“คลัง” แย้มลดภาษีน้ำมัน E20 พยุงค่าครองชีพ ยึดวินัยคลังเคร่งครัด
วันนี้ (21 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมในการนำมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันมาใช้ เพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ หลังสถานการณ์ราคาพลังงานทั่วโลกส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ หากมีการนำมาตรการลดภาษีมาใช้ จะพิจารณาให้ความสำคัญกับน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลจากอ้อยหรือมันสำปะหลัง โดยเฉพาะน้ำมัน E20 รวมถึงไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม เพื่อให้มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรภายในประเทศ
นายเอกนิติ กล่าวว่า การลดภาษีน้ำมันจะต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด โดยหากมีการนำมาใช้ คาดว่าจะเป็นในปีงบประมาณ 2570 แต่จะต้องประเมินพื้นที่ทางการคลัง หรือช่องว่างทางการคลังอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้มาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานกลายเป็นปัจจัยที่สร้างปัญหาทางการคลังในอนาคต
“ต้องดูพื้นที่ทางการคลังด้วย เพราะไม่ต้องการให้การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต” นายเอกนิติ กล่าว
สำหรับการดูแลราคาพลังงาน รัฐบาลมีเครื่องมือสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1. การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการพยุงราคาน้ำมัน 2. การขอความร่วมมือจากโรงกลั่นในการลดค่าการกลั่น เพื่อนำมาช่วยลดราคาน้ำมันให้ประชาชน และ 3. การใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลยังไม่ได้ใช้เครื่องมือดังกล่าว เนื่องจากการลดภาษีจะทำให้รายได้ภาครัฐลดลง ขณะที่รายจ่ายของรัฐบาลยังอยู่ในระดับสูง และหากรายได้หายไป รัฐบาลอาจต้องกู้เงินเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เครื่องมือแรกอย่างกองทุนน้ำมันเริ่มมีข้อจำกัด รัฐบาลจึงอยู่ระหว่างการพิจารณานำมาตรการลดภาษีสรรพสามิตเข้ามาเสริมในจังหวะที่เหมาะสม เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานให้กับประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยการคลัง โดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการด้านพลังงานและการคลังของไทย ดังนั้น การดำเนินมาตรการต่างๆ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ
นอกจากนี้ ในวันอังคารที่ 22 ก.ย.นี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ
“รัฐบาลจะประเมินช่องว่างทางการคลัง หรือ Fiscal Space สำหรับปีงบประมาณหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “กรณ์” เห็นต่าง ขยายไทยช่วยไทยพลัส แนะลดภาษีน้ำมัน ช่วยประชาชนได้เกือบครึ่งปี

