Skip to content
Fri. Feb 13th, 2026
  • Facebook
  • Twitter
AEC10NEWS

AEC10NEWS

Primary Menu
  • Home
  • NEWS
    • BREAKING NEWS
    • CHINA NEWS
    • ENERGY FORCE
    • EDITOR TALK
    • MONEY MOVEMENT
    • NATIONAL
    • OPEN NEWS
    • POLITICS
    • WORLD
    • ดวงประจำวัน
  • ASEAN
    • Brunei
    • Cambodia
    • Indonesia
    • Laos
    • Malaysia
    • Myanmar
    • Philippines
    • Singapore
    • Vietnam
  • EEC
  • SPECIAL REPORT
  • BUSINESS
    • BUSINESS MOVEMENT
    • HOT MARKETS
    • PHOTO STORIES
  • SPECIAL REPORT
  • HOT NEWS

กรุงไทย ประเมินภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่ออาเซียน

16/06/2025 1 min read
กรุงไทย ประเมินภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่ออาเซียน
  • LINEแชร์เลย!
ดูแล้ว: 1,910

หากสหรัฐฯ จัดเก็บภาษีตอบโต้ตามอัตราที่ประกาศไว้ คาดว่าเวียดนาม กัมพูชา และไทยเป็นประเทศในอาเซียนที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากจะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีสูงถึง 46%, 49% และ 36% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียนที่ 33% อีกทั้ง ยังมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ สูงถึง 22%, 21% และ 10% ต่อ GDP ตามลำดับ 


• Krungthai COMPASS ประเมินผลกระทบต่ออาเซียน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) การส่งออกสินค้า โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบทางตรงมากที่สุด คือ กลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มสิ่งทอและรองเท้า เนื่องจากอาเซียนส่งออกไปสหรัฐฯ เฉลี่ยสูงถึง 34% และ 19% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปสหรัฐฯ ส่วนสินค้าที่จะได้รับผลกระทบทางอ้อมในการส่งออกไปจีนมากที่สุด คือกลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร และกลุ่มพลาสติกและยางพารา เนื่องจากอาเซียนส่งออกไปจีนเฉลี่ยถึง 25%, 15% และ 6% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปจีน 2) การผลิต จากสินค้าจีนที่มีแนวโน้มทะลักเข้ามาในอาเซียนมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการผลิตรถยนต์ เคมีภัณฑ์ เหล็ก และเครื่องใช้ไฟฟ้า และ 3) การลงทุน อาจมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้ต่ำ หรือย้ายกลับไปยังสหรัฐฯ 

• Krungthai COMPASS ประเมินว่า การขยายความร่วมมือทางการค้าภายในอาเซียนจะช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการส่งออกของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ และน้ำตาล ซึ่งไทยส่งออกไปยังอาเซียนรวมกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ปัจจุบัน เศรษฐกิจและการค้าโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสงครามการค้ารอบใหม่ ภายใต้การนำของ ปธน.ทรัมป์ อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น หลังมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่อ้างอิงกับกฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ซึ่งรวมถึงมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs)  อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แต่ขณะนี้ สหรัฐฯ ยังสามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐานในอัตรา 10% และภาษีตอบโต้รายประเทศต่อไปได้ในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ ซึ่งการพิจารณาของศาลอุทธรณ์อาจใช้เวลาหลายเดือน และยังมีความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจหันไปใช้กฎหมายอื่นในการผลักดันมาตรการภาษี ทำให้ความเสี่ยงจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่จะถูกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราที่สูง และพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นหลักอย่างอาเซียน

บทความนี้จึงอยากชวนผู้อ่านมาวิเคราะห์ผลกระทบของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่ออาเซียนว่าประเทศใดมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน และประเมินช่องทางผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนแนะนำแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย เพื่อลดผลกระทบของสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

อาเซียนจะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้มากแค่ไหน

ปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ยกเว้นจีน เม็กซิโก และแคนาดาถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าพื้นฐานที่ 10%   และจะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูง ในวันที่ 9 ก.ค. 2568 หลังครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 90 วัน โดยอาเซียนจะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้เฉลี่ยสูงถึง 33% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 17%เนื่องจากในปี 2567 อาเซียนเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงถึง 22.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีตอบโต้ที่สูง โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV จะถูกเก็บภาษีตอบโต้สูงถึง 44%-49% ขณะที่ไทยจะถูกเก็บภาษีตอบโต้ 36% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียน

ส่วนมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ กับจีนจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ส.ค. 2568หลังสหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจาก 145% เหลือ 30% ขณะที่จีนลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ จาก 125% เหลือ 10% ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน    ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออาเซียนที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และจีนสูง

