‘โยชิฮิเดะ สึกะ’ เป็นนายกฯญี่ปุ่นคนใหม่

โตเกียว – เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายโยชิฮิเดะ สึกะ ชนะจากเสียงโหวตจากส.ส.ส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นในรอบเกือบ 8 ปี
โดยเขาระบุว่า พร้อมที่จะทำงานกับคณะรัฐมนตรีที่คาดการณ์ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนเดิมประมาณครึ่งหนึ่งของคณะรัฐมนตรีของอดีตนายกฯชินโซ อาเบะ
นายสึกะ วัย 71 ปี ซึ่งเป็นมือขวาของอดีตนายกฯอาเบะมานาน ให้คำมั่นว่าจะดำเนินตามนโยบายเดิมของอาเบะ รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจ ‘อาเบะโนมิกส์’ และเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้าง รวมถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบและการปรับปรุงระบบราชการ
อาเบะ อดีตนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น ขอลาออกเพราะมีปัญหาสุขภาพ หลังจากปฏิบัติหน้าที่เกือบ 8 ปี โดยสึกะเป็นผู้ช่วยอาเบะในตำแหน่งหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
โดยนายสึกะชนะการโหวตจากส.ส.ด้วยคะแนน 314 เสียงจากส.ส.462 คนในสภา
อย่างไรก็ตาม สึกะ ซึ่งได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือพรรค LDP ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายในวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย ทั้งการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่น
สื่อในประเทศรายงานว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเป็นรัฐมนตรีชุดเดิมของอาเบะ ซึ่งจะทำให้คณะรัฐมนตรีใหม่มีผู้หญิงเพียงสองคน และอายุเฉลี่ยของบรรดารัฐมนตรี รวมทั้งสึกะ อยู่ที่ 60 ปี
ในบรรดาผู้ที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะยังรั้งตำแหน่งเดิมในคณะรัฐมนตรีใหม่คือนายทาโร อาโสะ รมว.กระทรวงการคลังและ นายโทชิมิตสึ โมเทกิ รมว.กระทรวงต่างประเทศ
ขณะที่นายยาสุโทชิ นิชิมูระ คีย์แมนคนสำคัญของอาเบะในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 จะยังคงเป็นรมว.เศรษฐกิจต่อไป รวมถึงนายฮิโรชิ คาจิยามะ ซึ่งเป็นรมว.การค้าและอุตสาหกรรม
“สึกะจะดำเนินตามนโยบายเศรษฐกิจของอาเบะ และจะไม่มีผลกระทบระยะสั้นกับตลาดหุ้น” เคนสุเกะ นีฮาระ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุนของ State Street Global Adviser Japan ให้ความเห็น
“ ในระยะยาว หากมีการเดินหน้าปรับโครงสร้างและผ่อนคลายกฎ จะส่งผลทำให้นักลงทุนพอใจและจะเป็นเซอร์ไพรส์ในแง่บวก”
ก่อนหน้านี้ สึกะเคยกล่าววิจารณ์ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ คือ NTT Docomo , KDDI และ SoftBank ว่า ควรคืนเงินกลับมาให้ประชาชน และมีการแข่งขันมากกว่านี้
โดยเขายังเคยระบุว่า ในที่สุด ญี่ปุ่นจะปรับขึ้น VAT เป็น 10% เพื่อช่วยงบประมาณในส่วนประกันสังคม แต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้