สรรพสามิตลุยปราบสินค้าหนีภาษี 6 เดือนจับ 1.8 หมื่นคดี

สรรพสามิตรายงานผลปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย 6 เดือนแรก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จับกุมสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตรวมทั้งสิ้น 18,254 คดี ประมาณการค่าปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 2,705.22 ล้านบาท

นาย เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมแถลงผลการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ช่วง 6 เดือนแรก (1 ต.ค. 2567 – 31 มี.ค. 2568)เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ณ กรมสรรพสามิต โดยเปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตมีผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึง การดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ช่วง 6 เดือนแรก (1 ต.ค. 2567 – 31 มี.ค. 2568) รวมทั้งสิ้น 18,254 คดี สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.68% คิดเป็นเงินค่าปรับ 402.70 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 2,705.22 ล้านบาท โดยมีจำนวนคดีสุรามากที่สุด (46%) รองลงมาเป็นสินค้ายาสูบ (41.62%)
ดร. กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงรายละเอียดการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต จำแนกเป็น

1. สุรา จำนวน 8,396 คดี ค่าปรับ 81.27 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 7.49 ล้านบาท จำนวน ของกลาง แบ่งเป็นสุราในประเทศ 65,241.03 ลิตร และสุราต่างประเทศ 14,347.50 ลิตร
2. ยาสูบ จำนวน 7,597 คดี ค่าปรับ 217.68 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 2,675.08 ล้านบาท จำนวนของกลาง แบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 298,002 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 2,122,273 ซอง
3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 707 คดี ค่าปรับ 24.23ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 4.61 ล้านบาท จำนวนของกลาง 686,650ลิตร
4. รถจักรยานยนต์ จำนวน 661 คดี ค่าปรับ 20.66 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 0.95 ล้านบาท จำนวนของกลาง 3,387 คัน
5. ไพ่ จำนวน 289 คดี ค่าปรับ 2.14 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 3.74 ล้านบาท จำนวนของกลาง 12,283 สำรับ
6. รถยนต์ จำนวน 145 คดี ค่าปรับ 22.85 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 9.67 ล้านบาท จำนวน ของกลาง 842 คัน
7. เครื่องหอมและเครื่องสำอาง จำนวน 154 คดี ค่าปรับ 9.32ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 0.75 ล้านบาท จำนวนของกลาง 95,797ขวด
8. เครื่องดื่ม จำนวน 108 คดี ค่าปรับ 4.25 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 0.20 ล้านบาท จำนวนของกลาง 49,406.132 ลิตร
9. แบตเตอรี่ จำนวน 137 คดี ค่าปรับ 19.54 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 2.72 ล้านบาท จำนวนของกลาง 251,337 ก้อน
10. สินค้าอื่น ๆ จำนวน 60 คดี ค่าปรับ 0.76 ล้านบาท

นาย เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้กรมสรรพสามิตเร่งรัดการดำเนินการตามนโยบาย ‘Zero Tolerance: สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์’ โดยปราบปราม การกระทำผิดตามกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มงวด มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่เสียภาษี โดยเฉพาะตามแนวชายแดนและช่องทางออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าสรรพสามิตและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ซึ่งผลการดำเนินการปราบปรามที่สูงขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมสรรพสามิตในการปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้ที่จำหน่ายหรือครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษี โดยสุจริต
ดร. กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพสามิตได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการปราบปรามและสืบค้น โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบการกระทำผิดผ่านศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ของกรมสรรพสามิต นอกจากนี้ ยังได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานภายนอก เพื่อปราบปรามและจับกุมขบวนการผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จับกุมผู้กระทำผิดพร้อมของกลางจำนวนมาก พร้อมกันนี้ กรมสรรพสามิตขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต หากท่านใดพบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่กรมสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1713 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.excise.go.th โดยกรมสรรพสามิตจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “เผ่าภูมิ” นำสรรพสามิต ผนึกไปรษณีย์หลักสี่ จับสินค้าเลี่ยงภาษี รวมค่าปรับกว่า 100 ล้าน