Skip to content
Sat. Sep 5th, 2026
  • Facebook
  • Twitter
AEC10NEWS

AEC10NEWS

Primary Menu
  • Home
  • NEWS
    • BREAKING NEWS
    • CHINA NEWS
    • ENERGY FORCE
    • EDITOR TALK
    • MONEY MOVEMENT
    • NATIONAL
    • OPEN NEWS
    • POLITICS
    • WORLD
    • ดวงประจำวัน
  • ASEAN
    • Brunei
    • Cambodia
    • Indonesia
    • Laos
    • Malaysia
    • Myanmar
    • Philippines
    • Singapore
    • Vietnam
  • EEC
  • SPECIAL REPORT
  • BUSINESS
    • BUSINESS MOVEMENT
    • HOT MARKETS
    • PHOTO STORIES
  • HOT NEWS
  • NATIONAL

ส่องเศรษฐกิจและตลาดหุ้นเมืองชวา… หาโอกาสการลงทุน

15/07/2022 2 min read
  • LINEแชร์เลย!
ดูแล้ว: 1,116

ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น แรงกดดันเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้นแบบเร็วและแรง การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยในบางประเทศ โดย SCB CIO เชื่อว่าการกระจายการลงทุนไปสู่ประเทศที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนของ portfolio ได้ บทวิเคราะห์นี้ SCB CIO อยากชวนทุกคนมารู้จักเศรษฐกิจและตลาดหุ้นอินโดนีเซียมากขึ้นผ่าน 5 คำถามสำคัญ ได้แก่

โครงสร้างเศรษฐกิจอินโดนีเซียเป็นอย่างไร และ แตกต่างกับเศรษฐกิจไทยอย่างไร?

อินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ในเอเชีย-แปซิฟิกและอันดับ 1 ในอาเซียน ซึ่งป็นเเศรษฐกิจที่พึ่งพาการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ (Domestic demand-led growth) ต่างจากไทยและเวียดนามที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าและบริการที่มากกว่าอินโดนีเซีย  โดยปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจอินโดนีเซียมาจากขนาดประชากรที่ใหญ่และกลุ่มชนชั้นกลางที่เติบโต นอกจากนั้น ยังมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนทางตรงต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคน เช่น อุตสาหกรรม EV

วัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียอย่างไร?

การส่งออกกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ถ่านหิน น้ำมันปาล์ม และแร่ธาตุนิกเกิล เป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ที่ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ผ่านการส่งออกและการลงทุนในประเทศต่อเนื่องมายังรายได้และการจ้างงานของครัวเรือนแต่ในระยะหลังนี้ปัจจัยนี้มีผลต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียน้อยลงเนื่องจากการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางที่ช่วยประคับประคองการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศได้มากขึ้น รวมถึงการลงทุนของธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น จากที่เคยเน้นไปแค่อุตสาหกรรมการทำเหมือง

ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ นโยบายการเงินตึงตัว และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินอินโดนีเซียในระยะสามปีข้างหน้าอย่างไร?

เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของอินโดนีเซียโดยรวมในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แนวโน้มในระยะ 3 ปีข้างหน้าก็ยังไม่น่ากังวล หากพิจารณาจาก 1) ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลในปีนี้และ 3 ปีข้างหน้าการขาดดุลอยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 2% ของ GDP 2) หนี้ของภาครัฐและเอกชนอยู่ในระดับต่ำเป็น Buffer สำคัญที่จะช่วยรับมือในช่วงที่เกิดวิกฤต 3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ค่าเงิน IDR ก็ไม่ผันผวนในทิศทางอ่อนค่ารุนแรงเหมือนในอดีต 4) แรงกดดันจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวจากประเทศชั้นนำกดดันต่อตลาดเงินอินโดนีเซียไม่มาก ผลจากต่างชาติถือครองพันธบัตรอินโดนีเซียในสัดส่วนต่ำ 5) เงินเฟ้อสูงยังไม่กดดันให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วและแรง ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการดูแลค่าครองชีพของรัฐบาล

โครงสร้างตลาดทุนของอินโดนีเซียเป็นอย่างไร? แตกต่างกับตลาดหุ้นไทยและเวียดนามอย่างไร?

ตลาดหุ้นอินโดนีเซียมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นกลุ่มที่มี market capitalization ใหญ่ที่สุด รองลงมามีการกระจายตัวอยู่ในกลุ่ม Consumer discretionary กลุ่มสื่อสาร กลุ่ม Material และ Consumer staples นอกจากนี้ มูลค่าตลาดยังกระจุกตัวอยู่ในหุ้น 10 บริษัทแรกซึ่งมีสัดส่วนอยู่ราว 50% ของมูลค่าตลาด คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นเวียดนาม ขณะที่ตลาดหุ้นไทยค่อนข้างกระจายตัวในหลาย sectors มากกว่า

มูลค่าของตลาดหุ้นอินโดนีเซียเป็นอย่างไร? หุ้นกลุ่มไหนเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ?

