สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนิน เปิดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานกระบี่
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานกระบี่ โดยมี นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ นางรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกรมท่าอากาศยาน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เฝ้า ฯ รับเสด็จ

ในโอกาสนี้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ หนังสือที่ระลึกและของที่ระลึก นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานกระบี่
จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการชุด “เปิดประตูอันดามัน เชื่อมน่านฟ้า ไร้พรมแดน” โดยแสดงประวัติความเป็นมาของท่าอากาศยาน โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรม ศักยภาพในการรองรับผู้โดยสาร และบทบาทของท่าอากาศยานในการเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวทะเลอันดามัน
จากนั้นทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหาร และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก ทั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานกระบี่ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศ เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
ตลอดจนยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกระบี่ โดยกรมท่าอากาศยานได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 3 พร้อมปรับปรุงและต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมเชื่อมต่อเป็นอาคารเดียวกันทำให้มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 66,000 ตารางเมตร
สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 3,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 8 ล้านคนต่อปี ทางขับขนาด 45 x 3,000 เมตร ลานจอดอากาศยานสามารถรองรับ B737 หรือ A320 ได้ 34 ลำ และมีอาคารจอดรถยนต์หลังใหม่ พร้อมทางเชื่อมเข้าสู่อาคารที่พักผู้โดยสาร สามารถรองรับรถยนต์ได้ไม่น้อยกว่า 2,000 คัน
เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือน กันยายน 2561 และดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือน ตุลาคม 2567 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นจำนวน 2,923,400,000.- บาท และเปิดให้บริการอย่างเต็มระบบ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568
สำหรับแนวคิดการออกแบบอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เน้นให้อาคารที่พักผู้โดยสารเป็นเสมือนแลนมาร์คที่โดดเด่น สื่อถึงวัฒนธรรมของจังหวัดกระบี่และภาคใต้ของไทย ผนวกกับการสื่อถึงการพัฒนาในโลก
ยุคปัจจุบันและส่งทอดไปยังอนาคตได้ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่พบเห็นได้มากจนกลายเป็นเอกลักษณ์ในแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน ก็คือ “เรือหัวโทง” ที่ชาวบ้านใช้ในการประกอบอาชีพประมงกันอย่างแพร่หลาย


และได้ขยายการใช้งานสำหรับรับส่งนักท่องเที่ยว เรือหัวโทงจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ จึงได้นำภาพลักษณ์ของเรือหัวโทงมาปรับรูปแบบให้ทันสมัย นำเสนอเป็นรูปลักษณ์สถาปัตยกรรมภายนอกอาคารท่าอากาศยานกระบี่ ส่วนการออกแบบภายในนำเอาโทนสีธรรมชาติของทะเลเป็นโทนสีหลักด้วยสีฟ้าสีขาวครีม และสีเขียว
ปัจจุบันท่าอากาศยานกระบี่มีเที่ยวบินภายในประเทศให้บริการโดยการบินไทย ไทยเวียตเจ็ท บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ และไทยไลอ้อนแอร์ รวม 124 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และเที่ยวบินระหว่างประเทศโดยสายการบินแอร์เอเชีย ไฟร์ฟลาย ฟลายดูไบ และสกู๊ต รวม 28 เที่ยวบิน/สัปดาห์
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานกระบี่ถือได้ว่าเป็นประตูสู่อันดามันที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกภูมิภาคและทั่วโลก ด้วยศักยภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และพร้อมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ในระดับภูมิภาคให้ก้าวสู่ระดับโลกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานสายรัดห้ามเลือด แก่ทหารแนวหน้า

