“เชาว์ มีขวด” ประกาศ พร้อมเป็นทนายให้ทั่วประเทศ ใครถูก‘ภูมิใจไทย’ฟ้อง
เชาว์ มีขวด ประกาศ พร้อมเป็นทนายให้ทั่วประเทศ ใครถูก‘ภูมิใจไทย’ฟ้อง เพราะทวงคืนเขากระโดง
(11 มิ.ย.69) นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นกรณี นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ประกาศกร้าวจะดำเนินคดีกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ดินเขากระโดง โดยอ้างว่าทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหายนั้น ในทางการเมือง นี่คือการตอกย้ำให้สังคมเห็นถึงสายสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันอย่างแยกไม่ออก ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับตระกูลชิดชอบ
นายเชาว์ กล่าวว่า ส่วนในทางกฎหมาย การที่นายศุภชัยอ้างว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ชนะคดีผู้บุกรุก 35 ราย ไม่มีผลผูกพันกับผู้ถือครองโฉนดที่ดินอีก 995 แปลง ซึ่งรวมถึงที่ดินของตระกูลชิดชอบ ถือเป็นการ “บิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายอย่างจงใจ” เพราะนอกจากคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ยังมีคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ซึ่งถึงที่สุดแล้ว วางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดแจ้งว่า ที่ดินเขากระโดงเนื้อที่ 5,083 ไร่เศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. ตาม พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟแลทางหลวง ร.ศ. 139 หรือ พ.ศ. 2464 ที่ดินบริเวณนี้จึงไม่อาจนำไปออกเอกสารสิทธิให้บุคคลใดได้อีก และที่สำคัญ ศาลปกครองได้ชี้ขาดว่า อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่ง “เพิกถอน” โฉนดที่ออกโดยมิชอบได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเตะถ่วงให้ รฟท. ต้องไปไล่ฟ้องขับไล่ราษฎรทีละรายต่อศาลแต่อย่างใด
การที่นายศุภชัยใช้สถานะนักกฎหมายข่มขู่ประชาชนและสื่อมวลชนที่ตั้งคำถาม ถือเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการ “ฟ้องปิดปาก” เพื่อสร้างความหวาดกลัว ซึ่งพฤติการณ์เช่นนี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับเจตนารมณ์ของศาลยุติธรรม โดยเฉพาะคำแนะนำล่าสุดของประธานศาลฎีกา ที่ได้เน้นย้ำถึงการป้องกันและสกัดกั้นการดำเนินคดีในลักษณะฟ้องปิดปาก เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการตรวจสอบประเด็นสาธารณะ นายศุภชัยอาจลืมไปว่า พรรคภูมิใจไทยและตระกูลชิดชอบคือ “บุคคลสาธารณะ” ประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะตั้งคำถาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามหลัก “การติชมด้วยความเป็นธรรม”
“ผมจึงขอประกาศจุดยืนว่า หากประชาชนหรือสื่อมวลชนท่านใดออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ทวงคืนที่ดินเขากระโดงอันเป็นสมบัติของชาติ บนหลักการติชมด้วยความเป็นธรรม แล้วถูกนายศุภชัยหรือตัวแทนพรรคฟ้องร้องเพื่อหวังปิดปาก ผมยินดีที่จะเป็นทนายความว่าความให้ทั่วประเทศ เราจะไม่ยอมให้ใครนำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือปิดปากคนตรวจสอบ และใครที่คิดจะฟ้องคนอื่น ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่า มือสะอาดพอหรือยัง”