โดยรวม SCB CIO มีมุมมองเป็น Slightly positive ต่อตลาดหุ้นอินโดนีเซีย มูลค่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังมีความน่าสนใจ เนื่องจาก Forward P/E ที่ 15 เท่า สำหรับ JCI และ 14 เท่า สำหรับ MSCI-Indonesia ยังเป็นระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปี (-0.9 และ -1.4 SD ตามลำดับ) ขณะที่ Earning ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี (เฉลี่ย 12-13% ในปี 2022-23) โดยเฉพาะกลุ่ม Large และ Mid Cap และหากเปรียบเทียบกับไทยและเวียดนาม อินโดนีเซียก็ยังคงน่าสนใจ ในแง่ของความผันผวนที่ต่ำกว่า ผลตอบแทนโดยรวมที่ดีกว่า และ Earning ใน 1-2 ปี ที่ยังเติบโตได้ดี ในส่วนของ Sectors ที่น่าสนใจสำหรับลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มสุขภาพ และกลุ่ม Consumer discretionary ที่ได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางและการขยายตัวของธุรกิจบริการ โดยเฉพาะธุรกิจ Platfrom และ 2) กลุ่มพลังงานและกลุ่ม Material ที่ได้อานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ในระยะสั้นผลบวกเริ่มมีข้อจำกัดจากแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่กำลังเข้าสู่ระดับสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง การลงทุนในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ EV น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนในกลุ่ม Material

บทวิเคราะห์เจาะลึก…. ส่องเศรษฐกิจและตลาดหุ้นอินโดนีเซีย         

ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่กระทบต่อเศรษฐกิจประเทศชั้นนำ รวมถึงเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ยังมีเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่อย่างอินโดนีเซีย ที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาวและเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ยังมีช่องว่างให้พัฒนาและขยายการลงทุนได้ สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกเหนือจากตลาดเวียดนามที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยแล้ว ตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและมีความน่าสนใจ ทั้งในแง่ขนาดตลาดที่ใหญ่และทรัพยากรที่มีมาก

บทวิเคราะห์นี้ SCB CIO อยากชวนทุกคนมารู้จักตลาดอินโดนีเซียมากขึ้นผ่าน 5 คำถามสำคัญ ได้แก่ (i) โครงสร้างเศรษฐกิจอินโดนีเซียเป็นอย่างไร แตกต่างกับเศรษฐกิจไทยและเวียดนามอย่างไร (ii) วัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียอย่างไร (iii) ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ นโยบายการเงินตึงตัว และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินอินโดนีเซียในระยะสามปีข้างหน้าอย่างไร  (iv) โครงสร้างตลาดทุนของอินโดนีเซียเป็นอย่างไร แตกต่างกับตลาดหุ้นไทยและเวียดนามอย่างไร และ (v) มูลค่าของตลาดหุ้นอินโดนีเซียเป็นอย่างไร หุ้นกลุ่มไหนเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ

โครงสร้างเศรษฐกิจอินโดนีเซียเป็นอย่างไร? แตกต่างกับเศรษฐกิจไทยอย่างไร?

เศรษฐกิจอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 6 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และใหญ่เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอาเซียน ขณะที่เศรษฐกิจขยายตัวค่อนข้างดีต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงฟื้นตัวได้ดีจากวิกฤตโรคระบาด COVID-19 (ในปี 2015-2019 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ต่อปี ก่อนที่จะหดตัวในปี 2020 อยู่ที่ -2.1% และฟื้นตัวในปีถัดมาที่ 3.7% โดยล่าสุดในไตรมาสแรกของปี 2022 ขยายตัว 5% YOY)

โครงสร้างเศรษฐกิจของอินโดนีเซียเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ (Domestic demand-led growth) ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและเวียดนามที่พึ่งพาภาคการส่งออกสินค้าและบริการในสัดส่วนที่มากกว่าอินโดนีเซีย (รูปที่ 1) หากพิจารณาจาก 1) สัดส่วนของการบริโภคของเอกชนและการลงทุนรวมในประเทศเฉลี่ยในช่วงปี 2012-2021 ของอินโดนีเซียที่สูงถึง 91% ต่อมูลค่า GDP เทียบกับภาคส่งออกที่มีเพียง 21% ขณะที่ประเทศไทยและเวียดนามมีสัดส่วนภาคส่งออกสูงถึง 64% และ 95% ตามลำดับ และ 2) การใช้จ่ายในประเทศเป็นภาคเศรษฐกิจหลักขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจในอินโดนีเซีย (Contribution to GDP growth) กล่าวคือ GDP ในช่วงปี 2012-2019 (ไม่นับในปี 2020-2021 ที่เศรษฐกิจในประเทศเผชิญวิกฤต COVID-19) ที่ขยายตัวเฉลี่ย 5.2% ต่อปี มาจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนในประเทศสูงถึง 4.7%

