Skip to content
Fri. Mar 20th, 2026
  • Facebook
  • Twitter
AEC10NEWS

AEC10NEWS

Primary Menu
  • Home
  • NEWS
    • BREAKING NEWS
    • CHINA NEWS
    • ENERGY FORCE
    • EDITOR TALK
    • MONEY MOVEMENT
    • NATIONAL
    • OPEN NEWS
    • POLITICS
    • WORLD
    • ดวงประจำวัน
  • ASEAN
    • Brunei
    • Cambodia
    • Indonesia
    • Laos
    • Malaysia
    • Myanmar
    • Philippines
    • Singapore
    • Vietnam
  • EEC
  • SPECIAL REPORT
  • BUSINESS
    • BUSINESS MOVEMENT
    • HOT MARKETS
    • PHOTO STORIES
  • HOT NEWS
  • SPECIAL REPORT

การเลือกตั้งปี 2023 ฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่

03/05/2023 1 min read
  • LINEแชร์เลย!
ดูแล้ว: 1,026

และนัยต่อการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ

การเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจไทย
ใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2023 เนื่องจาก พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) จะครอบคลุมการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐจนถึงสิ้นไตรมาส 3 ของปี 2023 และทำให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการตามนโยบายและโครงการต่าง ๆ ที่มีการกำหนดไว้แล้วได้เป็นปกติ อีกทั้ง ยังมีการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณและนำเรื่องเข้ากระบวนการพิจารณาก่อนการยุบสภา นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยจะยังได้รับแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินในช่วงหาเสียงเลือกตั้งผลกระทบด้านลบจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 จากความไม่แน่นอนของระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ส่งผลให้มีเม็ดเงินสนับสนุนเศรษฐกิจจากภาครัฐเพิ่มเติมได้ไม่มากนัก อีกทั้ง นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่จะมีผลกระทบสู่เศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2024เศรษฐกิจไทยในปี 2024 จะต้องเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยหากการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้อย่างราบรื่นจะส่งผลให้มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและเม็ดเงินงบประมาณของภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเศรษฐกิจปี 2024 ได้อย่างเต็มที่ ในทางตรงกันข้ามหากการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลไม่สามารถเป็นไปอย่างราบรื่นอาจส่งผลให้รัฐบาลที่ไม่มีอำนาจเต็มต้องปฏิบัติหน้าที่นานเกินสมควร อีกทั้ง ประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ได้อย่างล่าช้ามากจนส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจSCB EIC ประเมินว่าไม่มีฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาลที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงเกิน 50% ฉากทัศน์กรณีฝ่ายเสรีนิยมจัดตั้งรัฐบาล กรณีรัฐบาลผสมสองฝ่าย และกรณีรัฐบาลอนุรักษ์นิยมเสียงข้างน้อย ทั้ง 3 ฉากทัศน์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นในระดับปานกลางใกล้เคียงกันมาก สำหรับอีก 2 ฉากทัศน์กรณีฝ่ายอนุรักษ์นิยมจัดตั้งรัฐบาล และกรณีนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีรายชื่อมีโอกาสเกิดขึ้นอยู่บ้าง

1. ปฏิทินการเลือกตั้ง

ตามที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20 มีนาคม 2023 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศไว้เป็นวันที่ 14 พฤษภาคม 2023 โดย กกต. คาดการณ์ว่าจะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งแบบไม่เป็นทางการได้ภายในเวลา 23:00 น. ของวันเลือกตั้ง และจะต้องประกาศผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายใน 60 วันนับจากวันเลือกตั้ง และจะต้องมีการกำหนดประชุมรัฐสภาวันแรกเพื่อเริ่มกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลภายใน 15 วันนับตั้งแต่ประกาศผลเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีบัญญัติของกฎหมายหรือข้อกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่กำหนดว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะต้องสำเร็จภายในระยะเวลาเท่าใด ในกรณีที่การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น SCB EIC คาดว่าในกรณีฐานประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในเดือนกรกฎาคม และจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือนสิงหาคม แต่หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างล่าช้ากว่านี้ อาจส่งผลลบต่อเศรษฐกิจได้หลายด้าน

2. ผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2023 และ 2024

การประกาศยุบสภาส่งผลให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีใหม่ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ (มาตรา 168) แต่รัฐบาลรักษาการจะไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ (มาตรา 169) ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ตามเงื่อนไขดังนี้

1. ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เว้นแต่ที่กําหนดไว้แล้วใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี

2. ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตําแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

3. ไม่กระทําการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน 

4. ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทําการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้งและไม่กระทําการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด

อย่างไรก็ดี ผลกระทบของการเป็นรัฐบาลรักษาการต่อเศรษฐกิจไทยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2023 (หรือ 3 ไตรมาสหลังของปีงบประมาณ 2023) มีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากประการแรก พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) ที่ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2022 จะครอบคลุมการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐจนถึงสิ้นไตรมาส 3 ของปี 2023 และทำให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการตามนโยบายและโครงการต่าง ๆ ที่มีการกำหนดไว้แล้วได้เป็นปกติ รวมถึงความพยายามเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงต้นปีงบประมาณ 2023 ไว้ ส่งผลให้อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 6 เดือนแรกของปีงบประมาณอยู่ที่ 37.5% สูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา (รูปที่ 2)

ประการที่สอง แม้รัฐบาลรักษาการจะไม่สามารถออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือนโยบายพยุงค่าครองชีพใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มที่ แต่ได้เตรียมการที่ดีไว้ก่อนยุบสภา โดยเร่งอนุมัติหลายเรื่องสำคัญ (รูปที่ 3) เช่น 1) กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2024 และรายละเอียด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามลดความเสี่ยงที่ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024จะออกได้ล่าช้าเกินสมควรจนเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการบริหารราชการแผ่นดิน และ 2) โครงการลงทุนสำคัญ อาทิ โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G/5G บนคลื่น 700 MHz ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กรอบวงเงินลงทุน 61,628 ล้านบาท โครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย (ช่วงจตุโชติ – ถนนลำลูกกา) มูลค่าการลงทุน 24,060 ล้านบาท 3) โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรรวม 15,481 ล้านบาท

ประการที่สาม เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 จะได้รับแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินที่นำมาใช้ในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในไตรมาสที่สอง โดยหากพิจารณากรอบการใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกอย่างน้อยราว 12,032ล้านบาท หรือ 0.07% ของ Nominal GDPซึ่งในความเป็นจริงเม็ดเงินที่ใช้อาจสูงกว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้หลายเท่าตัว โดยเม็ดเงินหาเสียงช่วงเลือกตั้งมีแนวโน้มที่จะลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจในหลายธุรกิจและกระจายไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจป้ายโฆษณา ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจงานอีเวนต์ ช่วยทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2023 จะได้รับผลกระทบด้านลบจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่จำกัด แต่ผลกระทบดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 เนื่องจากมีความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาลและการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 เนื่องจากโดยปกติแล้ว พ.ร.บ. งบประมาณจะมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาในช่วงเดือนกันยายน และเริ่มประกาศใช้ต้นปีงบประมาณในเดือนตุลาคม แต่การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะทำให้กระบวนการพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ล่าช้ากว่าปกติ

ในกรณีฐาน SCB EIC ประเมินว่ากระบวนการพิจารณาจะล่าช้าราว 3-4 เดือน ในช่วงเวลาดังกล่าวหน่วยงานภาครัฐจะสามารถใช้กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลางก่อนได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) มาตรา 141 แต่การดำเนินงานต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถทำได้เต็มที่ดังปกติ อย่างไรก็ดีหน่วยงานภาครัฐจะมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณจนครบได้ใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2023 หรืออาจสรุปได้ว่าเม็ดเงินสนับสนุนเศรษฐกิจจากภาครัฐจะเบิกจ่ายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2024 ไม่มาก แต่จะเร่งเบิกจ่ายได้ภายหลังในช่วง 3 ไตรมาสหลังของปีงบประมาณ 2024 สะท้อนจากข้อมูลสัดส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่มักจะลดลงเป็นอย่างมากในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ (ไตรมาสสุดท้ายของปีปฏิทิน) ที่มีการเลือกตั้งและเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ (รูปที่ 5) ในกรณีเลวร้าย การจัดตั้งรัฐบาลไม่ราบรื่นอาจทำให้การประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ล่าช้าถึง 6 เดือน ในกรณีนี้หน่วยงานภาครัฐจะไม่สามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามเป้าหมาย ในกรณีนี้จะส่งผลลบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2024