ทั้งนี้ แม้ว่ายังมีความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ แต่หลายประเทศในอาเซียนยังเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ โดยอินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และกัมพูชาเริ่มเจรจากับสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และพลังงาน

ขณะที่ไทยได้ยื่น 5 ข้อเสนอในการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ให้ได้ 50% ภายใน 5 ปี และส่งเสริมความร่วมมือเป็นพันธมิตรระดับยุทธศาสตร์มากขึ้นในอนาคต ได้แก่ 1) เป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล 2) เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มสินค้าพลังงาน สินค้าเกษตร เครื่องบิน และอุปกรณ์ต่างๆ 3) เปิดตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผลไม้ เป็นต้น 4) บังคับใช้กฎหมายป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และ 5) ส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ มากขึ้น อย่างไรก็ดี ไทยยังไม่มีกรอบเวลาในการเจรจากับสหรัฐฯ ที่ชัดเจน ซึ่งยังต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป

ประเทศใดในอาเซียนที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ มากที่สุด

Krungthai COMPASS ประเมินว่า หากสหรัฐฯ จัดเก็บภาษีตอบโต้ตามอัตราที่ประกาศไว้1 จะทำให้เวียดนาม กัมพูชา และไทยเป็นประเทศในอาเซียนที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ มากที่สุด เนื่องจากเป็นประเทศที่จะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้สูงถึง 46%, 49% และ 36% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียนที่ 33% อีกทั้งยังมีการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่สูง สะท้อนจากสัดส่วนการส่งออกสินค้าของเวียดนาม กัมพูชา และไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2567 สูงถึง 22%, 21% และ 10% ต่อ GDP ตามลำดับ ดังนั้น หากการเจรจาระหว่างประเทศในอาเซียนและสหรัฐฯ ไม่บรรลุผล อาจทำให้ความต้องการนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ จากเวียดนาม กัมพูชา และไทยมีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนภาษีนำเข้าสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

1 อ้างอิงจาก The White House April 2, 2025

ซึ่งสอดคล้องกับรายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือน เม.ย. 2568 ของ IMF ที่ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจกัมพูชา ไทย และเวียดนามมากที่สุดในอาเซียน จากผลกระทบของมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ โดย IMFปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.3%เหลือ 2.8% และโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวต่ำกว่า 2% ในปี 2568 มีถึงเกือบ 30% ซึ่งสูงกว่าการประเมินครั้งก่อน โดยปัจจัยกดดันมาจากความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อจีนและประเทศต่างๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการค้าโลก

นอกจากนี้ IMF ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจกัมพูชา ไทย และเวียดนามมากที่สุดในอาเซียนที่ 1.8%, 1.1% และ 0.9% ตามลำดับ โดย IMF คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวเพียง 1.8% สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

3 ช่องทางผลกระทบของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่ออาเซียน

Krungthai COMPASS มองว่า แม้ปัจจุบันมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แต่เนื่องจากกระบวนการพิจารณามีแนวโน้มยืดเยื้อ และยังมีความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจหันไปใช้กฎหมายอื่นในการผลักดันมาตรการภาษี จึงคาดว่าอย่างน้อยในปี 2568 สหรัฐฯ ยังคงดำเนินมาตรการภาษีตอบโต้ต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออาเซียนผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

1. การส่งออกสินค้า

1) ผลกระทบทางตรง 

การส่งออกสินค้าของอาเซียนอาจได้รับผลกระทบทางตรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง โดยเฉพาะประเทศในอาเซียนที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูงอย่างกัมพูชา เวียดนาม และไทย ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ในปี 2567 สูงถึง 37%, 27% และ 18%ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมด ตามลำดับ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่จะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้ในอัตราที่สูง ซึ่งอาจทำให้ความต้องการนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง รวมทั้งอาจทำให้สหรัฐฯ หันไปนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้      ที่ต่ำกว่า

โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่า สินค้าส่งออกของอาเซียนที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบทางตรงในการส่งออกไปสหรัฐฯ มากที่สุด คือ กลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มสิ่งทอและรองเท้า เนื่องจากในปี 2567 อาเซียนส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปสหรัฐฯ เฉลี่ยสูงถึง 34% และ 19% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปสหรัฐฯ ตามลำดับ รวมทั้งยังเป็นกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ สามารถนำเข้าจากตลาดอื่นทดแทนได้ง่าย อย่างไรก็ดี อาเซียนอาจได้รับอานิสงส์ในการส่งออกสินค้าบางกลุ่มไปยังสหรัฐฯ เพื่อทดแทนสินค้าจากจีนที่จะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าที่สูง โดยเฉพาะสินค้าที่อาเซียนมีศักยภาพในการผลิตและมีกำลังการผลิตส่วนเกิน เช่น ถุงมือยาง ผลิตภัณฑ์พลาสติก      เป็นต้น ซึ่งอาจลดทอนผลกระทบต่อผู้ประกอบการได้บ้าง

