“เชียงราย” มรดกแห่งล้านนา สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

วันก่อนมีข่าวดีจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งมาบอกว่า เป็นที่น่ายินดีหลังจาก “จังหวัดเชียงราย” ได้รับไฟเขียวจากคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ประกาศให้เป็นอีกหนึ่ง “พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” เตรียมพร้อมสู่การพัฒนาท่องเที่ยวสร้างสรรค์ หรือ Creative สีสันแห่งล้านนา

หากใครเคยติดตามความคืบหน้าของการปั้นเมืองเชียงรายสู่ เมืองครีเอทีฟ คงตื่นเต้นไม่หาย เพราะกว่าจะผ่าด่านหินสารพัดจนสามารถผลักดันจนเกิดการประกาศให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวนั้น เรียกว่าเลือกตาแทบกระเด็น ซึ่งแน่นอนว่าการยกระดับขึ้นครั้งนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในบันไดก้าวแรกที่สำคัญ ของการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวให้กลับมา และดึงศักยภาพของเชียงราย ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของเส้นทางการค้าที่สำคัญของโลกในยุคโบราณให้กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง
ข้อมูลของ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. แม่งานในเรื่องนี้ และจะเป็นผู้ผลักดันความเชื่อมโยง และการพัฒนาของเชียงรายให้เป็นหนึ่งในพื้นที่พิเศษฯ ภายใต้การกำกับดูแล แสดงรายละเอียดไว้น่าสนใจ จึงขอหยิบยกเอามาฝากกัน
สำหรับศักยภาพและความเหมาะสมในการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของเชียงรายนั้น มีความสำคัญ และมีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องมากมายหลายขนาน ในด้านแรก คือ คุณค่าและความโดดเด่นของทรัพยากรท่องเที่ยว แยกเป็นด้านต่าง ๆ นั่นคือ
คุณค่าทางธรรมชาติ
จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและที่สูงสลับซับซ้อน ภูมิอากาศหนาวเย็น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ มีพื้นที่อนุรักษ์ที่ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ 7 แห่ง (รวมระหว่างเตรียมการ 3 แห่ง) วนอุทยาน 15 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 4 แห่ง และสวนรุกขชาติ 2 แห่ง

จังหวัดเชียงรายมีแหล่งธรณีวิทยาที่มีความโดดเด่นถึง 4 แห่ง ประกอบด้วย ภูชี้ฟ้า ผาตั้ง ช่องเขาขาด และผาบ่อง (หรือประตูแห่งสยาม) มีแหล่งน้ำพุร้อน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมมชาติที่หาดูได้ยาก 7แห่ง คือ น้ำพุร้อนห้วยทรายขาว น้ำพุร้อนสบโป่ง น้ำพุร้อนผาเสริฐ น้ำพุร้อนห้วยหมากเลยมี่ น้ำพุร้อนโป่งพระบาท น้ำพุร้อนป่าตึง และน้ำพุร้อนทุ่งเทวี

อีกทั้งจังหวัดเชียงราย มีแม่น้ำลำธารที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญ รวม 8 สาย คือ แม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำอิง แม่น้ำคำ แม่น้ำลาว แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำจัน มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ในทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ “แรมซาร์ไซต์” คือ พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างสูงต่อระบบน้ำของลุ่มน้ำ มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ คือ พื้นที่แอ่งเชียงแสน และพื้นที่ชุ่มน้ำที่ที่มีความสำคัญระดับชาติ 3 แห่ง คือ หนองหลวง หนองฮ่าง และแม่น้ำกก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งธรรมชาติที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกอีก 10 แห่ง และถ้ำอีก 18 แห่ง
คุณค่าทางประวัติศาสตร์

เชียงราย เป็นดินแดนที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรล้านนา จึงเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางโบราณคดีและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ดังปรากฏในตำนานพื้นเมือง คัมภีร์ใบลาน ตัวหนังสืออักษรธรรมล้านนา พงศาวดาร และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยุคต่าง ๆ