สำหรับผลกระทบด้านบวกต่อเศรษฐกิจจากการเลือกตั้งและเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 มีไม่มากนัก เนื่องจากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่ หากเริ่มดำเนินการได้อย่างเร็วในช่วงสิ้นปีจะมีผลกระทบสู่เศรษฐกิจอย่างเต็มที่ภายหลังปี 2023 นอกจากนี้ โครงการขนาดใหญ่ที่หน่วยงานภาครัฐเตรียมเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาและดำเนินการเป็นระยะเวลานาน

อย่างไรก็ดี ผลกระทบด้านบวกต่อเศรษฐกิจของการเลือกตั้งจะชัดเจนขึ้นในปี 2024 หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่ทุกพรรคได้มีการนำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากมาใช้ในการหาเสียง อีกทั้ง มีนโยบายจำนวนมากที่เป็นนโยบายเร่งด่วนที่พรรคการเมืองให้คำสัญญาว่าจะดำเนินการภายใน 3-4 เดือนหลังจากที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน เช่น นโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ นโยบายลดค่าครองชีพของประชาชน (เช่น ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า) และนโยบายให้เงินประชาชนโดยตรงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

3. ฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่  

หากพิจารณาผลสำรวจแนวโน้มการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2023 ของหลายหน่วยงาน พบว่าฝ่ายเสรีนิยมมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมสูงกว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาก โดยฝ่ายเสรีนิยม 2 พรรคที่ได้รับความนิยมสูงสุดได้รับความนิยมรวมกันมากถึง 68-84% ของผู้ตอบสำรวจทั้งหมด อย่างไรก็ดี ผลสำรวจมีแนวโน้มที่จะสะท้อนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้แม่นยำกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายเขต ส่งผลให้ผลสำรวจสะท้อนว่าพรรคการเมืองที่มีฐานเสียงรายพื้นที่มีแนวโน้มที่จะได้รับเลือกตั้งในสัดส่วนที่สูงกว่า ภายใต้สมมติฐานดังกล่าวนี้ SCB EICได้ประเมินฉากทัศน์ของผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ไว้ 5 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 : ฝ่ายเสรีนิยมจัดตั้งรัฐบาล ฝ่ายเสรีนิยมได้เสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สูงกว่า 250 เสียง) และอาจรวมตัวกับพรรคการเมืองที่ไม่ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนไว้แต่ยินดีจะเข้าร่วมด้วย ประกอบกับอาจได้รับเสียงจากสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน ทำให้มีคะแนนเสียงรวมกันเกิน 375 เสียง และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งจะช่วยให้การประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ล่าช้าไม่มาก 3-4 เดือน แต่กรณีนี้มีโอกาสเกิดชุมนุมทางการเมืองขนาดเล็ก ในภาพรวมกรณีนี้มีโอกาสเกิดปานกลางและจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย

กรณีที่ 2 : รัฐบาลผสมสองฝ่าย ฝ่ายเสรีนิยมได้เสียงข้างมากจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เกิน 250 เสียง)แต่ยังไม่เพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ (ต่ำกว่า 375 เสียง) ฝ่ายเสรีนิยมบางส่วนจึงร่วมมือกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางส่วนตกลงจัดสรรตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมสองฝ่ายได้ ในกรณีนี้แม้รัฐบาลจะมีเสียงสนับสนุนจากทั้งฝั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แต่อาจไม่มีความแข็งแกร่งในการบริหารราชการแผ่นดินมากนัก เนื่องจากทั้งสองพรรคมีแนวความคิดที่แตกต่างกันหลายด้าน การประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 อาจล่าช้าไม่นาน 3-4 เดือน แต่กรณีนี้มีโอกาสที่จะเกิดการชุมนุมทางการเมืองขนาดใหญ่สูงกว่ากรณีอื่นเนื่องจากอาจขัดกับหลักการที่พรรคการเมืองสื่อสารหาเสียงไว้ หรือขัดกับหลักการที่ประชาชนกลุ่มฐานเสียงแต่ละฝ่ายต่างยึดมั่น ในภาพรวมกรณีนี้มีโอกาสเกิดปานกลาง แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน ขึ้นกับความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลและการตอบรับของประชาชน

