สรุปข่าวประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2569
สรุปข่าวประจำวัน จับตา วันนี้ (6 ส.ค.) : อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายพลมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 ส.ค. 69
สรุปข่าวประจำวัน
การมาครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมถึงความร่วมมือในกรอบอาเซียน
โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายจะร่วมหารือข้อราชการกลุ่มเล็กและเต็มคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาในประเด็นต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญร่วมกัน
พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานของไทยและเมียนมา รวมทั้งพิธีมอบความช่วยเหลือ และในช่วงค่ำ นายกฯ จะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีเมียนมา
ร้องสอบ สก.กดบัตรแทนกัน : นายนภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียบบัตรและกดลงคะแนนเสียงแทนกัน ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นภาพล ระบุว่า สภา กทม. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ออกข้อบัญญัติ กทม. เพื่อใช้กับประชาชน ดังนั้น การทำงานของ ส.ก. ทุกคนจึงต้องมีความถูกต้อง โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีที่เกิดขึ้นสังคมและประชาชนมีความสงสัยเป็นอย่างมาก ในวันนี้จึงได้นำหลักฐาน ทั้งคำร้อง บันทึกเทปการประชุมสภา กทม. ในวันเกิดเหตุ มอบให้ ป.ป.ช. ใช้ประกอบการสอบสวน พร้อมขอให้มีการเรียกตัวพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำทั้งหมด หากพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง ขอให้ส่งเรื่องต่อศาลเพื่อลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

เตรียม ครม.สัญจร สงขลา :
นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ครั้งแรกของรัฐบาล กำหนดการคือช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน ที่จังหวัดสงขลา วาระที่จะนำไปพิจารณาเป็นเรื่องในพื้นที่ แต่ต้องหารือกับนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำประโยชน์ในพื้นที่เป็นหลัก
หุ้น ตปท.-ไทย :
ปิดตลาด (5 ส.ค. ) ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 54,349.00 จุด เพิ่มขึ้น 263.12 จุด (0.49%) แนสแดก ปิดที่ 29,487.79 จุด ลดลง 245.37 จุด (0.83%) เอสแอนด์พี ปิดที่ 7,723.42 จุด ลดลง 13.10 จุด (0.17%) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปิดตลาดที่ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด (0.29%) มูลค่า 77,757.30 ล้านบาท
ทองคำขึ้น 1,150 บาท :
ราคาทองคำเมื่อวันที่ 5 ส.ค. มีประกาศของสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 65,050.00 บาท ขายออกบาทละ 65,250.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 63,747.80 บาท ขายออกบาทละ 66,050 บาท ราคาทองคำขึ้น 1,550 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 4 ส.ค.
เงินบาทแข็งค่าขึ้น :
สำหรับค่าเงินบาทเทียบเงินสกุลโลก วานนี้ (5 ส.ค.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารพาณิชย์ โดยให้เงินบาทมีค่า 33.3815 บาท บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 45.0781 บาทต่อ 1 ปอนด์, 38.6351 บาทต่อ 1 ยูโร, 21.4375 บาท ต่อ 100 เยน, 4.2757 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ฮ่องกง ,กำหนดค่าเงินบาทที่ 26.2171 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ 8.2383 บาทต่อ 1 ริงกิตมาเลเซีย
วิสามัญ 2 โจรใต้ :
เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย ใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ตั้งแต่ 02.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ผลการปฏิบัติ คนร้ายที่ก่อเหตุยิงตำรวจ สภ.ตากใบเสียชีวิต ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต 2 ราย คือ 1.นายอับดุลมูคลีส อายุ 23 ปี มีหมายจับ 2 หมาย คดีลักทรัพย์และจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์พบดีเอ็นเอเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของอาวุธปืนตรวจยึดภายในขนำที่เกิดเหตุ 2.นายสะหมาน อายุ 34 ปี มีหมายจับ 2 หมายจับ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันลักทรัพย์ ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายทั้ง 2 ราย หลังก่อเหตุได้หลบหนีจาก อ.ตากใบ ไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จากนั้นหนีซ่อนตัวในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

ปีนี้เอลนีโญหนัก :
นายไพทูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ปีนี้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณฝนทั้งประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 10–15 โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมนี้ ซึ่งมีโอกาสเกิดภาวะซูเปอร์เอลนีโญ ทำให้หลายพื้นที่มีฝนน้อย ขณะที่ พายุเขตมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปยังจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มากกว่าจะเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งนี้ แม้ภาพรวมฝนจะลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่จากร่องมรสุม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบางจังหวัดในภาคตะวันออกกับภาคใต้ ซึ่งอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มได้ รัฐบาลจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ทั้งการจัดเตรียมกำลังพล เครื่องจักร และระบบแจ้งเตือนภัย

