สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 4 ก.ค. 69
1.สรุปสถานการณ์น้ำ และสถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ (104 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครพนม (150 มม.) ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (72 มม.) ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี (100 มม.) ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (70 มม.) และ ภาคใต้ จ.ระนอง (81 มม.)
2. วันนี้: ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อน “ไมสัก” (MAYSAK) ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
คาดการณ์:”ช่วงวันที่ 6 – 9 ก.ค. 69 บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนลดลงเนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง
3. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม: ปริมาณน้ำรวม: 55% ของความจุเก็บกัก 44,130 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 35% (20,017 ล้าน ลบ.ม.)
4. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค:
ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 14,541 ล้าน ลบ.ม. (53%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 5,301 ล้าน ลบ.ม. (44%)
ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 551 ล้าน ลบ.ม. (28%)
ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 1,117 ล้าน ลบ.ม. (35%)
ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 17,959 ล้าน ลบ.ม. (63%)
ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 4,661 ล้าน ลบ.ม. (61%)
5. ประกาศแจ้งเตือน : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 69 บริเวณจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน พะเยา หนองคาย บึงกาฬ จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล
6. ข่าวประชาสัมพันธ์
สทนช. ประสานความร่วมมือกับ ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนรายวันทั่วประเทศ หลังพายุโซนร้อน “ไมสัก” ส่งผลกระทบทางอ้อมทำให้ไทยมีฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระหว่างวันที่ 3–6 ก.ค. 2569 ซึ่งจะใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนผ่านมือถือทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศที่มีปริมาณน้ำรวมร้อยละ 55 โดยปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมเพื่อรองรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝนนี้ พร้อมทั้งสำรองน้ำไว้ใช้รับมือสภาวะเอลนีโญและปัญหาฝนทิ้งช่วง เพื่อลดความเสี่ยงทั้งภัยแล้งและอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 3 ก.ค. 69

