“บิ๊กแจ๊ส” โผล่ขึ้นเวทีปราศรัย พรรคกล้าธรรม ย้ำ“ธรรมนัส“ไม่ทิ้งประชาชน
“บิ๊กแจ๊ส” โพล่ขึ้นเวทีปราศรัย พรรคกล้าธรรม ย้ำ“ธรรมนัส“ช่วยแก้น้ำท่วมปทุมฯ ไม่ทิ้งประชาชน ฝากความหวังไว้กับคนทำงานเป็น ประสานท้องถิ่นได้จริง
(1 ก.พ.69) บริเวณลานตลาดกินซ่า ตรงข้ามศูนย์การค้า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี พรรคพรรคกล้าธรรม จัดเวทีปราศรัยหาเสียงขนาดใหญ่เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ท่ามกลางประชาชนที่ทยอยเดินทางมาร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็น บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พื้นที่โดยรอบแน่นขนัดไปด้วยชาวบ้านจากรังสิต คูคต ลาดหลุมแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียงที่มาปักหลักฟังการปราศรัยจากการสลับขึ้นเวทีของแกนนำพรรคและผู้สมัครเป็นระยะ

โดยช่วงหนึ่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิงจากเวทีของนักการเมืองบางพรรค โดยระบุว่า ตนไม่อยากขึ้นมาพูด แต่หลายคนสอบถามมา ตนจึงขอชี้แจงถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าที่ผ่านมามีความคุ้นเคยและผูกพันกัน แต่เมื่ออยู่บนเวทีการเมืองกลับมีการกล่าวถึงตนแบบนี้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ไม่ถือโทษโกรธเคือง เพียงต้องการอธิบายข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมกล่าวถึงคุณค่าของมิตรภาพและการเมืองที่ควรแข่งขันกันด้วยผลงานมากกว่าคำพูด
ส่วรกรณีที่ เชตวัน เตือประโคน กล่าวพาดพิงตนถึงเรื่องที่ดินของกองทัพอากาศบริเวณสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ระบุว่า แนวคิดการขอใช้พื้นที่บางส่วนเพื่อจัดตั้งศูนย์การแพทย์ปฐมภูมิในย่านคูคต–รังสิต มีการประสานงานและทำเรื่องมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว ก่อนที่คนนั้นจะเป็น สส.ด้วยซ้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลสุขภาพประชาชนในเขตชุมชนหนาแน่น ย้ำว่าเป็นการขอใช้เพียงบางส่วน ไม่ได้มีเจตนาใช้พื้นที่ทั้งหมด พร้อมยกเอกสารและลำดับเหตุการณ์มายืนยันว่าเป็นแนวคิดที่เริ่มต้นในช่วงที่ตนทำงานด้านท้องถิ่นท่ามกลางวิกฤตโควิด-19
ในช่วงสถานการณ์หนักหน่วงที่จังหวัดปทุมธานีเสี่ยงอุทกภัยจากมวลน้ำเหนือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ระบุว่า ท้องถิ่นต้องทำงานแข่งกับเวลา ประสานหลายหน่วยงานเพื่อป้องกันผลกระทบ และคนที่เข้ามาช่วยก็คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงที่สถานการณ์น้ำตึงเครียด ท่านเรียกทุกฝ่าย เข้าหารือและแก้ไขปัญหาร่วมกับทาง กทม. เพื่อเร่งกลไกการบริหารจัดการน้ำ จนสามารถลดผลกระทบในพื้นที่ได้ พร้อมย้ำว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ร.อ.ธรรมนัส ลงมือทำงานจริง ๆ

นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังกล่าวถึงปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ฝุ่นละออง PM2.5 และความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมชี้ว่า ผู้แทนในสภาควรเป็นคนที่เข้าใจปัญหาพื้นที่และสามารถประสานหน่วยงานได้จริง ไม่ใช่เพียงอภิปรายบนเวที พร้อมแนะนำผู้สมัครของพรรคในเขตต่าง ๆ ของปทุมธานีว่าเป็นคนทำงานพื้นที่มายาวนาน และมีบทบาทด้านสังคม ชุมชน และการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต
ช่วงท้ายเวที พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ฝากถึงประชาชนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาจราจร การขยายเมือง และระบบสาธารณสุข ซึ่งต้องอาศัยผู้แทนที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง
จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนเข้ามาทำหน้าที่ นายก อบจ.สมัยแรก เจอโควิด เจอภัย น้ำท่วม น้ำแล้ง เจอปัญหาฝุ่นละออง ที่ผ่านมาไม่มี ส.ส.พรรคใด เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา ในช่วงที่กำลังจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมก็มี ร.อ.ธรรมนัส ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการจรจังหวัดปทุมธานี ผ่านวิกฤติในช่วงนั้นมาได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนจำไม่ลืมและจึงได้ตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคกล้าทำเนื่องจากเห็นถึงการตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาซึ่งไม่ใช่เพียงแค่แก้ไขเท่านั้นการทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส คือมีการวางแผนป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นแล้วค่อยมาเยียวยาให้กับประชาชน
“จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดที่ก้าวกระโดด แต่ก่อนจากปี 2566 ส.ส. มี 7คน พอปี 2566 แต่ในปีนี้ มี 8 คน มีพี่น้องประชาชนเข้ามาอาศัยเพิ่มเยอะมาก และปัญหาต่างๆต้องเตรียมไว้ ซึ่งที่ผ่านมา การทำงานกับ ร.อ.ธรรมนัส จะมาช่วยกันพัฒนาจังหวัดปทุมธานีให้ดีขึ้นได้แน่”