กกร. ประมาณการเศรษฐกิจไทยทั้งปี :
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการแถลงข่าว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ระบุว่า ที่ประชุม กกร. ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยทั้งปีให้ขยายตัวที่ 1.6%-2.0% ด้านเงินเฟ้อเป็น 2.5-3.0% และการส่งออกเป็นขยายตัว 8%-10%
โดยเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนสูง ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape
สะท้อนจากมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โดยกลุ่มประเทศซึ่งมีการนำเข้าพลังงานในระดับสูงมีแนวโน้มชะลอตัว
ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัลขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วยชาติเอเชียรวมทั้งไทย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าจากการบริหารค่าเงินเยนด้วยสกุลเงินยูโร โดยธนาคารกลางพันธมิตรซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการปรับตัวและ capture โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี (สัดส่วน 26.5%) ที่เติบโตถึง 45.9%YoY ตาม เทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก อีกทั้งภาคการผลิตใน K ขาบนที่เติบโตสูง
สหรัฐยกเลิกคว่ำบาตรสายการบินเอี่ยว IRGC :
กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศในวานนี้ (5 ส.ค.) ว่า สหรัฐได้ถอดสายการบิน ฟลายแบกแดด (Fly Baghdad) ซึ่งเป็นสายการบินพาณิชย์ของอิรัก และเครื่องบิน 2 ลำของสายการบินดังกล่าว ออกจากบัญชีคว่ำบาตรที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ทั้งนี้ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า สายการบินฟลายแบกแดด ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า อิรักเอ็กซ์เพรส (Iraq Express) และเครื่องบินโบอิ้ง 737 จำนวน 2 ลำของทางสายการบิน ได้ถูกลบออกจากบัญชีบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเป็นพิเศษ (Specially Designated Nationals: SDN List) อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อสายการบินดังกล่าวมีขึ้น หลังจากนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐอาจบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในไม่ช้าเพื่อเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
“คิม โยจอง” ขู่ใช้มาตรการทางทหารเพิ่ม :
คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกโรงเตือนว่า อาจเพิ่มมาตรการทางทหารเพื่อตอบโต้การยกระดับขีดความสามารถด้านการโจมตีของญี่ปุ่น หลังญี่ปุ่นยิงทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (Tomahawk) ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า คิม โยจอง กล่าวหาญี่ปุ่นว่า กำลังละทิ้งแนวทางป้องกันประเทศแบบเดิม ไปสู่การพัฒนากองกำลังให้มีขีดความสามารถด้านการโจมตีล่วงหน้า รวมถึงปฏิบัติการทางทหารนอกประเทศ ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังเกาหลีเหนือออกมาโจมตีความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยวิจารณ์การซ้อมรบร่วมของทั้งสามประเทศว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาค และเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี
อัปเดตอาการล่าสุด :
หลังจากทำเอาแฟนๆ ส่งกำลังใจให้กันอย่างล้นหลาม เมื่อ น้องโพธิ์ ลูกชายสุดที่รักของ ชาคริต แย้มนาม และภรรยาสาว แอน ภัททิรา เข้ารับการรักษาจากอาการป่วยด้วยโรคหายาก ที่พบได้น้อยมากๆ ไม่ถึง 5% ล่าสุดก็มีข่าวดีออกมา โดย แอน ภัททิรา ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเผยว่า น้องโพธิ์เดินทางไปพบคุณหมอตามนัดเพื่อติดตามอาการ ซึ่งผลเลือดล่าสุดพบว่า ค่าการอักเสบของอวัยวะต่างๆ กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ขณะที่ผลการตรวจหัวใจ (Echocardiogram) จากเดิมที่พบภาวะรั่ว 3 จุด ปัจจุบันเหลือ 2 จุด โดยหนึ่งจุดมีขนาดเล็กมาก และอีกจุดก็มีขนาดลดลงเล็กน้อย
นอกจากนี้ คุณแม่ยังเผยอีกว่า อาการลอกของผิวหนังบริเวณมือและเท้ายังคงเกิดขึ้นตามกระบวนการฟื้นตัว ซึ่งจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ท้ายโพสต์ แอน ภัททิรา ยังส่งกำลังใจถึงลูกชายด้วยข้อความว่า “อีก 2 เดือนน่าจะกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ปกติ…สู้เค้าลูกชาย” ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดี พร้อมส่งกำลังใจให้น้องโพธิ์หายเป็นปกติโดยเร็ว
จับสายเรียบร้อย :
ศึกแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ล่าสุด BWF ได้ทำการจับสายแข่งขันเรียบร้อย โดยนักตบลูกขนไก่ไทย 19 คนคว้าสิทธิ์ลุยครบ 5 ประเภท ไฮไลต์อยู่ที่ประเภทชายเดี่ยว “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ รองแชมป์เก่า ดวลกับมือ 91 จากศรีลังกา ขณะที่คู่ผสมอย่าง “บาส-เฟม” ได้สิทธิ์บายผ่านเข้ารอบสองทันที
ล่าแชมป์เอเชีย :
ทีมยกน้ำหนักไทย ชุดแรกออกเดินทางสู่อุซเบกิสถาน ลุยศึก ยุวชน-เยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ผจก.ทีมเน้นย้ำเรื่องวินัย มั่นใจพร้อมคว้าชัยชนะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เช้านี้ (6 ส.ค.) ปตท.-บางจาก ลดราคาแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 70 สตางค์ต่อลิตร

