คลังเล็งเก็บภาษีสรรพสามิต EV นำเข้าทั้งคัน 30% จูงใจค่ายรถตั้งฐานการผลิตในไทย
รัฐบาลไทยเตรียมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ครั้งใหญ่ โดยพิจารณาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าทั้งคัน (CBU) ในอัตราราว 30% เพื่อปกป้องการลงทุนในประเทศ และผลักดันให้ผู้ผลิตรถยนต์เร่งเข้ามาตั้งโรงงาน พร้อมขยายห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่าน Bloomberg Television ว่า รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อสรุปโครงสร้างภาษีดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนและได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ ทั้งนี้ จากกรณีข้อถามเรื่องความเป็นไปได้ของอัตราภาษีที่ระดับ 31-32% นั้น นายเอกนิติระบุว่า ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ประมาณ 30%
การนำภาษีสรรพสามิตมาใช้เป็นเครื่องมือหลัก เนื่องจากประเทศไทยมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ร่วมกับหลายประเทศ ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นภาษีนำเข้า (Customs Duty) ได้โดยง่าย การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตจึงเป็นช่องทางสำคัญในการให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทที่ลงทุนผลิตภายในประเทศ
โดยแนวทางนี้ผ่านการเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) แล้ว ซึ่งกำหนดโครงสร้างภาษีออกเป็น 3 ระดับ
* อัตราสูงสุด: สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าทั้งคัน (CBU)
* อัตราระดับกลาง: สำหรับรถยนต์ที่ประกอบในประเทศ แต่ยังใช้ชิ้นส่วนนำเข้าบางส่วน
* อัตราต่ำสุด: สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศตามเกณฑ์
การปรับเปลี่ยนทิศทางครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมาตรการลดอุปสรรคการนำเข้าในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากจีนทะลักเข้าสู่ตลาดไทยอย่างรวดเร็ว จนเกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เดิมของไทย ซึ่งเติบโตจากการลงทุนของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนมานานหลายทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีใหม่เริ่มส่งผลในเชิงบวก โดยผู้ผลิตรถยนต์บางรายที่ปัจจุบันนำเข้ารถยนต์จากจีนและยุโรป ได้เริ่มประสานงานกับภาครัฐเพื่อหารือเรื่องการลงทุนสร้างโรงงานในไทยแล้ว เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ต่ำลง ซึ่งเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีการขยายการลงทุนและเลือกใช้ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาดำเนินธุรกิจแล้วจำนวน 9 ราย โดยบางส่วนเริ่มส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในไทยไปยังต่างประเทศ ขณะที่ผู้ผลิตจากจีนได้เข้ามาร่วมลงทุนในโรงงานผลิต EV มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ยกให้ยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์แห่งอนาคตเป็น 1 ใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลักที่จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “หอการค้าไทย” หนุนบอร์ด EV ปรับภาษี ดันไทยฐานผลิต-ส่งออก

