สรุปข่าวประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569
สรุปข่าวประจำวัน อรรถวิชช์ วางเป้าหมายงานสภา : อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รายงานตัวเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เรียบร้อยแล้ว ภายหลัง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลาออกจาก สส.เปิดทางให้เขาได้เข้าสภาอีกครั้ง
สรุปข่าวประจำวัน
อรรถวิชช์ วางเป้าหมายงานสภา คือออกกฎหมาย 2 ฉบับของพรรครวมไทยสร้างชาติ
1. กฎหมายเสรีโซลาร์
ปลดล็อกให้คนไทยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้เสรี สร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน
2. กฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร
ปลดล็อกการแช่แข็งคนติดเครดิตบูโรกว่า 5 ล้านคน มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบธนาคารได้
แต่งานแรกของ อรรถวิชช์ จริงๆ คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คือ เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

เตรียมชง ปรับภาษีน้ำมัน :
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ด้วยสถานะปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลรักษาการ จึงไม่สามารถประกาศปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้ในขณะนี้ เนื่องจากติดข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ซึ่งห้ามมิให้รัฐบาลรักษาการอนุมัติโครงการที่สร้างความผูกพันทางการเงินหรือกระทบต่อโครงสร้างรายได้ของรัฐบาลชุดต่อไป การตัดสินใจในประเด็นดังกล่าวจึงต้องรอให้เป็นอำนาจของรัฐบาลชุดใหม่ การเร่งเตรียมความพร้อมทั้งหมดนี้ ถือเป็นการทำงานคู่ขนานไปกับการประคองสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ สามารถนำแพ็กเกจการช่วยเหลือและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ไปพิจารณาอนุมัติและเดินหน้าบังคับใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจได้ในทันที

จูงใจเติม E20 :
กระทรวงพลังงาน ปรับราคาน้ำมัน E20 กับ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ให้มีส่วนต่าง 5 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาเติม E20 มากขึ้น โดยแม้ว่าในทางเทคนิค น้ำมัน E20 อาจจะมีอัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าแก๊สโซฮอลอยู่บ้าง เนื่องจากมีสัดส่วนของเอทานอลผสมอยู่ 20% แต่ในความเป็นจริงแล้วถือว่าเป็นอัตราที่น้อยมากๆ แทบไม่เห็นความแตกต่างในการใช้งานจริง แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความคุ้มค่าด้านราคา จะช่วยประหยัดเงินได้ถึง 5 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ เนื่องจาก E20 เป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งผลิตได้เองภายในประเทศ เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและจะทำให้ลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบที่มาจากต่างประเทศ และจะทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น

ศาลรับคำร้อง ลต.โมฆะหรือไม่ :
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีการจัดการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เป็นโมฆะหรือไม่ ได้วินิจฉัยแล้ว โดยเห็นว่า เป็นการยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นไปตามช่องทางที่กฎหมายระบุไว้ ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวมีประชาชนยื่นเรื่องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่ากรณีการจัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากอาจสามารถเชื่อมโยงให้มีการตรวจสอบย้อนหลังกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า เลือกใครหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