ทั้งนี้ตลอดพัฒนาการของเชียงรายจะเกี่ยวพันกับอาณาจักรโบราณต่าง ๆ ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งของจังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน สืบทอดการเรียนรู้ผ่านเมืองโบราณคดีที่สำคัญ เช่น “เมืองเชียงแสน” และเมืองโบราณที่มีคุณค่าและความสำคัญในประวัติศาสตร์ ได้แก่ เมืองโบราณเวียงกาหลง เมืองโบราณดงเวียงแก่น เวียงหนองหล่ม เมืองเชียงราย เมืองเชียงของ และเวียงพางคํา
คุณค่าทางวัฒนธรรม

จังหวัดเชียงราย เกิดจากการมีวัฒนธรรมดั้งเดิม สืบทอดต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน พลเมืองที่ย้ายถิ่นฐานมาจากที่ต่างๆ และมีการติดต่อสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงทำให้วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ที่ปรากฏสืบทอดกันมาเป็นลักษณะผสมผสาน กลมกลืนหรือประยุกต์ขึ้นใหม่ วัฒนธรรมทางภาษาที่ใช้สื่อสารกันทั่วไป คือ ภาษาคำเมือง อาคารวัดวาอาราม จะเป็นลักษณะผสมผสานระหว่างพม่ากับลาวเวียงจันทน์มาเป็นศิลปะล้านนา
แต่ที่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดเชียงราย คือ วัฒนธรรมเชียงแสน โดยเฉพาะในเชิงช่างสกุลเชียงแสน เช่น ศิลปของพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หนึ่ง สิงห์สอง และสิงห์สาม ที่มีรูปแบบเฉพาะ ประเพณีของท้องถิ่นที่สำคัญ คือ ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีรดน้ำดำหัว ประเพณีสืบชะตา ประเพณีตานก๋วยสลาก ประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) ประเพณีนมัสการพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง ประเพณีเป็งพุธ พิธีตานหาแม่ฟ้าหลวง
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงรายมีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 30 ชนเผ่า ทั้งชาวไทยพื้นราบ ชายไทยภูเขา ซึ่งมีศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ ทำให้จังหวัดเชียงรายมีกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลายประเภท โดยมีย่านที่สืบทอดทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ได้แก่ เมืองเก่าเชียงราย ที่มีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานมายาวนาน
โดยมีโบราณสถาน อาคาร และสถานที่สำคัญจำนวนมาก ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเมืองเก่าที่มีลักษณะตั้งเกาะกลุ่มเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ในจังหวัดเชียงรายยังมีย่านชุมชนเก่าถึง 19 ชุมชน และเป็นจังหวัดที่มีงานประเพณี และเทศกาล ที่สืบทอดความเป็นล้านนาและชาติพันธุ์ทั้ง 12 เดือน นอกจากนี้จังหวัดเชียงรายยังเป็นเมืองแห่งศิลปะ บ้านศิลปิน โดยเชียงรายเป็นบ้านของศิลปินมากกว่า 300 ชีวิต และมีแหล่งจัดแสดงงานศิลปะมากมายนับ 100 แห่งทั่วทั้งจังหวัด

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ตามแผนพัฒนาภาคเหนือในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 มีเป้าหมายพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในด้านการท่องเที่ยว มุ่งยกระดับการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่ม ใช้ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์
สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570) ที่กำหนดวิสัยทัศน์ ไว้ว่า “เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนของอาเซียน”
โดยจังหวัดเชียงราย อยู่ในตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาทางการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคเชื่อมโยงกับอาเซียน สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางบก ทางน้ำ ทางอากาศกับประเทศในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ตอบรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (The Greater Mekong Subregion: GMS)
จากข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวในปี 2563 พบว่า จังหวัดเชียงราย มีจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนทั้งสิ้น 2.17 ล้านคน มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน 1.49 หมื่นล้านบาท

ดั้งนั้นเมื่อมีการประกาศให้เป็นหนึ่งในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เชื่อว่าสปอร์ตไลท์คงส่องไปที่เชียงรายอีกครั้ง กับเมืองมรดกแห่งล้านที่กำลังจะกลับมามีชีวิตชีวาใหม่อีกครั้งในฐานะของเมืองสร้างสรรค์ ครีเอทีฟ ซิตี้
ขอขอบคุณภาพประกอบเนื้อข่าวจาก : อพท.