กรณีที่ 3 : รัฐบาลอนุรักษ์นิยมเสียงข้างน้อย ฝ่ายเสรีนิยมได้เสียงข้างมากจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สูงกว่า 250 เสียง) ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมและพรรคการเมืองที่ไม่ได้แสดงจุดยืนชัดเจนไว้แต่ยินดีจะเข้าร่วมด้วย รวมตัวกันได้เสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึง 250 เสียง แต่เมื่อรวมกับเสียงจากสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมาก ส่งผลให้มีคะแนนเสียงรวมเกิน 375 เสียง ทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ในกรณีนี้รัฐบาลจะมีความเปราะบางสูง และมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ลบหลายเรื่อง เช่น การประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ล่าช้าเกิน 3-4 เดือน หรือไม่สามารถออกใช้ได้ ความเสี่ยงต้องจัดการเลือกตั้งใหม่สูง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีความเสี่ยงถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทั้ง กรณีนี้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ อาจประวิงเวลาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายอื่นเข้าร่วมกับฝ่ายตน จนฝ่ายอนุรักษ์นิยมสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งจะทำให้ไทยมีรัฐบาลรักษาการนานเกินควร นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเกิดการชุมนุมทางการเมืองขนาดใหญ่ ในภาพรวมกรณีนี้มีโอกาสเกิดปานกลางและจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจไทยสูงที่สุด

กรณีที่ 4 : ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจัดตั้งรัฐบาล ฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้เสียงข้างมากจากทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สูงกว่า 250 เสียง) และสมาชิกวุฒิสภา (รวมมีคะแนนเสียงเกิน 375 เสียง) จึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีความแข็งแกร่งในการบริหารราชการแผ่นดินสูงจากเสียงสนับสนุนจากทั้งฝั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทำให้การประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ล่าช้าเพียง 3-4 เดือน แต่มีโอกาสเกิดการชุมนุมทางการเมืองขนาดเล็ก ในภาพรวมกรณีนี้มีโอกาสเกิดน้อยและจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย

กรณีที่ 5 : นายกรัฐมนตรีนอกบัญชีรายชื่อ ฝ่ายเสรีนิยมได้เสียงข้างมากจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เกิน 250 เสียง) แต่ยังไม่เพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ (ต่ำกว่า 375 เสียง) ฝ่ายเสรีนิยมบางส่วนจึงร่วมมือกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางส่วน ซึ่งคล้ายกับกรณีที่ 4 แต่ไม่สามารถตกลงจัดสรรตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้อย่างลงตัว ทำให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ รัฐบาลรักษาการจึงต้องบริหารราชการแผ่นดินเป็นเวลานานเกินควรและจำเป็นต้องเลือกบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอมาเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ส่งผลให้รัฐบาลใหม่มีความเปราะบางสูง และการประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 อาจล่าช้าเกิน 3-4 เดือนไปมาก ในภาพรวมกรณีนี้มีโอกาสเกิดน้อยและจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทย

โดยสรุปการเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในปี 2023 จะไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจไทยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2023 อีกทั้ง เศรษฐกิจไทยจะยังได้รับแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินหาเสียงในช่วงก่อนการเลือกตั้งแต่ผลกระทบด้านลบจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 เนื่องจากมีความล่าช้าในการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2024 ขณะที่ผลกระทบด้านบวกต่อเศรษฐกิจยังมีไม่มากนัก

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการจัดทำงบประมาณปี 2024 โดย SCB EIC ประเมินว่าไม่มีฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาลที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงเกิน 50% แตกต่างจากบริบทการเลือกตั้งในปี 2019 ที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้สูงอย่างชัดเจน เนื่องจากได้รับคะแนนความนิยมจากประชาชนสูง อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาอย่างท่วมท้น สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่า ฉากทัศน์กรณีฝ่ายเสรีนิยมจัดตั้งรัฐบาล กรณีรัฐบาลผสมสองฝ่าย และกรณีรัฐบาลอนุรักษ์นิยมเสียงข้างน้อย ทั้ง 3 ฉากทัศน์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นในระดับปานกลางใกล้เคียงกันมาก สำหรับอีก 2 ฉากทัศน์กรณีฝ่ายอนุรักษ์นิยมจัดตั้งรัฐบาล และกรณีนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีรายชื่อมีโอกาสเกิดขึ้นอยู่บ้าง

นอกจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการยุบสภา การเลือกตั้ง และการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลตามที่วิเคราะห์ข้างต้นแล้ว นโยบายที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้นำเสนอไว้ก่อนการเลือกตั้งนับว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาระการคลัง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนโยบายมหภาคที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดย SCB EIC จะเผยแพร่บทวิเคราะห์ตอนต่อไปหลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น

60

SHARES
Share on Facebook
Post on X
Follow us
  • LINEแชร์เลย!
Tags: SCB EIC การเลือกตั้ง ปฏิทินการเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่

Continue Reading

Previous: SME D Bank ลงพื้นที่ จ.สกลนครเยี่ยมชมกิจการลูกค้ารับประโยชน์
Next: นิด้าโพล พิธา มาแรง แซง อุ๊งอิ๊งค์ ขึ้นอันดับ 1

ข่าวอื่นๆ ที่น่าอ่าน

อาหาร สส จาก เท่าพิภพ สู่ หมอทศ ถึง “หมอวรงค์” ย้อนปมตัดค่าอาหาร สส. 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS
  • SPECIAL REPORT

จาก เท่าพิภพ สู่ หมอทศ ถึง “หมอวรงค์” ย้อนปมตัดค่าอาหาร สส.

20/03/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์ 1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์

20/03/2026
สรุปสถานการณ์น้ำ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 20 มี.ค. 69 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 20 มี.ค. 69

20/03/2026
ดวงประจำวัน ดวงประจำวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2569 1 min read
  • ดวงประจำวัน
  • HOT NEWS

ดวงประจำวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2569

20/03/2026
สรุปข่าวประจำวันที่ 20 มีนาคม 2569 สรุปข่าวประจำวันที่ 20 มีนาคม 2569 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปข่าวประจำวันที่ 20 มีนาคม 2569

20/03/2026
ราคาทอง ราคาทองคำวันนี้ (19 มี.ค. 69) เปลี่ยนแปลงทั้งหมด 56 ครั้ง ราคาทองปรับลง 3,600 บาท 1 min read
  • NEWS FOCUS
  • HOT NEWS

ราคาทองคำวันนี้ (19 มี.ค. 69) เปลี่ยนแปลงทั้งหมด 56 ครั้ง ราคาทองปรับลง 3,600 บาท

19/03/2026
20260319145253_7797 อนุทิน ยัน ไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ไม่มีปัญหาสำรองน้ำมัน 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

อนุทิน ยัน ไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ไม่มีปัญหาสำรองน้ำมัน

19/03/2026
653706032_1446072074220488_1462612604195652638_n มติสภา 293 ต่อ 119 โหวตอนุทิน เป็นนายกฯสมัย 2 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

มติสภา 293 ต่อ 119 โหวตอนุทิน เป็นนายกฯสมัย 2

19/03/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์ 1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์

19/03/2026
สรุปสถานการณ์น้ำ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 19 มี.ค. 69 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 19 มี.ค. 69

19/03/2026
ดวงประจำวัน ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2569 1 min read
  • ดวงประจำวัน
  • HOT NEWS

ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2569

19/03/2026
สรุปข่าวประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569 สรุปข่าวประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS

สรุปข่าวประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569

19/03/2026

China News

รถไฟความเร็วสูงของจีน วิ่งทดสอบความเร็ว 453 กม./ชม. รถไฟความเร็วสูงของจีน วิ่งทดสอบความเร็ว 453 กม./ชม. 1 min read
  • CHINA NEWS
  • HOT NEWS

รถไฟความเร็วสูงของจีน วิ่งทดสอบความเร็ว 453 กม./ชม.

