เลือกตั้งไม่โมฆะ บัตรบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่ขัด รธน.
เลือกตั้งไม่โมฆะ ศาล รธน.ชี้ บัตรบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่ขัด รธน.
วันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่าการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ที่กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งน่าเชื่อว่าทำให้การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเฉพาะหลักเลือกตั้งโดยลับ ตามมาตรา 83 วรรคสอง ซึ่งรับรองหลักการดังกล่าว
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อยู่ในสถานที่ราชการ จึงฟังได้ว่า การจัดเก็บเอกสารมีความปลอดภัยเพียงพอ และผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. จังหวัดไม่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าบุคคลทั่วไปสามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สแกนบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ซึ่งสแกนแล้วจะปรากฏหมายเลขบัตรซึ่งตรงกับหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว อย่างไรก็ตาม การที่บุคคลภายนอกจะจับคู่ข้อมูลเอกสาร 3 อย่างได้ มีทางเดียวคือ จะต้องกระทำการร่วมกับ กปน. หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด จึงจะเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีความผิด ประกอบกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของบัตร ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีการแยกกันจัดเก็บ บุคคลภายนอกเข้าถึงได้ยาก จึงยังฟังไม่ได้ว่าบุคคลภายนอกจะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้

ศาลรัฐธรรมนูญยังกล่าวถึงหลักการสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 5 ประการ อาทิ หลักการเลือกตั้งโดยตรง หลักการเลือกตั้งโดยลับ สำหรับหลักการเลือกตั้งโดยลับ (Secret Election) เป็นการคุ้มครองเอกสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้เจตจำนงในการเลือกผู้แทน อันอาจส่งผลต่อการตัดสินใจโดยอิสระและเพื่อป้องกันการใช้อิทธิพลของผู้อื่นต่อการลงคะแนนเสียง เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะรู้การตัดสินใจของตน เพื่อคุ้มครองไม่ให้ตกอยู่ในอิทธิพลการซื้อเสียง หรือการแทรกแซงของบุคคลอื่น คุ้มครองความเป็นระเบียบเรียบร้อยและประโยชน์ในการลงคะแนนเสียงของบุคคลอื่นๆ เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้เปิดเผยการลงคะแนนเสียงของตนเอง และเรียกร้องให้รัฐต้องคุ้มครองหลักการเลือกตั้งโดยลับ
สำหรับมาตรการป้องกันการเข้าถึงเอกสารที่ทำให้เกิดการนำข้อมูลบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาเชื่อมโยงกันแล้วจะทำให้ทราบข้อมูลได้ บุคคลหรือหน่วยงานรัฐไม่สามารถนำข้อมูลมาเชื่อมโยงได้ตามอำเภอใจเพราะมีมาตรการทางกฎหมายควบคุม ทั้งนี้หีบบัตรต่างๆ ก็มีกลไกในการจัดเก็บรักษา มีการรัดสายเคเบิล จากการที่ศาลไปเดินเผชิญสืบ โดยแจ้งให้ผู้ถูกร้อง กล่าวคือ กกต. ทราบล่วงหน้าเพียง 1 วัน พบว่าการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่งเป็นมาตรการที่มีความชัดเจนแน่นอน มีรายละเอียดรัดกุมเพียงพอที่จะป้องกันการเข้าถึงบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งจากบุคคลภายนอกและจากเจ้าหน้าที่ กกต. ที่จะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวตามอำเภอใจ มีหลักประกันคุ้มครองความลับในการออกเสียงลงคะแนน
ฉะนั้น การกำหนดให้มีมาตรการอื่นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการทุจริตเลือกตั้งหรือปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง ยังไม่อาจถือเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอให้การใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการที่เกินสมควรแก่เหตุ เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างการใช้บาร์โค้ดกับหลักเลือกตั้งโดยลับ เห็นได้ว่าระบบบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งโดยรวม การใช้บาร์โค้ดเป็นไปเพื่อให้มีข้อมูลตรวจสอบบัตรเลือกตั้งไม่ใช่เพื่อให้ทราบว่าบุคคลเลือกผู้ใด การที่จะทราบว่าบุคคลหนึ่งเลือกผู้สมัครใดจำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลโดยอาศัยเอกสาร 3 ส่วน คือ ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องนำสืบ และพยานหลักฐานจากการไต่สวน ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดนำข้อมูลทั้ง 3 ส่วนไปสืบจนทราบว่าบุคคลหนึ่งๆ ลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองรายใด
ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง จึงยังไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าการกระทำของ กกต. ผู้ถูกร้อง ที่กำหนดให้มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหรือทำให้หลักการเลือกตั้งโดยลับเสียไป ไม่เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญอันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

