราชการ กำลังพลชายแดนไทย–กัมพูชา