21/10/2025
LINEแชร์เลย! รถไฟหัวกระสุนที่เร็วที่สุดในโลก CR450 เริ่มการทดลองใช้งานก่อนเปิดให้บริการบนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงของจีน โดยสามารถทำความเร็วได้สูงสุดต่อขบวนถึง 453 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หนังสือพิมพ์ไซแอนซ์แอนด์เทคโนโลยีเดลี (Science... อ่านต่อ

Start Up

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต 457C5A49-7DCB-4EA0-ACF5-B856D1843534 1 min read
  • HOT NEWS
  • START UP

ธพว. เคียงข้าง ‘เสียงเกษมโซล่าเซลล์’ พาถึงแหล่งทุน หนุนกิจการเติบโต

01/09/2022
LINEแชร์เลย! “ขอบคุณ ธพว. ที่สนับสนุน “เสียงเกษมโซล่าเซลล์” พาเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่องกิจการ ควบคู่กับการให้คำปรึกษา แนะนำธุรกิจ... อ่านต่อ

Money Movement

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์

20/03/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์

19/03/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

18/03/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

17/03/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารไทยพาณิชย์
1 min read
  • MONEY MOVEMENT
  • HOT NEWS

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์

16/03/2026
ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์

Energy Force

น้ำมันพุ่ง! ดีเซลขึ้น 50 สตางค์ เบนซินและแก๊สโซฮอล์ขึ้น 1 บาทต่อลิตร มีผล 18 มี.ค.นี้ น้ำมันพุ่ง! ดีเซลขึ้น 50 สตางค์ เบนซินและแก๊สโซฮอล์ขึ้น 1 บาทต่อลิตร มีผล 18 มี.ค.นี้ 1 min read
  • ENERGY FORCE
  • HOT NEWS

น้ำมันพุ่ง! ดีเซลขึ้น 50 สตางค์ เบนซินและแก๊สโซฮอล์ขึ้น 1 บาทต่อลิตร มีผล 18 มี.ค.นี้

17/03/2026
LINEแชร์เลย! ราคาน้ำมันปรับขึ้น ดีเซลขึ้น 50 สตางค์ เบนซินขึ้น 1 บาทต่อลิตร PTT... อ่านต่อ

Politics

อาหาร สส จาก เท่าพิภพ สู่ หมอทศ ถึง “หมอวรงค์” ย้อนปมตัดค่าอาหาร สส. 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS
  • SPECIAL REPORT

จาก เท่าพิภพ สู่ หมอทศ ถึง “หมอวรงค์” ย้อนปมตัดค่าอาหาร สส.

20/03/2026
20260319145253_7797 อนุทิน ยัน ไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ไม่มีปัญหาสำรองน้ำมัน 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

อนุทิน ยัน ไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ไม่มีปัญหาสำรองน้ำมัน

19/03/2026
653706032_1446072074220488_1462612604195652638_n มติสภา 293 ต่อ 119 โหวตอนุทิน เป็นนายกฯสมัย 2 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS

มติสภา 293 ต่อ 119 โหวตอนุทิน เป็นนายกฯสมัย 2

19/03/2026

ประเด็นข่าว

EXIM BANK KBANK scb SME D Bank กรมชลประทาน กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงไทย กสิกรไทย กอนช. ข่าวเด่น ข่าวดัง คปภ. ครม. ค่าเงินบาท ดวงประจำวัน ตลาดหุ้น ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ธอส. นายฉัตรชัย ศิริไล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ บก.ชวนคุย บางจาก ปตท. ประเมินค่าเงินบาท พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาล ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน สถานการณ์น้ำ สรุปข่าวประจำวัน สรุปสถานการณ์น้ำ สิงคโปร์ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม เศรษฐกิจไทย เศรษฐา ทวีสิน แพทองธาร ชินวัตร โควิด-19 ไทยพาณิชย์

Business Movement

BAM เปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ต่อโอกาสคนไทยมีบ้าน ขยายเพดานราคา 5 ล้านบาท BAM เปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ต่อโอกาสคนไทยมีบ้าน ขยายเพดานราคา 5 ล้านบาท 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

BAM เปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ต่อโอกาสคนไทยมีบ้าน ขยายเพดานราคา 5 ล้านบาท

17/03/2026
ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เปิด Co-working Space โฉมใหม่ ดัน “หลักสี่” สู่ฮับทำงานใกล้บ้าน ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เปิด Co-working Space โฉมใหม่ ดัน “หลักสี่” สู่ฮับทำงานใกล้บ้าน 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เปิด Co-working Space โฉมใหม่ ดัน “หลักสี่” สู่ฮับทำงานใกล้บ้าน

