NEWS

ดูแล้ว: 23 กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 30.70-31.05 จับตาสัญญาณเศรษฐกิจโลกถดถอย กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)... อ่านต่อ
ดูแล้ว: 16 อลิอันซ์ อยุธยา รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2562 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง สร้างเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโต 15%... อ่านต่อ
ดูแล้ว: 40 ธนชาตก้าวต่อ จับมือ บสย. รุก SMEs เสนอ “สินเชื่อบัญชีเดียว 3 เท่า” ดอกเบี้ย 5% ต่อปี 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 3 เท่า ธนาคารธนชาตก้าวต่อไป ไม่หยุดยั้ง จับมือ บสย. จัดแคมเปญ “สินเชื่อบัญชีเดียว 3 เท่า” ร่วมปล่อยกู้ SMEs บัญชีเดียว ด้วยเงื่อนไขมัดใจลูกค้า อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี ยาวนาน 2 ปีแรก วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 เท่าของราคาประเมินหลักประกัน นายชัชวาลย์ เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารธนชาตประกาศความร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หน่วยงานของรัฐด้านการค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง เสนอ “สินเชื่อบัญชีเดียว 3 เท่า” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs นิติบุคคลที่ทำบัญชีเล่มเดียว โดยมอบส่วนลดอัตราดอกเบี้ยเหลือแค่ 5% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไปเป็นตามอัตราปกติ MLR+ นอกจากนี้ ยังมอบวงเงินกู้สูงสุด 3 เท่าของราคาประเมินหลักประกันภายใต้ข้อตกลงโครงการค้ำประกันสินเชื่อร่วมกับ บสย. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ หรือหมุนเวียนในภาวะเศรษฐกิจซบเซาให้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น ด้วยกระบวนการอนุมัติที่มีความคล่องตัว พร้อมทีมขายสินเชื่อที่มีความเป็นมืออาชีพ  ด้าน นายกิตติพงษ์ บุรณศิริ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง ธนาคารธนชาตและบสย. ครั้งนี้ มีเป้าหมายช่วยเติมทุน เสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ SMEs นิติบุคคลบัญชีเล่มเดียว ในช่วงเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัว โดยให้วงเงินสินเชื่อถึง 3 เท่า ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันปีแรก โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม 2563 เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างดี สนใจขอสินเชื่อและเข้าร่วมโครงการบัญชีเดียว 3 เท่า สอบถามได้ที่ธนาคารธนชาต ให้ชีวิตก้าวหน้าได้ทุกวัน โทร. 1770 หรือเว็บไซต์ www.thanachartbank.co.th และ ที่ บสย. Call... อ่านต่อ
ดูแล้ว: 32 ทีเอ็มบี ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (Minimum Overdraft Rate – MOR) 0.25% และ (Minimum... อ่านต่อ
ดูแล้ว: 51 EXIM BANK (ธสน.) ออกมาตรการเสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก พร้อมให้เงินกู้ระยะยาว 3 ปี... อ่านต่อ
ดูแล้ว: 65 ธ.ก.ส. จัดงาน “BAAC Charity Run 2019@Bangkhen” วิ่งเลียบคลอง ทะลุอุโมงค์ ในโอกาสครบรอบ 53 ปี โดยนำรายได้ไม่หักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบทุน “อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา” รพ.ศิริราช พร้อมร่วมชม ชิม ช็อป กับตลาดนัดของดีวิถีชุมชนทั่วไทย กว่า 60 บูธ ในวันที่ 2 พ.ย.62 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 15 ต.ค.นี้ ทางเว็บไซต์ www.jogandjoy.com นายสมเกียรติ กิมาวหา ผช.ผจก.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่รักสุขภาพทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งเลียบคลอง ทะลุอุโมงค์” ในงาน “BAAC Charity Run... อ่านต่อ
ดูแล้ว: 24 แบงก์ออมสิน ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกกลุ่ม 0.13% ต่ำสุดเท่ากับแบงก์ใหญ่ พร้อมคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ควบจ่อออกสลากออมสินงวดใหม่ หวังหนุนการออมต่อเนื่อง... อ่านต่อ
