แบงก์ชาติสกัดเงินสีเทา-คอร์รัปชัน ย้ำลงมือจริงจัง แก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ “Zero Corruption : From Policy to Action” เปิดเผยถึงแนวทางของ ธปท. ในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะเน้นเพียงการพูดหรือการทำ PR ไม่ได้ แต่ต้องเกิดจากการร่วมมือลงมือปฏิบัติจริง
โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ธปท. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ ปัญหาหนี้ครัวเรือน, การเข้าถึงสินเชื่อของ SME, การเข้าถึงระบบการเงินด้วยความเป็นธรรม และปัญหาเงินสีเทาและการคอร์รัปชัน
นายวิทัยระบุถึงสาเหตุที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเงินสีเทาและคอร์รัปชันว่า “ถ้าคิดถึงเรื่องทางเศรษฐศาสตร์ เราจะเห็นว่าเรื่องเงินเทา เรื่องคอร์รัปชันก็ดี ในทางเศรษฐศาสตร์ มันเป็นเรื่องของการสูญหาย หายไปของทรัพยากร มันเป็นทรัพยากรซึ่งไม่ควรจะหายไป มันเป็นงบประมาณซึ่งไม่ควรจะถูกหักออกไป มันเป็นเงินที่ไม่ควรหายออกไปจากระบบ”
พร้อมเน้นย้ำว่า “ทุกอย่างมันใช้เส้นทางทางการเงินครับ มันใช้บริการของสถาบันการเงิน ต้องโอนเข้าบัญชีพนันออนไลน์ เงินคอร์รัปชันต้องถูกถอนออกในรูปเงินสด ถอนไปแล้ว โอนออกไปแล้วก็ต้องแปลงสภาพ”
สำหรับมาตรการที่ ธปท. ได้ดำเนินการลงมือทำทั้งระบบเพื่อสร้าง “คอขวด” และเพิ่มความยากลำบากในการยักย้ายถ่ายเทเงินผิดกฎหมาย มีดังนี้
* ยกระดับการเปิดบัญชีเงินฝาก: ออกเกณฑ์ใหม่ในการเปิดบัญชีที่เข้มงวดขึ้น โดยใช้กระบวนการ CDD (Customer Due Diligence) และ EDD (Enhanced Due Diligence) ทำให้ไม่สามารถขนคนมาเปิดบัญชีพร้อมกันจำนวนมากได้เหมือนในอดีต
* คุมเข้มผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Payment): เตรียมออกประกาศบังคับใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ให้บริการรับชำระเงินไปรับชำระให้กับทุนสีเทาหรือพนันออนไลน์
* จำกัดการถอนเงินสดมูลค่าสูง: ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา การถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท จะต้องทำ Intelligence และตอบให้ได้ว่านำเงินไปใช้ทำอะไร ทำให ยอดการถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท ลดลงกว่า 50% จากเดิมแสนล้านบาทต่อเดือน เหลือประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อเดือน
* กำหนดนิยามพฤติกรรมต้องสงสัย (Suspicious Transaction): กำหนดรูปแบบพฤติกรรมทางการเงินต้องสงสัยไว้ 24 แพทเทิร์น เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบ ตรวจจับ และอายัดบัญชีได้ทันท่วงที เช่น การโอนเงินเลขตัวกลมช่วงกลางคืนต่อเนื่อง
* ควบคุมการแปลงสภาพเป็นสินทรัพย์: การถอนทองคำออกจากบัญชีเกิน 2 กิโลกรัม (มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท) จะต้องมีการรายงานชื่อ ซึ่งช่วยให้จำนวนทองคำที่ถอนออกจากการซื้อผ่านแอปพลิเคชันลดลงกว่า 70% นอกจากนี้ยังรวมถึงการจำกัดการแปลงเป็นธนบัตรดอลลาร์ และการตรวจสอบการเทรด USDT ที่ผิดปกติ
นอกจากนี้ ธปท. ยังได้ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและสมาคมพันธมิตรในภาคการเงินรวม 11 สมาคม ประกาศเจตจำนงร่วมกันในการยกระดับภาคการเงิน ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือ หรือช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย
นายวิทัยกล่าวสรุปว่า “เรื่องเงินเทก็ดี เรื่องคอร์รัปชันก็ดี มีอยู่กับเมืองไทยมานาน ไม่ใช่เพิ่งขึ้นมาในยุคนี้ มีต่อเนื่องมาหลายสิบปีมาก แต่ถ้าเราไม่ช่วยกันแก้ไข ปัญหาเหล่านี้มันจะเกาะกินอยู่กับประเทศไทย มันไปไหนต่อไม่ได้ เราสร้างคอขวด สร้างปัญหา สร้างความยากลำบาก เพื่อทำให้เงินเทโอก็ดี คอร์รัปชันก็ดี ลดลงจากเมืองไทยให้ได้มากที่สุด”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ธอส. ปรับลดดอกเบี้ยเงิน 0.25% ขานรับแบงก์ชาติ