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้การใช้จ่ายในประเทศของอินโดนีเซียเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญและขยายตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับภาคการส่งออก ได้แก่ 1) ขนาดประชากรที่ใหญ่ อายุเฉลี่ยต่ำ และรายได้เติบโตดี 2) ทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำนวนมาก และ 3) ต่างชาติเข้ามาลงทุนทางตรง (Foreign Direct Investment: FDI) ค่อนข้างมาก สำหรับปัจจัยด้านประชากร อินโดนีเซียเป็นตลาดการบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ASEANs (รูปที่ 2) ด้วยจำนวนประชากรที่มากถึงเกือบ 300 ล้านคน และอยู่ในวัยที่กำลังก่อร่างสร้างตัวและมีความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยสูง ด้วยอายุเฉลี่ย(ค่ามัธยฐาน) ที่ 30 ปี แตกต่างจากประชากรไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (อายุเฉลี่ย (ค่ามัธยฐาน) 40 ปี) ที่มักมีพฤติกรรมเริ่มเน้นการออมมากขึ้นและบริโภคน้อยลงเมื่อเทียบกับสัดส่วนของรายได้

ขณะที่คุณภาพของประชากรอินโดนีเซียก็อยู่ในแนวโน้มที่ดี (รูปที่ 2) สะท้อนจาก 1) จำนวนประชากรในเขตเมืองที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่สัดส่วนเกือบ 60% ของประชากรทั้งประเทศ และมากกว่าไทยและเวียดนามที่มีสัดส่วน 52% และ 38% และ 2) รายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงอยู่ที่ $13,099/ปี สูงกว่าเวียดนามที่ $11,534/ปี และแม้ว่าจะต่ำกว่าประเทศไทย แต่แนวโน้มการขยายตัวในอีก 5 ปีข้างหน้าอยู่ในระดับสูงกว่าประเทศไทย (คาดการณ์โดย IMF)

นอกจากนี้ การบริโภคของครัวเรือนในอินโดนีเซียยังได้ปัจจัยเร่งจากการเติบโตของเศรษฐกิจ Digital โดยเฉพาะการเข้าถึงสินเชื่อและการใช้จ่ายผ่าน e-wallet โดยในปี 2017-2019 ปริมาณธุรกรรม e-money เพิ่มขึ้นเกือบ 12 เท่าสู่ระดับ 145    tn IDR ขณะที่เงินกู้สะสมในรูปแบบ P2P เพิ่มขึ้น 37 เท่า

สำหรับปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติ อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตทรัพยากรด้านพลังงานและโลหะภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยอินโดนีเซียสามารถผลิตถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ นิกเกิลและทองแดงสูงเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม ASEAN โดยโลหะภัณฑ์ นิกเกิลและทองแดง มีความสำคัญต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแบตเตอรี่รถยนต์ EV ที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตและเป็นอุตสาหกรรมอนาคตของโลก ขณะที่ไทยและเวียดนามแทบไม่มีการผลิตโลหะภัณฑ์ดังกล่าวเลย

สำหรับปัจจัยด้านการลงทุนทางตรงของต่างชาติ (FDI) ผลจากตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่และทรัพยากรธรรมชาติที่มากของอินโดนีเซีย ท่ามกลางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีช่องว่างในการพัฒนาอยู่มาก ทำให้อินโดนีเซียเป็นแหล่งลงทุน FDI ที่น่าสนใจสำหรับบริษัทข้ามชาติและนักลงทุนต่างชาติ เห็นได้จากเม็ดเงินลงทุน FDI สุทธิสะสมและ  อัตราการขยายตัวเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของอินโดนีเซียที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงไทยและเวียดนาม

ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของ FDI ในระยะข้างหน้าของอินโดนีเซียยังมีโอกาสขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ EV (หนึ่งในกระแสการลงทุน ESG) ซึ่งนิกเกิลเป็นส่วนสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ EV ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นแหล่งผลิตนิกเกิลรายใหญ่ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่สูงถึงเกือบ 40% ในปี 2021  ทำให้อินโดนีเซียเป็นที่สนใจของบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ EV ให้เข้ามาลงทุน เช่น โครงการลงทุนเพื่อผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ EV ในอินโดนีเซียของกลุ่มทุนเกาหลี Hyundai-LG และ JV: Indonesia Battery Corp (IBC)-LG group ซึ่ง JV มีเม็ดเงินลงทุนอยู่ราว US$9.8bn และโครงการลงทุนของ Contemporary Amperex Technology (CATL) จากจีนที่มีเม็ดเงิน US$5bn เพื่อผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม เป็นต้น

วัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียอย่างไร?

การเติบโตของเศรษฐกิจที่ผ่านมาของอินโดนีเซีย ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งกลุ่มพลังงานและกลุ่มวัตถุดิบสำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์เช่นกัน หากพิจารณาจากรูปที่ 5 จะพบว่าในช่วงที่ราคาสินค้าพลังงานและโลหะภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลบวกในอีกประมาณ 1 ปีถัดมาต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจผ่านการส่งออกและการลงทุนในประเทศ ต่อเนื่องมายังรายได้และการจ้างงานของครัวเรือน นำมาสู่การบริโภคภาคเอกชนให้ดีขึ้น รวมไปถึงคุณภาพสินเชื่อก็ปรับตัวดีขึ้นตามมาในท้ายที่สุด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นและค่าเงินก็ได้อานิสงส์ด้านบวกด้วยเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม เมื่อราคาสินค้าพลังงานและโลหะภัณฑ์ลดลง จะส่งผลให้ภาคส่งออกของอินโดนีเซียหดตัวลงตาม และการลงทุนชะลอตัวลงมาก

