“ศุภจี” ชูโรดแมป 4 ปัจจัย ดันเศรษฐกิจไทยพ้นกับดักสังคมสูงวัย
“ศุภจี” ประกาศโรดแมปสร้าง Runway เศรษฐกิจไทย ชู 4 ปัจจัยดึงประเทศพ้นดักคัดแยกขั้ว-สังคมสูงวัย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แสดงปาฐกถาพิเศษในงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow หัวข้อ “Thailand Today: Building a Runway Towards the Future” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เร่งรัดให้ประเทศไทยปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการดำเนินงาน เพื่อสร้าง “Runway” ให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถแข่งขันได้ในสภาวะโลกเปลี่ยนผ่าน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การแบ่งขั้ว (Decoupling) การกระจุกตัวของตลาดส่งออก ปัญหาสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากรรวมถึงสังคมสูงวัย

นางศุภจี ระบุถึงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยปัจจุบันว่า แม้ปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกจะสูงถึงประมาณ 11.1 ล้านล้านบาท แต่รายได้หลักยังกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่ และพึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกาและจีนรวมกันถึง 1 ใน 3 จึงจำเป็นต้องกระจายโอกาสไปยังผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) และขยายตลาดใหม่ ควบคู่กับการปรับตัวรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (Decarbonization) และการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายสร้าง Runway ในการยกระดับเศรษฐกิจยุคใหม่ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่
* คน (People) เร่งยกระดับทักษะแรงงานให้สามารถประยุกต์ใช้ Digital และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
* โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure): พัฒนา Digital Infrastructure และ Data Center รองรับการประมวลผลเทคโนโลยีขั้นสูง
* กติกา (Governance) สร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) กำกับดูแลข้อมูล และรับมือกับปัญหา Disinformation และ Misinformation
* พลังงาน (Energy) จัดหาแหล่งพลังงานสะอาดที่มีความเพียงพอและเหมาะสม เพื่อรองรับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
จากการจัดอันดับของ IMD ด้าน World Digital Competitiveness ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 29 ด้าน Technology, อันดับที่ 37 ด้าน Knowledge และอันดับที่ 45 ด้าน Future Readiness ขณะที่ข้อมูลจาก ETDA ชี้ว่าผู้ประกอบการ SMEs ไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกลุ่ม Digital Follower ภาครัฐจึงตั้งเป้าขับเคลื่อนกระบวนการจาก Digital Adoption ไปสู่ Digital Transformation ทั้งในมิติ People, Process และการสร้าง Business Model ใหม่
ด้านการปรับ role ของภาครัฐ นางศุภจีระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จะเปลี่ยนบทบาทจาก Regulator ไปสู่ Ecosystem Builder ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ คือ
* Digital Government นำระบบข้อมูลมาบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร และเชื่อมโยงข้อมูล 23 หน่วยงานเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงกรณี Nominee ซึ่งช่วยลดการจดทะเบียนนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้ถึง 81% ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569
* Capability Building ให้บริการ DBD Academy โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ บัญชี และสินค้าคงคลังแก่ SMEs
* Future Ecosystem ปรับลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย

ส่วนยุทธศาสตร์การเติบโต ภาครัฐวางโครงสร้างทั้งระบบ Inbound และ Outbound โดยด้าน Inbound จะปรับแนวคิดจาก Tourism Economy ไปสู่ Visitor Economy วางระบบรองรับผู้มาเยือนเฉพาะกลุ่ม เช่น การรักษาพยาบาล การศึกษา การทำงาน และการพำนักระยะยาว พร้อมผลักดันไทยให้เป็น Tech Talent Destination เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาทำงานในประเทศ
สำหรับแนวทาง Outbound กระทรวงพาณิชย์ได้สรุปผลการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) เพื่อเชื่อมโยงระบบการชำระเงินดิจิทัลและกฎระเบียบการค้าออนไลน์ข้ามแดน ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงฐานผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนกว่า 600 ล้านคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ศุภจี’ระงับแผน ข้าวแกง 40 บาท หลังเจอเสียงวิจารณ์เยอะ