เฟด คงอัตราดอกเบี้ย :
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยตลาดประเมินท่าทีของ Fed ในรอบนี้ว่าเป็น “Hawkish Hold” หรือการคงดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในระยะถัดไป
หุ้น ตปท.-ไทย :
ปิดตลาด (18 มี.ค. ) ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด (1.63%) แนสแดก ปิดที่ 24,425.09 จุด ลดลง 355.32 จุด (1.43%) แอสแอนด์พี ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด (1.36%) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปิดตลาดที่ 1,440.85 จุด ลดลง 6.97 จุด (0.49%) มูลค่า 56,571.17 ล้านบาท
ทองคำลง 300 บาท :
ราคาทองคำเมื่อวันที่ (18 มี.ค.) มีประกาศของสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 76,300 บาท ขายออกบาทละ 76,500.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 74,769.12 บาท ขายออกบาทละ 77,300.00 บาท ราคาทองคำลง 300 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 16 มี.ค.
เงินบาทแข็งค่า :
สำหรับค่าเงินบาทเทียบเงินสกุลโลก วานนี้ (18 มี.ค.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารพาณิชย์ โดยให้เงินบาทมีค่า 32.5706 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 43.5161 บาทต่อ 1 ปอนด์, 37.5722 บาทต่อ 1 ยูโร, 20.6473 บาท ต่อ 100 เยน, 4.1726 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ฮ่องกง ,กำหนดค่าเงินบาทที่ 25.6062 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ 8.3886 บาทต่อ 1 ริงกิตมาเลเซีย
คืบหน้ารั้วชายแดน :
พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยกำหนดพื้นที่นำร่อง บริเวณจุดผ่านแดนหลักเขตที่ 52–54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางสร้างกำแพง รวมประมาณ 1,310 เมตร โดยปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านการประสานงานและตกลงร่วมกันกับฝ่ายกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฝั่งกัมพูชาก็มีถนนเลียบแนวรั้วที่สอดรับกับฝั่งไทย และ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้เข้าดำเนินการสำรวจและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว โดยมีกำหนดการ จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างรั้วกำแพงถาวรได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 โดยวางเป้าหมายการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 45 วัน
ศรีลังกาใช้ระบบเติมน้ำมันตามเลขทะเบียนรถคู่-คี่ :
บริษัท ซีลอน ปิโตรเลียม คอร์ปอเรชัน (Ceypetco) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของศรีลังกา เริ่มใช้ระบบเลขทะเบียนรถคู่-คี่ ในการเติมน้ำมันตั้งแต่วานนี้ (18 มี.ค.) มายูรา เนททิกุมาราเจ กรรมการผู้จัดการของ Ceypetco ระบุว่า รถที่เลขทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคู่ (รวมถึงเลขศูนย์) สามารถเติมน้ำมันได้ในวันเลขคู่ ส่วนรถที่เลขทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคี่ เติมน้ำมันได้ในวันเลขคี่ โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารการกระจายน้ำมันและความต้องการของผู้ใช้บริการปั๊มน้ำมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับเจ้าของรถที่ยังไม่สามารถดาวน์โหลด QR code เพื่อเติมน้ำมัน จะได้รับอนุญาตให้เติมน้ำมันเป็นกรณีพิเศษในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) โดยไม่ต้องใช้ QR code เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับระบบและปรับปรุงการกระจายน้ำมันทั่วประเทศ
สงครามอิหร่านเขย่าอุตฯ :
ราคาวัตถุดิบพลาสติกที่พุ่งสูงและปัญหาขาดแคลนพลังงาน กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตโพลิเมอร์เกรดการแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์มากกว่า 86% รวมถึงการผลิตอุปกรณ์สำคัญ เช่น ถุงมือ เข็มฉีดยา และสายสวน โรงงานวาดี เซอร์จิคอลส์ จำกัด (Wadi Surgicals Pvt) ผู้ผลิตถุงมือรายใหญ่ในเมืองวิศาขาปัฏฏนัม รัฐอานธรประเทศ ต้องหยุดการผลิตหลังบริษัทฮินดูสถาน ปิโตรเลียม คอร์ป (HPCL) ระงับการส่งก๊าซ LPG เมื่อ 5 วันก่อน โดยโรงงานแห่งนี้ต้องใช้ LPG ประมาณ 4,500 กิโลกรัมต่อวัน ถือเป็นผลกระทบล่าสุดจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ที่ฉุดรั้งอุปทานน้ำมันและก๊าซ นอกจากนี้ แรงกดดันด้านต้นทุนดังกล่าวยังบีบอัตรากำไรของผู้ผลิต โดยเฉพาะสินค้ากำไรต่ำอย่างเข็มฉีดยาและสายสวน โดยบริษัทฮินดูสถาน ซีริงเจส แอนด์ เมดิคอล ดีไวเซส (Hindustan Syringes & Medical Devices) ผู้ผลิตเข็มฉีดยาและอุปกรณ์การแพทย์ ระบุว่า ยังคงไม่ปรับราคาสินค้าขึ้นในทันที และจะรอปรับราคาก็ต่อเมื่อสต๊อกที่ซื้อมาในราคาเก่าหมดลงแล้วเท่านั้น พร้อมเตือนว่า การแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูงอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว
ต่างชาติเที่ยวญี่ปุ่นเดือนก.พ. ทุบสถิติสูงสุด :
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) เปิดเผยว่า จำนวนผู้ที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 3.47 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในช่วงเทศกาลตรุษจีน เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ พบว่า เกาหลีใต้ครองอันดับ 1 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 1.09 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28.2% ตามด้วยไต้หวันที่ 693,600 คน เพิ่มขึ้น 36.7% โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจาก 18 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งรวมถึงสองอันดับแรกและสหรัฐฯ ต่างทำสถิติสูงสุดใหม่สำหรับเดือนก.พ.เช่นเดียวกัน