ตัวอย่าง เช่นในช่วงปี 2011-1H2013 ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับสูง การลงทุนในประเทศขยายตัวสูงถึง 8-9% เทียบกับช่วงปี 2015-1H2017 ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับต่ำ การลงทุนขยายตัวเพียงประมาณ 4-5%

อย่างไรก็ตาม การบริโภคของเอกชนกลับขยายตัวชะลอลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับภาคส่งออกและลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์มากกว่า ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางและการขยายตัวของภาคธุรกิจอื่นๆ ในประเทศ โดยเฉพาะภาคบริการที่ปัจจุบันมีน้ำหนักใน GDP สูงถึงเกือบ 50% มากกว่าภาคอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วน 40% (เทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่ภาคบริการมีสัดส่วน 40% น้อยกว่าภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ที่ 45%)

ดังนั้น ในระยะหลังนี้ วัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านการส่งออกและการลงทุน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพลังงาน แต่ผลกระทบรุนแรงน้อยลงจากอดีต เนื่องจากได้ปัจจัยบวกจากการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางที่ช่วยประคับประคองการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ หากการลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไม่รุนแรงและยาวนาน นอกจากนี้ การสนับสนุนการลงทุนที่เกาะกระแส ESG เช่น รถยนต์ EV ที่แนวโน้มอุปสงค์เติบโตต่อเนื่อง ก็อาจช่วยลดทอนผลกระทบของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาพลังงานลงมาได้บ้าง

ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ นโยบายการเงินตึงตัว และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินอินโดนีเซียในระยะสามปีข้างหน้าอย่างไร? 

ในภาวะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงเงินเฟ้อสูง แรงกดดันจากนโยบายการเงินที่ตึงตัว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อาจจะชะลอตัวลง แต่ดูเหมือนว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของอินโดนีเซียโดยรวมในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แนวโน้มในระยะ 3 ปีข้างหน้าก็ยังไม่น่ากังวล หากพิจารณาจาก

1. ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ในปี 2022 เกินดุล 4.5% ของ GDP  ในระยะ 3 ปีข้างหน้าการขาดดุลอยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 2% ของ GDP  (คาดการณ์โดย IMF) ทั้งนี้ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับต่ำๆ ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ยังมีความต้องการลงทุนสูง เนื่องจากสะท้อนถึงสัดส่วนการลงทุนที่มีมากกว่าการออม บ่งชี้ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ขณะที่ดุลการคลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากในอดีต (คาดการณ์โดย IMF)

2. ภาระหนี้ของทั้งภาครัฐและเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ หากเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ถือว่าเป็น Buffer สำคัญที่จะช่วยรับมือในช่วงที่เกิดวิกฤต

3. เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการนำเข้าสินค้าและบริการ รวมถึงเทียบกับมูลค่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ขณะที่ค่าเงิน IDR ก็ไม่ผันผวนในทิศทางอ่อนค่ารุนแรงเหมือนในอดีต และล่าสุดที่ค่าเงินของหลายประเทศในเอเชียกำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของ USD จะพบว่า IDR อ่อนค่าเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ JPY, KRW, INR และ THB (Analyst consensus by Bloomberg มีมุมมองต่อค่าเงิน IDR เทียบ USD จะทยอยกลับมาแข็งค่าหลังจาก BI ปรับขึ้นดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ส่งผลให้ IDR/USD สิ้นปี 2022 อยู่ที่ 14,650 และสิ้นปี 2023-2024 อยู่ที่ 14,617 และ 14,500 ตามลำดับ จากปัจจุบันที่ IDR/USD อยู่ที่ 14,969 ในวันที่ 12 ก.ค. 2022 และเฉลี่ย YTD อยู่ที่ 14,478)

4. แรงกดดันจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวจากประเทศชั้นนำ กดดันต่อตลาดเงินอินโดนีเซียไม่มากเท่ากับในอดีต ส่วนหนึ่งมาจากตลาดพันธบัตรของอินโดนีเซียมีสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติลดลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งมาจากการเข้าซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางอินโดนีเซียในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตโรคระบาด COVID-19

5. ทิศทางของเงินเฟ้อสูงยังไม่กดดันให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วและแรง แม้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มิ.ย. จะทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี แต่ธนาคารกลางฯ ให้ความสำคัญกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมากกว่า ซึ่งเดือน มิ.ย. ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาด ผลจากการดูแลค่าครองชีพของรัฐบาลทำให้ราคาสินค้าไม่ได้เร่งตัวขึ้นมาก ขณะที่ความสามารถในการดูแลราคาสินค้าของรัฐบาลในระยะถัดไปยังคงมีอยู่ หากพิจารณาจากการขาดดุลการคลังและหนี้ภาครัฐที่ต่ำ แตกต่างจากในอดีตที่ความสามารถในการสนับสนุนของภาครัฐมีไม่มาก

ทั้งนี้ Analyst consensus by Bloomberg คาดว่าธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในครึ่งหลังของปี 2022 ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 3.50% จะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.25-4.50% ในสิ้นปี 2022 (BI เหลือการประชุมนโยบายการเงินอีก 6 ครั้งในปีนี้) และ 4.75-5.00% ในสิ้นปี 2023 ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า GDP จะขยายตัวได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5.1-5.2% ในช่วงปี 2022-24 (IMF คาดว่า GDP ของอินโดนีเซียจะขยายตัวอยู่ในช่วง 5.0-6.0% ในปี 2022-24)

โครงสร้างตลาดทุนของอินโดนีเซียเป็นอย่างไร? แตกต่างกับตลาดหุ้นไทยและเวียดนามอย่างไร?