2) ผลกระทบทางอ้อม

การส่งออกสินค้าของอาเซียนอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสูง2 ซึ่งอาจทำให้ความต้องการนำเข้าสินค้าของจีนมีแนวโน้มลดลง

โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่า สินค้าส่งออกของอาเซียนที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบทางอ้อมในการส่งออกไปจีนมากที่สุด คือ กลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร รวมถึงสินค้าขั้นต้นและขั้นกลางที่เป็นห่วงโซ่การผลิตของจีนอย่างกลุ่มพลาสติกและยางพารา เนื่องจากในปี 2567 อาเซียนส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปจีนเฉลี่ยสูงถึง 25%, 15% และ 6% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปจีน ตามลำดับ อีกทั้งการส่งออกสินค้าของอาเซียนยังเผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ในจีนในหลายกลุ่มสินค้า และมีแนวโน้มเกิดปัญหาต่อเนื่องในช่วงปี 2568-2573 เช่น รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ เคมีภัณฑ์และพลาสติก รถยนต์ แบตเตอรี่ลิเทียม และเหล็ก เป็นต้น ซึ่งอาจซ้ำเติมต่อการส่งออกสินค้าของอาเซียนไปจีน

2 จีนเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 2 ของอาเซียน รองจากสหรัฐฯ โดยในปี 2567 อาเซียน ส่งออกสินค้าไปจีนสูงถึง 16% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมด

2. การผลิต

สงครามการค้ารอบใหม่คาดจะทำให้ปัญหาสินค้าจีนทะลักมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะกดดันต่อการผลิตและการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรมที่สำคัญของอาเซียนเนื่องจากความต้องการนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) ในจีนที่ยังไม่ดีขึ้น จะทำให้ผู้ผลิตจีนมีแนวโน้มระบายสินค้าเข้าสู่ตลาดอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียน

โดยธุรกิจที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงจากปัญหาสินค้าจีนทะลักเข้ามาในตลาดอาเซียน เช่น รถยนต์ เคมีภัณฑ์ เหล็กและอะลูมิเนียม เครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่อาเซียนนำเข้าจากจีนในช่วงปี 2560-2567 เพิ่มขึ้นสูงถึงราว 3%-14% ต่อปี ซึ่งอาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการในอาเซียนมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะ SMEs จากความเสียเปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าจีน และจะซ้ำเติมปัญหาในภาคการผลิตของอาเซียนที่จะได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่มีแนวโน้มลดลง

3. การลงทุน

สงครามการค้าระยะแรกในช่วงปี 2561-2562 ทำให้มีการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังอาเซียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2566 มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากจีนในอาเซียนอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2560

อย่างไรก็ดี มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2568 อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของอาเซียน โดยเฉพาะประเทศที่เคยได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตของจีนอย่างเวียดนามและไทย เนื่องจากจะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้ที่สูงถึง 46% และ 36% ตามลำดับ ซึ่งอาจส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าจากประเทศเหล่านี้ในตลาดสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง และอาจทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจน หรืออาจมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่จะถูกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราภาษีที่ต่ำกว่า เช่น ฟิลิปปินส์ (17%) และสิงคโปร์ (10%) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสิ่งทอและรองเท้า เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ที่ลงทุนในอาเซียนอาจย้ายฐานการผลิตกลับไปยังสหรัฐฯ (Reshoring) เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนภาษีที่สูงขึ้น สะท้อนจากผลสำรวจของ Kearney (2025) ชี้ว่า ผู้บริหารระดับสูงที่วางแผนจะย้ายฐานการผลิตกลับไปยังสหรัฐฯ ภายใน 3 ปีข้างหน้ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราว 50% ของผู้บริหารระดับสูงระบุว่าความตึงเครียดทางการค้าจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการย้ายฐานการผลิตกลับไปยังสหรัฐฯ3 ซึ่งอาจทำให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศที่จะเข้ามาอาเซียนในอนาคตมีแนวโน้มลดลง 

อย่างไรก็ดี การตัดสินใจย้ายฐานการผลิตออกจากอาเซียนจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ ทั้งในด้านต้นทุนแรงงาน ความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนกฎระเบียบและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน อีกทั้งยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ที่อาจนำไปสู่อัตราภาษีตอบโต้ที่ลดลง ซึ่งอาจทำให้อาเซียนยังคงได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิต

3 อ้างอิงจาก 2025 Reshoring Index, Kearney

แนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น

Krungthai COMPASS แนะนำผู้ประกอบการไทย
ควรติดตามคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีของศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ และติดตามความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มและผลกระทบต่อการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการปรับตัว เช่น การจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่ง การวางแผนการผลิต รวมถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และจีน และหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ตลาดอาเซียน โดยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ภายในภูมิภาค เช่น ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้า และเพิ่มโอกาสด้านการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น

โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่า เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซียเป็นประเทศในอาเซียนที่มีศักยภาพในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดใน 3 มิติ ดังนี้

1. ความต้องการนำเข้าสินค้ามีแนวโน้มเติบโต สะท้อนจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการนำเข้าสินค้า

ในปี 2562-2567 ของเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซียสูงถึง 8.5%, 7.9%และ 6.4% ต่อปี

2. ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้านำเข้าของไทยยังน้อย สะท้อนถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น โดยสินค้าไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซียอยู่ที่ราว 4%-5% เท่านั้น

3. มูลค่าการนำเข้าสินค้าในปี 2567 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียนที่ 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ส่งออกที่สูง

สินค้าใดของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกไปเวียดนาม

Krungthai COMPASS ประเมินว่า ลวดทองแดง น้ำตาล รวมถึงน้ำมันปิโตรเลียม แผงควบคุม ยางพารา และแผ่นอะลูมิเนียมเป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพของไทยในการขยายการส่งออกไปเวียดนามมากขึ้น ดังนี้

1. สินค้าดาวเด่น ได้แก่ ลวดทองแดง และน้ำตาล ซึ่งเป็นสินค้าไทยที่มีความต้องการนำเข้าในเวียดนามเพิ่มขึ้น สะท้อนจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการส่งออกไปเวียดนามในปี 2562-2567 สูงถึง 13% และ 8% ต่อปี ตามลำดับ    อีกทั้งไทยมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ยในเวียดนามในปี 2562-2566 สูงถึง 43% และ 45%ตามลำดับ

2. สินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียม แผงควบคุม ยางพารา และแผ่นอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการส่งออกไปเวียดนามในปี 2562-2567 สูงถึง 10%, 17%, 24% และ 20% ต่อปี ตามลำดับ แต่ไทยยังมีส่วนแบ่งการตลาดในเวียดนามไม่มากนัก

สินค้าใดของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกไปมาเลเซีย

Krungthai COMPASS ประเมินว่า เนื้อสัตว์ รวมถึงเรือขุด เครื่องบิน แผงควบคุม และโทรศัพท์ เป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพของไทยในการขยายการส่งออกไปมาเลเซียมากขึ้น ดังนี้

1. สินค้าดาวเด่น ได้แก่ เนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นสินค้าไทยที่มีความต้องการนำเข้าในมาเลเซียเพิ่มขึ้น สะท้อนจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการส่งออกไปมาเลเซียในปี 2562-2567 สูงถึง 20% ต่อปี อีกทั้งไทยมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ยในมาเลเซียในปี 2562-2567 สูงถึง 73%

2. สินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ เรือขุด เครื่องบิน แผงควบคุม และโทรศัพท์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการส่งออกไปมาเลเซียในปี 2562-2567 สูงถึง 16%, 69%, 23% และ 38% ต่อปี ตามลำดับ แต่ไทยยังมีส่วนแบ่งการตลาดในมาเลเซียไม่มากนัก

สินค้าใดของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกไปอินโดนีเซีย

Krungthai COMPASS ประเมินว่า ข้าว และน้ำมันปิโตรเลียม เป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพของไทย
ในการขยายการส่งออกไปอินโดนีเซียมากขึ้น ดังนี้

1. สินค้าดาวเด่น ได้แก่ ข้าว ซึ่งเป็นสินค้าไทยที่มีความต้องการนำเข้าในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น สะท้อนจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการส่งออกไปอินโดนีเซียในปี 2562-2567 สูงถึง 82% ต่อปี อีกทั้งไทยมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ยในอินโดนีเซียในปี 2562-2567 สูงถึง 30%

2. สินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของ

การส่งออกไปอินโดนีเซียในปี 2562-2567 สูงถึง 39% ต่อปี แต่ไทยยังมีส่วนแบ่งการตลาดในอินโดนีเซียไม่มากนัก