“ดีเจมะตูม” เปย์หนัก :
เซอร์ไพรส์แต่เช้า! รถป้ายแดงเพื่อ “แม่” โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 มี.ค. 2569 ดีเจมะตูมได้โพสต์ภาพสุดอบอุ่นผ่านโซเชียลส่วนตัว เป็นภาพขณะที่เจ้าตัวพาคุณแม่ไปรับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดงที่โชว์รูม พร้อมระบุแคปชั่นที่อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความรักและความกตัญญูว่า: “Happy Birthday Mommy! ปลุกแม่มารับของขวัญวันเกิดแต่เช้า! เห็นบ่นอยากได้รถแมนๆ ไว้ลุยสวน ลูกเลยจัดให้! มีความสุขสมหวังทุกอย่างนะแม่ สุขภาพกายสุขภาพใจแข็งแรง ขอให้รถคันนี้พาแม่ขับไปเจอแต่สิ่งที่ดีงาม ขับใจเย็นๆ อย่าซิ่งมาก อีกไม่กี่ปีจะเข้าเลข 7 ละน้า 5555555 รักแม่ที่สุดค๊าบบ @itsbenyapa 18/03/26” หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป บรรดาเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงและเหล่าแฟนคลับต่างแห่เข้ามาคอมเมนต์ร่วมอวยพรวันเกิดให้คุณแม่ของดีเจมะตูมกันอย่างล้นหลาม

ปิดฉากรัก 7 ปี :
กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองมาพักใหญ่สำหรับความสัมพันธ์ของคู่รักดังอย่าง ไฮโซอาร์ต-อิทธิพัทธ์ สะสมทรัพย์ และดาราสาวหน้าหมวย เกรซ ชลิตา หลังจากมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า “วิวาห์ล่ม” หรือไม่? เพราะไร้รูปคู่และโมเมนต์หวานมาสักระยะ และพี่สาวของเกรซก็ยังออกมาโพสต์เดือดด้วย ล่าสุดไม่ต้องรอนาน เพราะว่า ไฮโซอาร์ต ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านโซเชียลส่วนตัว ยอมรับว่าได้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ลงแล้ว พร้อมขอโทษฝ่ายหญิงจากใจจริง โดยระบุว่าเป็นการตัดสินใจของตนเองเพียงผู้เดียว ย้ำชัด “ไม่มีมือที่สาม” ยืดอกรับผิดคนเดียว
ฟอร์มเดือดต่อเนื่อง :
คีริน ตันติเวท ขยับอันดับโลก 5,000 เมตรขึ้นที่ 74 จากการจัดอันดับของสหพันธ์กรีฑาโลก เดือนมี.ค. 2569 ขณะเดียวกันยังรั้งอันดับท็อป 4 ในทวีปเอเชียด้วย
ฝืนไม่ไหว :
“เม” ศุภนิดา เกตุทอง แชมป์สวิส โอเพ่น 2026 มีอาการบาดเจ็บรบกวนจนต้องตัดสินใจถอนตัวกลางคันในเกมที่สอง ขณะที่ “ไตเติ้ล-เจน” และ “โนแอล-มูนา” พยายามฮึดสู้เต็มที่แต่ต้านความแกร่งคู่แข่งไม่ไหว กอดคอร่วงรอบแรกแบดมินตัน ออร์เลอ็อง มาสเตอร์ส 2026 ที่ฝรั่งเศส
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : มติ 6 ต่อ 3 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง เลือกตั้งโมฆะหรือไม่