โครงสร้างตลาดหุ้นอินโดนีเซียในแง่ของ market capitalization มีหุ้นในกลุ่มธุรกิจการเงินเป็นกลุ่มหลัก รองลงมาจะกระจายตัวอยู่ในกลุ่ม Consumer discretionary กลุ่มสื่อสาร กลุ่ม Material และ Consumer staples นอกจากนี้ มูลค่าตลาดยังกระจุกตัวอยู่ในหุ้น 10 บริษัทแรก ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ 50% ของมูลค่าตลาด คล้ายคลึงกับตลาดเวียดนาม โดยกลุ่มธุรกิจการเงินมีมูลค่าในตลาดหุ้นอินโดนีเซียถึง 1 ใน 3 เช่นเดียวกันกับตลาดหุ้นในเวียดนาม แม้ว่าในกลุ่มธุรกิจการเงินจะมีหุ้นอยู่ในกลุ่มกว่า 100 บริษัท แต่เกือบ 70% ของมูลค่าของกลุ่มมาจากธนาคารขนาดใหญ่ 3 แห่ง คือ Bank Rakyat Indonesia, Bank Central Asia และ Bank Mandiri

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดรองลงมาจะกระจายตัวอยู่ใน 5 กลุ่มธุรกิจที่มีน้ำหนักอยู่ในตลาดประมาณ 8-15% ของตลาดหุ้นอินโดนีเซีย โดย 3 ใน 5 กลุ่มเกี่ยวข้องกับการบริโภคและภาคบริการ ได้แก่ กลุ่ม Consumer discretionary (มีหุ้นอยู่ในกลุ่มกว่า 100 บริษัท แต่มูลค่าเกินครึ่งของกลุ่มมาจาก GoTo Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ platform เช่น GOJEK) กลุ่มสื่อสาร (มูลค่าเกินครึ่งของกลุ่มถูกครอบงำโดย Telkom ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น 50%) และ กลุ่ม Consumer staples (หุ้นตัวใหญ่ในกลุ่มนี้ คือ CP Indonesia, Alfamart, Indofood และ Uniliver Indonesia)

ส่วน 2 ใน 5 กลุ่มที่เหลือเกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์เป็นสำคัญ ได้แก่ กลุ่ม Material (หุ้นในกลุ่มนี้ค่อนข้างกระจายตัว โดย Top 3 คือ Merdeka Copper Gold, Chandra Asri Petrochemical และ Barito Pacific ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้าและปิโตรเคมี) และกลุ่มพลังงาน (มูลค่ามากกว่า 60%ของกลุ่มถูกครอบงำโดย Top 3 ได้แก่ Bayan Resources ผู้ผลิต Coal, United Tractors จำหน่ายเครื่องจักรหนัก ทำเหมือง Coal และทอง และ Adaro Energy ทำเหมือง Coal)

มูลค่าของตลาดหุ้นอินโดนีเซียเป็นอย่างไร? หุ้นกลุ่มไหนเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ?

โดยรวมเรามีมุมมองเป็น Slightly positive ต่อตลาดหุ้นอินโดนีเซีย มูลค่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังมีความน่าสนใจ หากพิจารณาจาก Forward P/E ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปี โดยแนวโน้มของ Earning ในตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้น Large และ Mid cap ล่าสุด MSCI-Indonesia มี valuation ในด้าน Forward P/E อยู่ในระดับ 14x  โดยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก (-1.4 sd) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรในปี 2022-23 มีโอกาสเร่งตัวขึ้นอยู่ที่เฉลี่ย 12% ต่อปีเมื่อเทียบกับช่วงก่อน COVID-19   ซึ่งขยายตัวเพียง 7% ต่อปี

หากเปรียบเทียบกับ Regional peer อย่างตลาดหุ้นไทยและเวียดนาม ตลาดอินโดนีเซียยังมีความน่าสนใจในแง่ของความผันผวนที่ต่ำกว่า Peer และ Earning ที่เติบโตได้ดี แม้ว่าราคาหุ้นจะแพงกว่าเมื่อเทียบกับตลาดเวียดนาม ส่วนหนึ่งมาจากราคาที่ปรับลดลงมากของหุ้นเวียดนาม

หากพิจารณาในแง่ Market cap, Return, EPS และ P/E รวมถึงปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนกลุ่ม Sector ต่างๆ จะพบว่า  กลุ่ม Sectors ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มสุขภาพ และกลุ่ม Consumer discretionary ที่ได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของการบริโภคของครัวเรือน โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลาง และการขยายตัวของธุรกิจบริการ โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐกิจใหม่อย่างธุรกิจ Platform และ 2) กลุ่มพลังงานและกลุ่ม Material ที่ได้อานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ในระยะสั้นผลบวก   เริ่มมีข้อจำกัดจากแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่กำลังเข้าสู่ระดับสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง การลงทุนในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ EV น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนในกลุ่ม Material