Implication

Krungthai COMPASS มองว่า ความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก ภาคการผลิต และภาคการลงทุนของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้า และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว ดังนี้

• ภาคเอกชนสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ และยกระดับสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อลดการแข่งขันด้านราคากับคู่แข่ง โดยอาจประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เช่น ระบบการผลิตอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (Automation & AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น และพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดสภาพคล่องและการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว รวมทั้งควรกระจายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น อาเซียน กลุ่ม BRICS และตะวันออกกลาง เป็นต้น ซึ่งเป็นตลาดที่ยังมีความต้องการสินค้าไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และจีน

• ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบของมาตรการภาษีตอบโต้ โดยมุ่งเน้นการลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ และลดการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้งออกมาตรการรับมือกับปัญหา ChinaFlooding เช่น กฎหมายควบคุมมาตรฐานสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping Duty: AD) และภาษีตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing duty: CVD) เป็นต้น เพื่อควบคุมการไหลเข้ามาของสินค้าจากจีนที่มีราคาถูก ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการผลิตและการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs นอกจากนี้ภาครัฐอาจเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับตลาดใหม่ และขยายความร่วมมือกับประเทศในอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคมากขึ้น

• ภาคสถาบันการเงินสามารถให้คำปรึกษา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน สถาบันการเงินได้ทยอยออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และการแข่งขันกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ มาตรการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ มาตรการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือทางการเงินเพื่อประกันความเสี่ยงในการส่งออก เช่น สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) การรับประกันการส่งออก (Export Credit Insurance) เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ประกอบการ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรุงไทย ชี้ เงินเฟ้อเดือนพ.ค.ติดลบ 0.57% แนวโน้มฟุบยาว

60

SHARES
Share on Facebook
Post on X
Follow us
  • LINEแชร์เลย!
Tags: Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ภาษีตอบโต้

Continue Reading

Previous: “ในหลวง” พระราชทาน สิ่งของ ให้กองทัพภาคที่ 2 ปกป้องชายแดน
Next: ราคาทองคำวันนี้ (16 มิ.ย.68) เปลี่ยนแปลงทั้งหมด 13 ครั้ง ราคาทองคงที่

ข่าวอื่นๆ ที่น่าอ่าน

628904425_1452476229580491_5129610594438464902_n ประวัติ “ไอติม-พริษฐ์” จ่อขึ้นแท่นหัวหน้า “พรรคประชาชน”คนใหม่ 1 min read
  • SPECIAL REPORT
  • HOT NEWS
  • POLITICS

ประวัติ “ไอติม-พริษฐ์” จ่อขึ้นแท่นหัวหน้า “พรรคประชาชน”คนใหม่

13/02/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์ 1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

13/02/2026
กรมศุลฯ ลุยจับโคคาอีนเกือบ 10 ล้านบาทคาสนามบินภูเก็ต กรมศุลฯ ลุยจับโคคาอีนเกือบ 10 ล้านบาทคาสนามบินภูเก็ต 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

กรมศุลฯ ลุยจับโคคาอีนเกือบ 10 ล้านบาทคาสนามบินภูเก็ต

13/02/2026
สรุปสถานการณ์น้ำ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 13 ก.พ. 69 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 13 ก.พ. 69

13/02/2026
สรุปข่าวประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สรุปข่าวประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปข่าวประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

13/02/2026
ดวงประจำวัน ดวงประจำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 1 min read
  • ดวงประจำวัน
  • HOT NEWS

ดวงประจำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569

13/02/2026
615707653_1231608889072104_1005679240573048397_n มติ กกต. “ไม่นับใหม่” ชลบุรี เขต 1 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

มติ กกต. “ไม่นับใหม่” ชลบุรี เขต 1

12/02/2026
S__7364809 “นฤมล” น้ำตาคลอ เยี่ยมนักเรียน โรงเรียนพะตงฯ จากเหตุบุกยิง 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

“นฤมล” น้ำตาคลอ เยี่ยมนักเรียน โรงเรียนพะตงฯ จากเหตุบุกยิง

12/02/2026
ไทยพาณิชย์ ชี้ ธุรกิจนิคมอุตฯ ยังไปได้สวย ไทยพาณิชย์ ชี้ ธุรกิจนิคมอุตฯ ยังไปได้สวย 1 min read
  • SPECIAL REPORT
  • HOT NEWS

ไทยพาณิชย์ ชี้ ธุรกิจนิคมอุตฯ ยังไปได้สวย

12/02/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์ 1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

12/02/2026
สรุปสถานการณ์น้ำ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 12 ก.พ. 69 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 12 ก.พ. 69

12/02/2026
ดวงประจำวัน ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 1 min read
  • ดวงประจำวัน
  • HOT NEWS

ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569

12/02/2026

China News

รถไฟความเร็วสูงของจีน วิ่งทดสอบความเร็ว 453 กม./ชม. รถไฟความเร็วสูงของจีน วิ่งทดสอบความเร็ว 453 กม./ชม. 1 min read
  • CHINA NEWS
  • HOT NEWS

รถไฟความเร็วสูงของจีน วิ่งทดสอบความเร็ว 453 กม./ชม.