11/03/2026
BAM เปิดเกมรุกปี 69 ชูกลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” ดันผลเรียกเก็บแตะ 17,900 ล้านบาท  BAM เปิดเกมรุกปี 69 ชูกลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” ดันผลเรียกเก็บแตะ 17,900 ล้านบาท  1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

BAM เปิดเกมรุกปี 69 ชูกลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” ดันผลเรียกเก็บแตะ 17,900 ล้านบาท 

04/03/2026
บีโอไอ พบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดันLocal Content บีโอไอ พบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content 1 min read
  • BUSINESS MOVEMENT

บีโอไอ พบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content

02/03/2026

Recommend

เริ่มแล้ววันนี้! “ฝากบ้านกับตำรวจ 4.0” อุ่นใจรับปีใหม่ 69 เดินทางไกล บ้านปลอดภัย เริ่มแล้ววันนี้! “ฝากบ้านกับตำรวจ 4.0” อุ่นใจรับปีใหม่ 69 เดินทางไกล บ้านปลอดภัย 1 min read
  • POLITICS
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

เริ่มแล้ววันนี้! “ฝากบ้านกับตำรวจ 4.0” อุ่นใจรับปีใหม่ 69 เดินทางไกล บ้านปลอดภัย

22/12/2025
เริ่มแล้ว! กฎหมายใหม่ลาคลอดยาว 4 เดือน เริ่มแล้ว! กฎหมายใหม่ลาคลอดยาว 4 เดือน 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

เริ่มแล้ว! กฎหมายใหม่ลาคลอดยาว 4 เดือน

07/12/2025
ครม.ไฟเขียว ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ลาว-เมียนมา-เวียดนาม ครม.ไฟเขียว ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ลาว-เมียนมา-เวียดนาม 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

ครม.ไฟเขียว ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ลาว-เมียนมา-เวียดนาม

02/12/2025
ครม.ไฟเขียวงบ 800 ล้าน พัฒนา "คนละครึ่ง พลัส" ต่อร้านค้า ลุยดิจิทัล ครม.ไฟเขียวงบ 800 ล้าน พัฒนา “คนละครึ่ง พลัส” ต่อ ร้านค้าลุยดิจิทัล 1 min read
  • NATIONAL
  • HOT NEWS
  • RECOMMEND

ครม.ไฟเขียวงบ 800 ล้าน พัฒนา “คนละครึ่ง พลัส” ต่อ ร้านค้าลุยดิจิทัล

18/11/2025

Photo Stories

BAM ขนทรัพย์กว่า 21,000 รายการ ร่วมออกบูธงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49” BAM ขนทรัพย์กว่า 21,000 รายการ ร่วมออกบูธงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49” 1 min read
  • PHOTO STORIES

BAM ขนทรัพย์กว่า 21,000 รายการ ร่วมออกบูธงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49”

20/03/2026
เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 4 รางวัลใหญ่ เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 4 รางวัลใหญ่ 1 min read
  • PHOTO STORIES

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 4 รางวัลใหญ่

18/03/2026
ออร์บิกซ์ กรุ๊ปส์ ยกระดับอุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยีบล็อกเชนไทยสู่สากล ออร์บิกซ์ กรุ๊ปส์ ยกระดับอุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยีบล็อกเชนไทยสู่สากล 1 min read
  • PHOTO STORIES

ออร์บิกซ์ กรุ๊ปส์ ยกระดับอุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยีบล็อกเชนไทยสู่สากล

18/03/2026
เมืองไทยประกันชีวิต ขึ้นแท่น Official Insurance Partner การแข่งขันฟิตเนสระดับโลก เมืองไทยประกันชีวิต ขึ้นแท่น Official Insurance Partner การแข่งขันฟิตเนสระดับโลก 1 min read
  • PHOTO STORIES

เมืองไทยประกันชีวิต ขึ้นแท่น Official Insurance Partner การแข่งขันฟิตเนสระดับโลก

17/03/2026
กรุงเทพประกันชีวิต พานักขายรุ่นใหม่ลัดฟ้าดูงาน นิปปอนไลฟ์ ประเทศญี่ปุ่น กรุงเทพประกันชีวิต พานักขายรุ่นใหม่ลัดฟ้าดูงาน นิปปอนไลฟ์ ประเทศญี่ปุ่น 1 min read
  • PHOTO STORIES