60

SHARES
Share on Facebook
Post on X
Follow us
  • LINEแชร์เลย!
Tags: SCB CIO ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ธนาคารไทยพาณิชย์ อินโดนีเซีย เศรษฐกิจอินโดนีเซีย ไทยพาณิชย์

Continue Reading

Previous: “บิ๊กตู่” ย้ำอย่าการ์ดตกหลังยอดติดโควิดพุ่งไม่หยุด
Next: มาตามสัญญา ชัชชาติ มอบอุปกรณ์กีฬาให้เด็กคลองเตย

ข่าวอื่นๆ ที่น่าอ่าน

สรุปข่าวประจำวัน สรุปข่าวประจำวันที่ 5 กันยายน 2569 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปข่าวประจำวันที่ 5 กันยายน 2569

05/09/2026
ดวงประจำวัน ดวงประจำวันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569 1 min read
  • ดวงประจำวัน
  • HOT NEWS

ดวงประจำวันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569

05/09/2026
ออมสิน ปลื้ม ครู ช.พ.ค. สมัครลดหนี้ทะลุ 8 หมื่นบัญชี ออมสิน ปลื้ม ครู ช.พ.ค. สมัครลดหนี้ทะลุ 8 หมื่นบัญชี 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

ออมสิน ปลื้ม ครู ช.พ.ค. สมัครลดหนี้ทะลุ 8 หมื่นบัญชี

04/09/2026
ธอส. ฉลองครบ 73 ปี ชูดอกเบี้ยต่ำ หนุนคนไทยมีบ้าน ธอส. ฉลองครบ 73 ปี ชูดอกเบี้ยต่ำ หนุนคนไทยมีบ้าน 1 min read
  • Uncategorized
  • HOT NEWS
  • NATIONAL

ธอส. ฉลองครบ 73 ปี ชูดอกเบี้ยต่ำ หนุนคนไทยมีบ้าน

04/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์ 1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

04/09/2026
สภาฯ-1 สว.แก้อะไร ในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS
  • SPECIAL REPORT

สว.แก้อะไร ในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

04/09/2026
สรุปสถานการณ์น้ำ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 4 ก.ย. 69 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 4 ก.ย. 69

04/09/2026
ดวงประจำวัน ดวงประจำวันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2569 1 min read
  • ดวงประจำวัน
  • HOT NEWS

ดวงประจำวันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2569

04/09/2026
สรุปข่าวประจำวันที่ 4 กันยายน 2569 สรุปข่าวประจำวันที่ 4 กันยายน 2569 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปข่าวประจำวันที่ 4 กันยายน 2569

04/09/2026
S__34488371 กมธ.สาธารณสุข เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ แก้ปัญหากรณีพ่อแม่ทิพย์ 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

กมธ.สาธารณสุข เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ แก้ปัญหากรณีพ่อแม่ทิพย์

03/09/2026
738330592_1587404342905846_2078477090816234794_n “วรงค์” คาใจ ระบบพิบัติแห่งชาติ รัฐจ่ายประกันภัย 1.5 หมื่นล้าน/ปี แต่ค่าเสียหายจริงแค่ 5 พันล้าน 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

“วรงค์” คาใจ ระบบพิบัติแห่งชาติ รัฐจ่ายประกันภัย 1.5 หมื่นล้าน/ปี แต่ค่าเสียหายจริงแค่ 5 พันล้าน

03/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์ 1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์

03/09/2026

China News

“แอร์ไชน่า” กลับมาบินตรงปักกิ่ง-เปียงยาง หลังหยุดยาว 6 ปี   "แอร์ไชน่า" กลับมาบินตรงปักกิ่ง-เปียงยาง หลังหยุดยาว 6 ปี   1 min read
  • CHINA NEWS
  • HOT NEWS

“แอร์ไชน่า” กลับมาบินตรงปักกิ่ง-เปียงยาง หลังหยุดยาว 6 ปี  

30/03/2026
LINEแชร์เลย! สายการบินแอร์ไชน่า (Air China) กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงปักกิ่งกับกรุงเปียงยางอีกครั้งวันนี้ (30 มี.ค.) หลังหยุดบินไปนานกว่า 6... อ่านต่อ

Start Up

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต 457C5A49-7DCB-4EA0-ACF5-B856D1843534 1 min read
  • HOT NEWS
  • START UP

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต

01/09/2022
LINEแชร์เลย! “ขอบคุณ ธพว. ที่สนับสนุน “เสียงเกษมโซล่าเซลล์” พาเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่องกิจการ ควบคู่กับการให้คำปรึกษา แนะนำธุรกิจ... อ่านต่อ

Money Movement

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

04/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์

03/09/2026
SAM เปิดประมูล NPA ทั่วไทย เริ่มต้นเพียง 1.23 ล้านบาท SAM เปิดประมูล NPA ทั่วไทย เริ่มต้นเพียง 1.23 ล้านบาท
1 min read
  • MONEY MOVEMENT

