ศุลกากรภาคที่ 1 ลุยกวาดล้างของเถื่อน
สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 แถลงข่าวผลการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายที่สำคัญ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มูลค่ากว่า 102 ล้านบาท

นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากรแถลงข่าวผลงานการจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรของสำนักงานศุลกากรภาคที่1 และด่านศุลกากรในสังกัดประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2569 โดยมีนางนิภาวรรณใยบัวเทศผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่1 พร้อมด้วยนายด่านศุลกากรในพื้นที่รับผิดชอบเข้าร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้ณด่านศุลกากรแม่กลองตำบลลาดใหญ่อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม
นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายของอธิบดีกรมศุลกากร นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ให้เข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม สินค้าลักลอบหนีศุลกากร หลีกเลี่ยงศุลกากร ของต้องห้ามของต้องกำกัด และสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ จำนวน 8 ด่าน ได้แก่ ด่านศุลกากรแม่กลอง ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ด่านศุลกากรคลองใหญ่ ด่านศุลกากรจันทบุรี ด่านศุลกากรสังขละบุรี ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ด่านศุลกากรชุมพร และด่านศุลกากรระนอง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุม 19 จังหวัด ในเขตภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ราชบุรี สระแก้ว ปราจีนบุรี สระบุรี นครนายก จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายเป็นไปอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งนี้ ด้วยพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ ทำให้การจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรจะมุ่งเน้นในการปราบปรามการนำเข้าผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ บริษัทขนส่งเอกชน และซุกซ่อนมาในยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง


สำหรับสถิติการจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรของสำนักงานศุลกากรภาคที่1 และด่านศุลกากรในสังกัดในปีงบประมาณพ.ศ. 2569 มีผลการจับกุมและตรวจยึดของกลางอาทิบุหรี่ต่างประเทศบุหรี่ไฟฟ้าสุราต่างประเทศสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/ละเมิดเครื่องหมายทางการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงกำเนิดต่างประเทศสินค้าไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเช่นอาหารเครื่องดื่มขนมยารักษาโรคและอื่นๆจำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า400 คดีของกลางรวมกว่า21 ล้านชิ้นรวมมูลค่าประมาณ102 ล้านบาททั้งนี้การจับกุมสามารถแบ่งออกได้เป็น3 มิติดังนี้
1. มิติการปกป้องสังคม การป้องกันและปราบปรามสินค้าจำพวก บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เหล้า ไวน์ ทองคำ ธนบัตร และการฟอกเงิน โดยมีการตรวจพบ และจับกุมคดีที่สำคัญสำหรับสินค้าในมิตินี้ มีมูลค่ากว่า95 ล้านบาทสินค้าดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ สวัสดิภาพ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนในสังคมเป็นอย่างมาก
โดยสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ในการเข้าตรวจค้นขนส่งพัสดุเอกชนในประเทศแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดจันทบุรี จนสามารถจับกุมบุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า สุราต่างประเทศ และอื่น ๆ จำนวนกว่า 21 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า95 ล้านบาท ได้เป็นผลสำเร็จ นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจพบและจับกุมก๊าซไนตรัสออกไซด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อก๊าซหัวเราะ (Happy Gas) บรรจุในกระบอกอัดแรงดันสูง ปริมาณ 110 กระบอก มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า1.65 ล้านบาท ซึ่งนำเข้าแล้วขนส่งโดยรถขนส่งเอกชนผ่านทางด่านศุลกากรชุมพร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการนำก๊าซไนตรัสออกไซด์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจจะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
2. มิติความปลอดภัยต่อผู้บริโภค การป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์
สินค้าที่ไม่มีใบรับรองมาตรฐานสินค้า สินค้าไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งหากปล่อยให้มีการนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในประเทศ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินได้ ทั้งนี้ ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมามีการตรวจพบและจับกุมคดีสำคัญมูลค่ารวมกว่า7 ล้านบาทแบ่งเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า ได้แก่ นาฬิกา รองเท้า กระเป๋าคละยี่ห้อ รวมถึงเสื้อผ้าและ/หรือชุดกีฬา มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า96 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลักลอบนำเข้ามาทางด่านศุลกากรอรัญประเทศ
3. มิติการปกป้องเศรษฐกิจในประเทศ การป้องกันและปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงอากร สินค้าที่แสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ สินค้าที่หลีกเลี่ยงอากรทุ่มตลาด สินค้าเกษตร สินค้าควบคุมประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหากปล่อยให้สินค้าเหล่านี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้า และผู้ประกอบการในไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากสินค้าเหล่านี้จะมีต้นทุนที่ต่ำลง และสามารถเข้ามาแข่งขันกับสินค้าของไทยได้ ทั้งนี้ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้มีการตรวจพบ และจับกุมคดีที่สำคัญสำหรับสินค้าในมิตินี้ ปริมาณกว่า 7,800 ลิตร แบ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซล ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 4 แสนบาท
รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความสำเร็จในการจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรในครั้งนี้ เกิดจากการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ศุลกากรสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรในสังกัดทุกท่าน ซึ่งพร้อมที่จะปฏิบัติงานเพื่อปกป้องประชาชนและสังคมให้ปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศุลกากร จับมือ CIB ปราบบุหรี่ไฟฟ้า-ก๊าซหัวเราะ ผิดกฎหมาย ประจำปีงบประมาณ 69

