ครม. ถกหั่นภาษีน้ำมัน ‘อนุทิน’ เล็งลดภาษี E20 ช่วยประชาชน
ครม. ถกวาระปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันวันนี้ ‘อนุทิน’ แย้มลด E20 ช่วยประชาชน ด้าน ‘เอกนิติ’ ดันโซลาร์ภาคประชาชน-อุ้มพืชเกษตร
ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระสำคัญด้านเศรษฐกิจและการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ครม. จะมีการพิจารณาเรื่องมาตรการทางภาษีสรรพสามิต ซึ่งหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบ จะมีการแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป
ขณะนี้มีข้อเสนอให้พิจารณาปรับลดภาษีสำหรับน้ำมันหลายประเภท โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งต้องรอติดตามผลการพิจารณาของ ครม. ในวันนี้ว่าจะมีมติเห็นชอบมาตรการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหรือไม่ และจะมีแนวทางการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชนอย่างไร
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีการเตรียมพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และข้อเสนอให้ลดภาษีดีเซลเพิ่มเติม
รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งไบโอดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในประเทศ
พร้อมสร้างความแตกต่างด้านราคาเพื่อให้เชื้อเพลิงทางเลือกสามารถแข่งขันกับน้ำมันนำเข้าได้ โดยมาตรการลดภาษีดังกล่าวจะต้องส่งผลดีและเกิดประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน
นายเอกนิติ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง ทั้งน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในต่างประเทศยังไม่ยุติ
จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อดุลการค้าของประเทศ การแก้ไขปัญหาในระยะยาวจึงจำเป็นต้องลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ แล้วหันมาใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้เองภายในประเทศ เช่น เอทานอลและไบโอดีเซล ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ
สำหรับข้อเสนอของกระทรวงพลังงานที่ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเติม หลังจากสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบมากกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น
นายเอกนิติระบุว่า จะต้องมีการหารือร่วมกับกระทรวงพลังงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งรัฐบาลมีเครื่องมือบริหารจัดการหลายรูปแบบ ทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีสรรพสามิต แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีลดภาษีหรือการใช้เงินกองทุน ต่างก็สร้างภาระทางการเงินให้แก่ประเทศเช่นเดียวกัน เนื่องจากใช้วิธีลดภาษีจะทำให้รายได้ของรัฐลดลงและอาจจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม
ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดเสมือนเป็น “กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา” รัฐบาลจึงต้องพิจารณาใช้เงินกู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงเป้าหมายกับประชาชนมากที่สุด จึงเป็นที่มาของการเสนอ “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน” ให้ ครม. พิจารณาในวันนี้ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คลัง–พลังงาน จ่อหั่นภาษี E20–E85 ดึงปันผล ปตท. อุ้มกองทุนน้ำมันฯ