21/10/2025
LINEแชร์เลย! รถไฟหัวกระสุนที่เร็วที่สุดในโลก CR450 เริ่มการทดลองใช้งานก่อนเปิดให้บริการบนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงของจีน โดยสามารถทำความเร็วได้สูงสุดต่อขบวนถึง 453 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หนังสือพิมพ์ไซแอนซ์แอนด์เทคโนโลยีเดลี (Science... อ่านต่อ

Start Up

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต 457C5A49-7DCB-4EA0-ACF5-B856D1843534 1 min read
  • HOT NEWS
  • START UP

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต

01/09/2022
LINEแชร์เลย! “ขอบคุณ ธพว. ที่สนับสนุน “เสียงเกษมโซล่าเซลล์” พาเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่องกิจการ ควบคู่กับการให้คำปรึกษา แนะนำธุรกิจ... อ่านต่อ

Money Movement

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

13/02/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

12/02/2026
ทีทีบี สำรองเงินสดรับตรุษจีน 1 หมื่นล้านบาท ทีทีบี สำรองเงินสดรับตรุษจีน 1 หมื่นล้านบาท
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ทีทีบี สำรองเงินสดรับตรุษจีน 1 หมื่นล้านบาท

11/02/2026
ไทยพาณิชย์ สำรองธนบัตรเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ไทยพาณิชย์ สำรองธนบัตรเทศกาลตรุษจีนปี 2569
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ไทยพาณิชย์ สำรองธนบัตรเทศกาลตรุษจีนปี 2569

11/02/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 31.05-31.30 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 31.05-31.30 บาท/ดอลลาร์

11/02/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

ทีทีบี สำรองเงินสดรับตรุษจีน 1 หมื่นล้านบาท

ทีทีบี สำรองเงินสดรับตรุษจีน 1 หมื่นล้านบาท

ไทยพาณิชย์ สำรองธนบัตรเทศกาลตรุษจีนปี 2569

ไทยพาณิชย์ สำรองธนบัตรเทศกาลตรุษจีนปี 2569

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 31.05-31.30 บาท/ดอลลาร์

Energy Force

กบน. ตรึงราคาน้ำมันเมินตลาดโลกพุ่ง กบน. ตรึงราคาน้ำมันเมินตลาดโลกพุ่ง 1 min read
  • ENERGY FORCE
  • HOT NEWS

กบน. ตรึงราคาน้ำมันเมินตลาดโลกพุ่ง

30/01/2026
LINEแชร์เลย! กบน. ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อเนื่อง ลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ดีเซล 3 ครั้ง ภายใน 1... อ่านต่อ

Politics

628904425_1452476229580491_5129610594438464902_n ประวัติ “ไอติม-พริษฐ์” จ่อขึ้นแท่นหัวหน้า “พรรคประชาชน”คนใหม่ 1 min read
  • SPECIAL REPORT
  • HOT NEWS
  • POLITICS

ประวัติ “ไอติม-พริษฐ์” จ่อขึ้นแท่นหัวหน้า “พรรคประชาชน”คนใหม่

13/02/2026
615707653_1231608889072104_1005679240573048397_n มติ กกต. “ไม่นับใหม่” ชลบุรี เขต 1 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

มติ กกต. “ไม่นับใหม่” ชลบุรี เขต 1

12/02/2026
S__7364809 “นฤมล” น้ำตาคลอ เยี่ยมนักเรียน โรงเรียนพะตงฯ จากเหตุบุกยิง 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

“นฤมล” น้ำตาคลอ เยี่ยมนักเรียน โรงเรียนพะตงฯ จากเหตุบุกยิง

12/02/2026

ประเด็นข่าว

EXIM BANK KBANK scb SME D Bank กรมชลประทาน กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงไทย กสิกรไทย กอนช. ข่าวเด่น ข่าวดัง คปภ. ครม. ค่าเงินบาท ดวงประจำวัน ตลาดหุ้น ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ธอส. นายฉัตรชัย ศิริไล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ บก.ชวนคุย บางจาก ปตท. ประเมินค่าเงินบาท พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาล ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน สถานการณ์น้ำ สรุปข่าวประจำวัน สรุปสถานการณ์น้ำ สิงคโปร์ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม เศรษฐกิจไทย เศรษฐา ทวีสิน แพทองธาร ชินวัตร โควิด-19 ไทยพาณิชย์

