“ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่ชัยนาท ตรวจเหตุแพโป๊ะหลุด ติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา
“ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่ชัยนาทด่วน ตรวจสอบเหตุแพโป๊ะหลุด และติดตามการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทเป็นการด่วน เพื่อตรวจสอบเหตุแพโป๊ะหลุดจากบริเวณหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร และมาติดอยู่บริเวณสะพานใหม่ ในพื้นที่อำเภอเมืองชัยนาท โดยมีนายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และนายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท ผู้แทนกรมเจ้าท่า นายกเทศมนตรีตำบลธรรมามูล แขวงทางหลวงชัยนาท แขวงทางหลวงชนบทชัยนาท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ารายงานข้อมูล
นายภัทรพงศ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน 2569 ต่อเนื่องช่วงเช้ามืดวันที่ 24 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 00.15 น. ภายหลังเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้แพโป๊ะหลุดลอยมาตามกระแสน้ำและไปติดอยู่บริเวณตอหม้อสะพานใหม่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.)
ตนจึงได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งกำหนดแนวทางในการเก็บกู้แพโป๊ะออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างสะพานได้ ตนได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่
จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังเขื่อนเจ้าพระยา สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีนายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 นายวิชัย ผันประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายชวลิต ฉลอม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยนาท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ารายงานข้อมูล
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยามากขึ้น
ปัจจุบันมีการปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,750 ลบ.ม./วินาที เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำจากทางตอนบนและฝนที่ตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ โดยกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาด้วยการทยอยยกระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา
เพื่อช่วยชะลอน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนที่อาจเกิดขึ้นเร็วเกินไป ควบคู่ไปกับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองอย่างฝั่งเต็มศักยภาพโดยไม่กระทบในพื้นที่ และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด


นายภัทรพงศ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเดินทางสัญจรของประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น และพร้อมสนับสนุนทั้งบุคลากร อุปกรณ์ รวมไปถึงเครื่องจักรต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในทุกพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สทนช. เตือนเฝ้าระวังน้ำหลาก–ท่วมขัง แม่น้ำโขง-เจ้าพระยาน้ำสูง