ดูแล้ว: 18 ผช.รมต.คลังลงพื้นที่ สุ่มตรวจ “ชิมช้อปใช้” ที่ห้างบิ๊กซี สำโรง ย้ำผู้ประกอบการ ร้านค้าห้ามผูกขาดการใช้ จัดโปรฯลดแลกแจกแถม ดูดเงินพันบาท เหตุรัฐบาลหวังกระจายรายได้สู่ชุมชนเป็นหลัก เตือนกลุ่มลงทะเบียนวันแรกรีบใช้สิทธิ์ เหตุหมดกำหนด 10 ต.ค.นี้ เผยพบร้านธงฟ้า “หัวใส” ใช้ข้อมูลจาก สนง.ใหญ่ที่สมุทรปราการ มารับชำระเงินในเขตกรุงเทพฯแล้ว นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผช.รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) ลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เข้าตรวจห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาปู่เจ้าสมิงพราย เมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 วัตถุประสงค์เพื่อคุมเข้มผู้ประกอบการร้านค้าที่จัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม เพื่อดึงดูดประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ 1,000 บาทให้มาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าเพียงแค่จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น โดยย้ำว่า เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลต้องการให้เม็ดเงินกระจายออกไปสู่ร้านค้ารายย่อยในชุมชนต่างจังหวัดให้ได้มากที่สุด ดังนั้น จึงต้องการรณรงค์ให้ผู้ประกอบการร้านค้าทำความเข้าใจตรงกัน หากพบว่า กระทำการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ข้อกำหนด ต้องลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมมาตรการ พร้อมทั้งขึ้นบัญชีดำไม่ให้มีการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐในอนาคต  พร้อมกันนี้ ยังย้ำเตือนให้ประชาชนที่ทำการลงทะเบียนมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ในวันแรก ( 23 ก.ย.62) และได้รับการยืนยันสิทธิ์รอบแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอให้ไปเปิดใช้เงินในประเป๋าที่ 1 ตามจังหวัดที่แจ้งสิทธิ์ไว้ภายในระยะเวลา 14 วัน เนื่องจากวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) จะครบกำหนด หากไม่มีการใช้เงินยืนยันสิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนด ระบบจะตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการทันที ส่วนประชาชนที่ได้รับการยืนยันสิทธิ์ในวันถัดมา ให้นับวันหมดเขตการใช้จ่ายตามที่กำหนด 14 วันไล่เรียงกันมาเป็นลำดับ แต่ขอย้ำว่าไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินให้หมดในครั้งเดียว เมื่อใช้สิทธิ์แล้วบางส่วน เท่าไรก็ได้ เพื่อนำเงินส่วนที่เหลือ ออกไปใช้ได้จนถึงวันสิ้นสุดมาตรการ (30 พ.ย.62) ส่วนเงินในกระเป๋า 2 ต้องการเชิญชวนให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์เติมเงินเข้าไปด้วย เพื่อใช้เงินได้ไปจนถึงวันสิ้นสุดโครงการคือ 30 พ.ย.62 ได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ยกเว้นภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน เพราะจะได้รับเงินคืนสูงสุด 15% หรือไม่เกิน 4,500 บาทต่อราย  สำหรับ “ชิมช้อปใช้ เฟส 2” นั้น กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อหวังให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่า 10 ล้านคน อาจเปิดให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมอีก 5 ล้านคน  และยังเปิดโอกาสให้ทั้งกลุ่มใหม่และคนที่ลงทะเบียนไปแล้วในรอบแรก ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังกำหนดรูปแบบ  โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการยืนยันตัวตน การลงทะเบียนช่วงกลางวัน คาดหวังให้ประชาชนช่วยการใช้จ่ายในช่วงเวลา พ.ย.-ธ.ค. 62 เพื่อร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ การพิจารณาผลกระทบต่อภาระงบประมาณ การใช้เงินผ่านแอปพลิเคชัน รูปแบบใด สศค.กำลังศึกษาเพื่อให้ได้ข้อสรุปทั้งหมด... อ่านต่อ