“อาจารย์สิตางศุ์” เป็นใคร? ทำไมสื่อชอบสัมภาษณ์
รู้จัก “สิตางศุ์ พิลัยหล้า” ตัวตึงด้านน้ำ
ชื่อของ “สิตางศุ์ พิลัยหล้า” เด่นขึ้นมาทันทีเมื่อเธอวิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลปัจจุบันอย่างถึงลูกถึงคน เรียกว่า ถูกใจประชาชนคนไทยไม่น้อย เพราะต้องยอมรับว่า ที่สถานการณ์น้ำท่วมหนักถึงขนาดนี้ ส่วนสำคัญ เป็นเพราะการบริหารจัดการที่ล่มเหลว
“สิตางศุ์ พิลัยหล้า” ใครคือ?
รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า เป็นอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ
รศ.ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนถึง รศ.ดร. ผศ. สิตางศุ์ พิลัยหล้า ดังนี้

- คุณวุฒิและพื้นฐานวิชาการตรงสาย
เป็นรองศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่มีความโดดเด่นและเป็นรากฐานสำคัญด้านวิศวกรรมชลประทานและการจัดการน้ำของประเทศ
มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำโดยตรง ทำให้มีความเข้าใจลึกซึ้งทั้งในเชิงทฤษฎีอุทกวิทยา (Hydrology) ชลศาสตร์ (Hydraulics) และแบบจำลองการไหลของน้ำ
- ประสบการณ์ทำงานจริงและการมีส่วนร่วมระดับนโยบาย
ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับประเทศ เช่น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ในภารกิจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ)
มีส่วนร่วมในคณะทำงานและกรรมาธิการพิจารณาศึกษานโยบายการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทำให้เข้าใจกลไกการทำงานของภาครัฐ ทั้งกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรุงเทพมหานคร
- การวิเคราะห์ปัญหาบนพื้นฐานข้อมูลเชิงเทคนิคและข้อเท็จจริง
เน้นข้อมูลเชิงแบบจำลองและตัวเลข : ข้อวิเคราะห์ของ รศ.ดร. สิตางศุ์ มักอ้างอิงจากปริมาณฝนสะสม ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อน (Flow Rate) ศักยภาพการระบายน้ำของลำน้ำ และพฤติกรรมการบุกรุกพื้นที่รับน้ำ (Retention Area) ทำให้ความเห็นไม่ได้มาจาก feeling แต่มารายงานทางวิศวกรรม
มองภาพรวมทั้งระบบ (Basin Approach): ไม่ได้มองการป้องกันน้ำท่วมเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง แต่มองทั้งลุ่มน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำออกสู่ทะเล
- การสื่อสารที่สะท้อนปัญหากระทบโครงสร้างและการบริหารจัดการ
สามารถอธิบายเรื่องอุทกวิทยาที่ซับซ้อนให้สาธารณชนและสื่อมวลชนเข้าใจได้ง่าย
ชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องในเชิงโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมา เช่น ผังเมืองที่ขวางทางน้ำ (Floodway) ปัญหาช่องว่างในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และความจำเป็นในการปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน (Rule Curve) ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
รศ.ต่อตระกูล เล่าว่า ด้วยการผสานระหว่าง ความรู้ทางวิศวกรรมชลประทานที่แม่นยำ + ประสบการณ์ในพื้นที่จริง + ความเข้าใจในโครงสร้างการบริหารงานภาครัฐ ทำให้ข้อเสนอแนะของ รศ.ดร. สิตางศุ์ มีน้ำหนักเชิงวิชาการสูง และเป็นมุมมองที่ช่วยเตือนภัยรวมถึงเสนอทางออกในการแก้วิกฤตน้ำท่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พวกเรากลุ่มวิศวกรอาวุโส ได้ติดตามความพร้อมของการรับมือน้ำท่วม กันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เชิญผู้เชี่ยวชาญต่างๆมา ถกกันตลอด พบว่าแม้จะมีการลงทุนทำห้องประชุมศูนย์การบัญชาการน้ำท่วม เพื่อใก้เป็นศูนย์หนึ่งเดียว ที่เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน แต่ก็ยังไม่เป็นหนึ่งเดียว รศ.ดร. สิตางศุ์ เป็นผู้หนึ่งที่ได้รวบรวมข้อมูลมาได้มากที่สุด และติดตามปัญหาการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่แยกกัน จากการเข้าลงไปทำงานจริงด้วย”
รศ.ต่อตระกูล เล่าว่า ทิ้งท้ายว่า อาจารย์ไม่ได้ทำงานให้เฉพาะกับการเมืองฝ่ายใดๆ

เมื่อถูกวิจารณ์ว่าทำงานสนับสนุนฝ่ายการเมือง รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า ได้โพสต์ประวัติการทำงานของตนเองในการเข้าร่วมรัฐบาลชุดต่างๆแก้ไขปัญหาจัดการน้ำ ดังนี้
ปี 57 ได้ร่วมทำแผนยุทธศาสตร์น้ำชาติ 20 ปี รัฐบาลประยุทธ์
ปี 58 ร่วมร่าง พ.ร.บ. น้ำ ในฐานะ เลขา อนุ สปช.น้ำ ที่อาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัดเป็นประธาน และชวนมาช่วยงาน
ปี 59 เป็น อนุ สนช.
ปี 60-62 เป็นที่ปรึกษา รมช. เกษตร อ.ยักษ์ – วิวัฒน์ ศัลยกำธร
ปี 62 เป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์ ของ รมว. ทส. วราวุธ ศิลปอาชา เป็นได้สักพัก พวกเราคณะที่ปรึกษาลาออกเกือบทั้งคณะ เพราะแทบไม่เจอหน้า รมว.เจอแต่พี่สาว รมว.งานไม่เดิน งานไม่ออก เสียเวลาชีวิตมาก
ปี 66-69 เป็นคณะที่ปรึกษา รมว. เกษตร ธรรมนัส
ตอนนี้เป็น กมธ. และ ที่ปรึกษา กมธ.หลายคณะ