SAM เปิดประมูล NPA ทั่วไทย เริ่มต้นเพียง 1.23 ล้านบาท

01/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.00-33.30 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.00-33.30 บาท/ดอลลาร์

01/09/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

28/08/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์

SAM เปิดประมูล NPA ทั่วไทย เริ่มต้นเพียง 1.23 ล้านบาท

SAM เปิดประมูล NPA ทั่วไทย เริ่มต้นเพียง 1.23 ล้านบาท

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 33.00-33.30 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

Energy Force

วันนี้ (2 ก.ย.) ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันทุกชนิดขึ้น 60-75 สตางค์ต่อลิตร ปตท. บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 1 min read
  • ENERGY FORCE
  • HOT NEWS

วันนี้ (2 ก.ย.) ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันทุกชนิดขึ้น 60-75 สตางค์ต่อลิตร

02/09/2026
LINEแชร์เลย! ปตท.-บางจากปรับราคาน้ำมันทุกชนิดขึ้น PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร... อ่านต่อ

Politics

สภาฯ-1 สว.แก้อะไร ในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS
  • SPECIAL REPORT

สว.แก้อะไร ในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

04/09/2026
S__34488371 กมธ.สาธารณสุข เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ แก้ปัญหากรณีพ่อแม่ทิพย์ 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

กมธ.สาธารณสุข เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ แก้ปัญหากรณีพ่อแม่ทิพย์

03/09/2026
738330592_1587404342905846_2078477090816234794_n “วรงค์” คาใจ ระบบพิบัติแห่งชาติ รัฐจ่ายประกันภัย 1.5 หมื่นล้าน/ปี แต่ค่าเสียหายจริงแค่ 5 พันล้าน 1 min read
  • HOT NEWS
  • POLITICS

“วรงค์” คาใจ ระบบพิบัติแห่งชาติ รัฐจ่ายประกันภัย 1.5 หมื่นล้าน/ปี แต่ค่าเสียหายจริงแค่ 5 พันล้าน

03/09/2026

ประเด็นข่าว

EXIM BANK KBANK scb SME D Bank กรมชลประทาน กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงไทย กสิกรไทย กอนช. ข่าวเด่น ข่าวดัง คปภ. ครม. ค่าเงินบาท ดวงประจำวัน ตลาดหุ้น ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ธอส. บก.ชวนคุย บสย. บางจาก ปตท. ประเมินค่าเงินบาท พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาล ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน สถานการณ์น้ำ สรุปข่าวประจำวัน สรุปสถานการณ์น้ำ สิงคโปร์ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม เศรษฐกิจไทย เศรษฐา ทวีสิน แพทองธาร ชินวัตร โควิด-19 ไทยพาณิชย์

Business Movement

SAM รุกตลาด EEC เข้าร่วมงาน Money Expo 2026 Rayong SAM รุกตลาด EEC เข้าร่วมงาน Money Expo 2026 Rayong 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

SAM รุกตลาด EEC เข้าร่วมงาน Money Expo 2026 Rayong

04/09/2026
ทีทีบี โบรกเกอร์ แนะซื้อประกันรถผ่าน ttb touch ทีทีบี โบรกเกอร์ แนะซื้อประกันรถผ่าน ttb touch 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

ทีทีบี โบรกเกอร์ แนะซื้อประกันรถผ่าน ttb touch

01/09/2026
ttb ชูสินเชื่อคนผ่อนดี ดอกเบี้ยเริ่ม 11.11% ต่อปี ttb ชูสินเชื่อคนผ่อนดี ดอกเบี้ยเริ่ม 11.11% ต่อปี 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

ttb ชูสินเชื่อคนผ่อนดี ดอกเบี้ยเริ่ม 11.11% ต่อปี

28/08/2026
ไทยพาณิชย์ สนับสนุนสินเชื่อ 1,745 ล้านบาท แก่กลุ่มเดอะไนน์โซเทล ไทยพาณิชย์ สนับสนุนสินเชื่อ 1,745 ล้านบาท แก่กลุ่มเดอะไนน์โซเทล 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

ไทยพาณิชย์ สนับสนุนสินเชื่อ 1,745 ล้านบาท แก่กลุ่มเดอะไนน์โซเทล

24/08/2026

Recommend

ครม. เตรียมมอบประกันภัยพิบัติ ให้คนไทย 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว  ครม. เตรียมมอบประกันภัยพิบัติ ให้คนไทย 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว  1 min read
  • NATIONAL
  • RECOMMEND

ครม. เตรียมมอบประกันภัยพิบัติ ให้คนไทย 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว 

01/09/2026
“อนุทิน” เยือนนิวซีแลนด์ เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ “อนุทิน” เยือนนิวซีแลนด์ เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

“อนุทิน” เยือนนิวซีแลนด์ เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์

21/08/2026
ครม.ไฟเขียวขยายสิทธิบัตรคนจนถึง 30 ก.ย.69 ครม.ไฟเขียวขยายสิทธิบัตรคนจนถึง 30 ก.ย.69 1 min read
  • HOT NEWS
  • NATIONAL
  • RECOMMEND

ครม.ไฟเขียวขยายสิทธิบัตรคนจนถึง 30 ก.ย.69

27/07/2026
“พาณิชย์” โชว์ยอดส่งออกทุเรียน 1 ล้านตัน “พาณิชย์” โชว์ยอดส่งออกทุเรียน 1 ล้านตัน 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

“พาณิชย์” โชว์ยอดส่งออกทุเรียน 1 ล้านตัน

21/07/2026

Photo Stories

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ. เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ. 1 min read
  • PHOTO STORIES

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ.