กรุงเทพประกันชีวิต พานักขายรุ่นใหม่ลัดฟ้าดูงาน นิปปอนไลฟ์ ประเทศญี่ปุ่น

17/03/2026
เมืองไทยประกันชีวิต เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์ให้แก่สำนักงานเขตห้วยขวาง 1 min read
  • PHOTO STORIES

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์ให้แก่สำนักงานเขตห้วยขวาง

17/03/2026
BAM สนับสนุนมูลนิธิสายเด็ก เดินหน้าสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน BAM สนับสนุนมูลนิธิสายเด็ก เดินหน้าสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน 1 min read
  • PHOTO STORIES

BAM สนับสนุนมูลนิธิสายเด็ก เดินหน้าสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน

13/03/2026
กบข. รับรางวัล 2025 Outperforming Enterprises กบข. รับรางวัล 2025 Outperforming Enterprises 1 min read
  • PHOTO STORIES

กบข. รับรางวัล 2025 Outperforming Enterprises

12/03/2026
“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงาน “โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569” “ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงาน “โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569” 1 min read
  • PHOTO STORIES

“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงาน “โครงการหลวง สินค้าคุณภาพ สู่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า 2569”

12/03/2026
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร-LINE MAN Wongnai-FlowAccount-Skooldio ทีทีบี ผนึกพันธมิตร-LINE MAN Wongnai-FlowAccount-Skooldio 1 min read
  • PHOTO STORIES

ทีทีบี ผนึกพันธมิตร-LINE MAN Wongnai-FlowAccount-Skooldio

12/03/2026
BAM มอบเงินสนับสนุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตคนพิการ BAM มอบเงินสนับสนุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตคนพิการ 1 min read
  • PHOTO STORIES

BAM มอบเงินสนับสนุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตคนพิการ

12/03/2026
ธ.ก.ส. มอบเสื้อพิธีการ BAAC ในการแข่งขันกีฬารัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 48 ธ.ก.ส. มอบเสื้อพิธีการ BAAC ในการแข่งขันกีฬารัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 48 1 min read
  • PHOTO STORIES

ธ.ก.ส. มอบเสื้อพิธีการ BAAC ในการแข่งขันกีฬารัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 48

06/03/2026
บสย. หารือ เสนาฯ กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ มุ่งช่วย SMEs ที่ต้องการซื้ออาคารพาณิชย์ บสย. หารือ เสนาฯ กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ มุ่งช่วย SMEs ที่ต้องการซื้ออาคารพาณิชย์ 1 min read
  • PHOTO STORIES

บสย. หารือ เสนาฯ กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ มุ่งช่วย SMEs ที่ต้องการซื้ออาคารพาณิชย์

06/03/2026
เมืองไทยประกันชีวิต เมืองไทยประกันชีวิต ได้รับการยืนยันคงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘A-’ จาก Fitch Ratings 1 min read
  • PHOTO STORIES

เมืองไทยประกันชีวิต ได้รับการยืนยันคงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘A-’ จาก Fitch Ratings

06/03/2026
KCLIMATE 1.5 จับมือ มิชลิน เดินหน้าโครงการ “Sustainable Fleet” KCLIMATE 1.5 จับมือ มิชลิน เดินหน้าโครงการ “Sustainable Fleet” 1 min read
  • PHOTO STORIES

KCLIMATE 1.5 จับมือ มิชลิน เดินหน้าโครงการ “Sustainable Fleet”

06/03/2026

บก.ชวนคุย

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568 1 min read
  • HOT NEWS
  • EDITOR TALK

บก.ชวนคุย วันที่ 25 ก.พ.2568

25/02/2025
LINEแชร์เลย! บก.ชวนคุย เรื่องที่ 4,391 แอพเงินกู้แหล่งทุนยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความท้าทายทางการงาน การเงิน คนไทยมากกว่า... อ่านต่อ

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ รายได้สูง !!!

  • Facebook
  • Twitter
สงวนลิขสิทธิ์ © 2560 เว็บไซต์ AEC10NEWS.COM