Business Movement

ศุลกากร จับมือ สมอ.–ทรัพย์สินฯ ทลายสินค้าเถื่อน–ละเมิดแบรนด์ เสียหายกว่า 237 ล้านบาท ศุลกากร จับมือ สมอ.–ทรัพย์สินฯ ทลายสินค้าเถื่อน–ละเมิดแบรนด์ เสียหายกว่า 237 ล้านบาท 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

ศุลกากร จับมือ สมอ.–ทรัพย์สินฯ ทลายสินค้าเถื่อน–ละเมิดแบรนด์ เสียหายกว่า 237 ล้านบาท

11/02/2026
SME D Bank ผนึก กรมสรรพากร – บสย. ปั้นเอสเอ็มอีก้าวทันและเติบโตในยุคดิจิทัล SME D Bank ผนึก กรมสรรพากร – บสย. ปั้นเอสเอ็มอีก้าวทันและเติบโตในยุคดิจิทัล 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

SME D Bank ผนึก กรมสรรพากร – บสย. ปั้นเอสเอ็มอีก้าวทันและเติบโตในยุคดิจิทัล

11/02/2026
คปภ. ยกระดับคนกลาง รับเบี้ยประกันผ่านระบบดิจิทัล คปภ. ยกระดับคนกลาง รับเบี้ยประกันผ่านระบบดิจิทัล 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

คปภ. ยกระดับคนกลาง รับเบี้ยประกันผ่านระบบดิจิทัล

07/02/2026
ศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ สกัดกั้นลักลอบส่งออกกัญชา 570 กก. มูลค่ากว่า 5.7 ล้านบาท ศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ สกัดกั้นลักลอบส่งออกกัญชา 570 กก. มูลค่ากว่า 5.7 ล้านบาท 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

ศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ สกัดกั้นลักลอบส่งออกกัญชา 570 กก. มูลค่ากว่า 5.7 ล้านบาท

06/02/2026

Recommend

เริ่มแล้ววันนี้! “ฝากบ้านกับตำรวจ 4.0” อุ่นใจรับปีใหม่ 69 เดินทางไกล บ้านปลอดภัย เริ่มแล้ววันนี้! “ฝากบ้านกับตำรวจ 4.0” อุ่นใจรับปีใหม่ 69 เดินทางไกล บ้านปลอดภัย 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

เริ่มแล้ววันนี้! “ฝากบ้านกับตำรวจ 4.0” อุ่นใจรับปีใหม่ 69 เดินทางไกล บ้านปลอดภัย

22/12/2025
เริ่มแล้ว! กฎหมายใหม่ลาคลอดยาว 4 เดือน เริ่มแล้ว! กฎหมายใหม่ลาคลอดยาว 4 เดือน 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

เริ่มแล้ว! กฎหมายใหม่ลาคลอดยาว 4 เดือน

07/12/2025
ครม.ไฟเขียว ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ลาว-เมียนมา-เวียดนาม ครม.ไฟเขียว ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ลาว-เมียนมา-เวียดนาม 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

ครม.ไฟเขียว ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ลาว-เมียนมา-เวียดนาม

02/12/2025
ครม.ไฟเขียวงบ 800 ล้าน พัฒนา "คนละครึ่ง พลัส" ต่อร้านค้า ลุยดิจิทัล ครม.ไฟเขียวงบ 800 ล้าน พัฒนา “คนละครึ่ง พลัส” ต่อ ร้านค้าลุยดิจิทัล 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

ครม.ไฟเขียวงบ 800 ล้าน พัฒนา “คนละครึ่ง พลัส” ต่อ ร้านค้าลุยดิจิทัล

18/11/2025

Photo Stories

IMG_0992 EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน 1 min read
  • PHOTO STORIES

EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน

13/02/2026
EXIM BANK หารือ Indonesia Eximbank สนับสนุนการค้าการลงทุนในอาเซียน EXIM BANK หารือ Indonesia Eximbank สนับสนุนการค้าการลงทุนในอาเซียน 1 min read
  • PHOTO STORIES

EXIM BANK หารือ Indonesia Eximbank สนับสนุนการค้าการลงทุนในอาเซียน

13/02/2026
ธ.ก.ส. นำคณะผู้บริหาร APRACA และ AFRACA ศึกษาดูงานเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. นำคณะผู้บริหาร APRACA และ AFRACA ศึกษาดูงานเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธ.ก.ส. นำคณะผู้บริหาร APRACA และ AFRACA ศึกษาดูงานเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.