04/09/2026
BAM ร่วม Krungsri Securities Financial Day สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน BAM ร่วม Krungsri Securities Financial Day สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน 1 min read
  • PHOTO STORIES

BAM ร่วม Krungsri Securities Financial Day สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

04/09/2026
ธอส. คว้ารางวัลเกียรติยศระดับสากล “Best Places to Work Certification 2026”  ธอส. คว้ารางวัลเกียรติยศระดับสากล “Best Places to Work Certification 2026”  1 min read
  • PHOTO STORIES

ธอส. คว้ารางวัลเกียรติยศระดับสากล “Best Places to Work Certification 2026” 

26/08/2026
ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน

22/08/2026
ออมสิน สนับสนุนทุนสิริกิติ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีนักเรียนทุนศึกษาต่อต่างประเทศ ออมสิน สนับสนุนทุนสิริกิติ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีนักเรียนทุนศึกษาต่อต่างประเทศ 1 min read
  • PHOTO STORIES

ออมสิน สนับสนุนทุนสิริกิติ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีนักเรียนทุนศึกษาต่อต่างประเทศ

17/08/2026
SME D Bank จัด Town Hall Meeting มอบนโยบายพนักงานทั่วประเทศ SME D Bank จัด Town Hall Meeting มอบนโยบายพนักงานทั่วประเทศ 1 min read
  • PHOTO STORIES

SME D Bank จัด Town Hall Meeting มอบนโยบายพนักงานทั่วประเทศ

15/08/2026
ออมสิน สนับสนุน SE Thailand เสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม สร้างโอกาสทางการเงิน ออมสิน สนับสนุน SE Thailand เสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม สร้างโอกาสทางการเงิน 1 min read
  • PHOTO STORIES

ออมสิน สนับสนุน SE Thailand เสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม สร้างโอกาสทางการเงิน

15/08/2026
ธอส. ส่งมอบบ้านผู้ยากไร้-ผู้พิการ จ.พังงา ธอส. ส่งมอบบ้านผู้ยากไร้-ผู้พิการ จ.พังงา 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธอส. ส่งมอบบ้านผู้ยากไร้-ผู้พิการ จ.พังงา

15/08/2026
EXIM BANK ร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล TGS Charity Run 2026 EXIM BANK ร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล TGS Charity Run 2026 1 min read
  • PHOTO STORIES

EXIM BANK ร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล TGS Charity Run 2026

10/08/2026
สรรพสามิต ลุยปราบบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ สรรพสามิต ลุยปราบบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ 1 min read
  • PHOTO STORIES

สรรพสามิต ลุยปราบบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้

09/08/2026
TOA เดินหน้า Green Mission จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแหล่งดูดซับคาร์บอน TOA เดินหน้า Green Mission จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแหล่งดูดซับคาร์บอน 1 min read
  • PHOTO STORIES

TOA เดินหน้า Green Mission จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแหล่งดูดซับคาร์บอน

04/08/2026
CEO นำทีมผู้บริหาร BAM ลุยพื้นที่สำนักงานภูเก็ตมอบนโยบายเร่งบริหารหนี้ - จำหน่ายทรัพย์ CEO นำทีมผู้บริหาร BAM ลุยพื้นที่สำนักงานภูเก็ตมอบนโยบายเร่งบริหารหนี้ – จำหน่ายทรัพย์ 1 min read
  • PHOTO STORIES

CEO นำทีมผู้บริหาร BAM ลุยพื้นที่สำนักงานภูเก็ตมอบนโยบายเร่งบริหารหนี้ – จำหน่ายทรัพย์

31/07/2026
บสย. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ VP Together ครั้งที่ 3 บสย. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ VP Together ครั้งที่ 3 1 min read
  • PHOTO STORIES

บสย. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ VP Together ครั้งที่ 3

27/07/2026
EXIM BANK รับโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME ไทย EXIM BANK รับโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME ไทย 1 min read
  • PHOTO STORIES

EXIM BANK รับโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME ไทย

27/07/2026
DAD ไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว DAD ไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 1 min read
  • PHOTO STORIES

DAD ไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

27/07/2026

บก.ชวนคุย

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 1 min read
  • HOT NEWS
  • EDITOR TALK

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568

25/02/2025
LINEแชร์เลย! บก.ชวนคุย เรื่องที่ 4,391 แอพเงินกู้แหล่งทุนยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความท้าทายทางการงาน การเงิน คนไทยมากกว่า... อ่านต่อ

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ รายได้สูง !!!

  • Facebook
  • Twitter
สงวนลิขสิทธิ์ © 2560 เว็บไซต์ AEC10NEWS.COM