“อนุทิน” เปิดโรงงานอัจฉริยะ Infineon สมุทรปราการ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์
ณ บริษัท Infineon Technologies Manufacturing (ประเทศไทย) จังหวัดสมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิดฐานการผลิตแห่งใหม่ของ บริษัท Infineon Technologies Manufacturing (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อรองรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กำลัง (Power Semiconductor) และโมดูลกำลัง (Power Module) ขั้นสูง
โดยมี นายอเล็กซานเดอร์ กอร์สกี้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Infineon Technologies และนายมิชาเอล ไรเฟินชทูล เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โรงงานแห่งใหม่นี้ได้รับการพัฒนาเป็น “โรงงานอัจฉริยะ” (Smart Factory) ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลระดับสูง มุ่งเน้นขีดความสามารถด้านการผลิตขั้นปลาย (Advanced Back-end Manufacturing) ครอบคลุมการประกอบ ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตโมดูลกำลัง และการทดสอบเวเฟอร์ (Wafer Testing) ในห้องคลีนรูม
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบพลังงานหมุนเวียน ดาต้าเซ็นเตอร์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิมไปสู่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก พร้อมทั้งคาดว่าจะยกระดับการจ้างงานบุคลากรทักษะสูงในไทยจากปัจจุบัน 350 คน เพิ่มเป็นประมาณ 1,000 คน เมื่อเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเต็มรูปแบบ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีระดับสูง
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดี พร้อมระบุว่า โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างไทยและเยอรมนี ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมโยงสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก โดยเฉพาะการเชื่อมต่อฐานการผลิตขั้นปลายที่มีความยืดหยุ่นเข้ากับโรงงานผลิตชิปชั้นนำในยุโรป
นอกจากนี้ การเปิดโรงงานดังกล่าวสอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (ค.ศ. 2050) เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “Made in Thailand” ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นส่งเสริมกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่ Power Semiconductor, Sensor และ Photonics ผ่านกลไก “Thailand FastPass” เพื่อเร่งรัดและอำนวยความสะดวกในการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ชื่นชม Infineon ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านการปรับปรุงวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) และใบอนุญาตทำงาน เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ยั่งยืน และหวังให้ Infineon พิจารณาขยายกิจกรรมมูลค่าสูงและกิจกรรมต้นน้ำในประเทศไทยเพิ่มเติมในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “อนุทิน” แจงประกันภัยพิบัติ เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 69 น้ำท่วมก่อนหน้าเยียวยาตาม พ.ร.บ.ฯ