13/02/2026
บสย. รับรางวัล Human Potential Development Award จาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ บสย. รับรางวัล Human Potential Development Award จาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ 1 min read
  • PHOTO STORIES

บสย. รับรางวัล Human Potential Development Award จาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

13/02/2026
EXIM BANK ร่วมยินดีกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ EXIM BANK ร่วมยินดีกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 1 min read
  • PHOTO STORIES

EXIM BANK ร่วมยินดีกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

11/02/2026
ธ.ก.ส. มอบรางวัลชุมชนอุดมสุขบ้านโนนกระสัง จังหวัดนครราชสีมา ธ.ก.ส. มอบรางวัลชุมชนอุดมสุขบ้านโนนกระสัง จังหวัดนครราชสีมา 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธ.ก.ส. มอบรางวัลชุมชนอุดมสุขบ้านโนนกระสัง จังหวัดนครราชสีมา

11/02/2026
IMG_0781 SAM จับมือ NCB ลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” 1 min read
  • PHOTO STORIES

SAM จับมือ NCB ลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

10/02/2026
ออมสิน คว้ารางวัล International Finance Awards 2025  ออมสิน คว้ารางวัล International Finance Awards 2025  1 min read
  • PHOTO STORIES

ออมสิน คว้ารางวัล International Finance Awards 2025 

09/02/2026
บสย. หารือ “หอการค้าไทย” บูรณาการความร่วมมือ เสริมศักยภาพ SMEs บสย. หารือ “หอการค้าไทย” บูรณาการความร่วมมือ เสริมศักยภาพ SMEs 1 min read
  • PHOTO STORIES

บสย. หารือ “หอการค้าไทย” บูรณาการความร่วมมือ เสริมศักยภาพ SMEs

06/02/2026
ธอส. รับรางวัลหน่วยงานความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ 2568 ธอส. รับรางวัลหน่วยงานความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ 2568 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธอส. รับรางวัลหน่วยงานความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ 2568

06/02/2026
BIC ผนึกหอศิลป์คลังจัตุรัส ใช้ศิลปะสร้างการเรียนรู้พลังงาน หนุนเยาวชนรอบโรงไฟฟ้า BIC ผนึกหอศิลป์คลังจัตุรัส ใช้ศิลปะสร้างการเรียนรู้พลังงาน หนุนเยาวชนรอบโรงไฟฟ้า 1 min read
  • PHOTO STORIES

BIC ผนึกหอศิลป์คลังจัตุรัส ใช้ศิลปะสร้างการเรียนรู้พลังงาน หนุนเยาวชนรอบโรงไฟฟ้า

05/02/2026
หอการค้าไทย-จีน คงบทบาทสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ทุกมิติ หอการค้าไทย-จีน คงบทบาทสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ทุกมิติ 1 min read
  • PHOTO STORIES

หอการค้าไทย-จีน คงบทบาทสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ทุกมิติ

29/01/2026
ออมสิน ลงนามข้อตกลงคุณธรรม ป้องกันทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ออมสิน ลงนามข้อตกลงคุณธรรม ป้องกันทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 1 min read
  • PHOTO STORIES

ออมสิน ลงนามข้อตกลงคุณธรรม ป้องกันทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

28/01/2026
DAD คิดเผื่อ...เร่งติดตั้งเครื่องฟอกและม่านอากาศป้องกัน PM2.5 DAD คิดเผื่อ…เร่งติดตั้งเครื่องฟอกและม่านอากาศป้องกัน PM2.5 1 min read
  • PHOTO STORIES

DAD คิดเผื่อ…เร่งติดตั้งเครื่องฟอกและม่านอากาศป้องกัน PM2.5

27/01/2026
1764078 kubix and TGO Partner to Explore Carbon Registry Integration, Paving the Way for ‘Carbon Credit Tokens’ to Drive Thailand toward Net Zero 3 min read
  • PHOTO STORIES

kubix and TGO Partner to Explore Carbon Registry Integration, Paving the Way for ‘Carbon Credit Tokens’ to Drive Thailand toward Net Zero

20/01/2026

บก.ชวนคุย

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 1 min read
  • HOT NEWS
  • EDITOR TALK

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568

25/02/2025
LINEแชร์เลย! บก.ชวนคุย เรื่องที่ 4,391 แอพเงินกู้แหล่งทุนยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความท้าทายทางการงาน การเงิน คนไทยมากกว่า... อ่านต่อ

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ รายได้สูง !!!

  • Facebook
  • Twitter
สงวนลิขสิทธิ์ © 2560 เว็บไซต์ AEC10NEWS.COM