สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 28 ม.ค. 69
1. สรุปสถานการณ์น้ำ และสภาพอากาศวันนี้ : ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนสำหรับภาคใต้มีฝนน้อย แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง
คาดการณ์ : ในวันที่ 29 – 31 ม.ค. 69 ประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน
2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 82% ของความจุเก็บกัก (65,556 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 72% (41,436 ล้าน ลบ.ม.)
3. คุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวัง แม่น้ำสายหลัก : น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน น้ำเพื่อการเกษตร แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
4. ข่าวประชาสัมพันธ์ : เมื่อวันที่ 26 ม.ค.69 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงาน ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานประชุมเพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกับการประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ณ อาคารสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยในช่วงแรกของการประชุม กฟผ. ได้นำเสนอโครงการสำคัญที่ต้องการขับเคลื่อนในระยะ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี และนำเสนองานศึกษาวิจัย เช่น งานวิจัยการบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนในลุ่มน้ำน่านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โครงการวิจัยระบบอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินการคาดการณ์สถานการณ์น้ำของเขื่อน กฟผ. ในลุ่มน้ำชี-มูล แบบบูรณาการ ในการนี้ สทนช. และ กฟผ. ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการ Floating Solar (FPV) ร่วมกับกรมชลประทาน โดยพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาในเขื่อนแต่ละแห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยมีความคุ้มค่าในการลงทุนและไม่ติดข้อจำกัดทางกายภาพของเขื่อน การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการลุ่มน้ำชี – มูล นอกจากนี้ สทนช. ยังได้ขอข้อมูลจาก กฟผ. เกี่ยวกับผลการศึกษาผลกระทบกรณีการสร้างเขื่อนภูงอยบนลำน้ำโขงเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของฝ่ายไทยในเวทีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC)
จากนั้น กปน. ได้นำเสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานระบบประปาของการประปานครหลวง ระบบสูบส่ง-สูบจ่ายน้ำของการประปานครหลวง แผนงานโครงการสำคัญในระยะ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี รวมทั้ง การดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ในการนี้ สทนช. และ กปน. ได้หารือถึงแนวทางการลดอัตราน้ำสูญเสียในระบบซึ่งจะต้องคุ้มค่าในการลงทุน แนวทางแก้ไขปัญหาน้ำเค็มโดยดำเนินการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย สทนช. จะดำเนินการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ป่าต้นน้ำจนถึงพื้นที่ท้ายน้ำ และ กปภ. จัดทำแนวทางเตรียมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น
ในช่วงท้าย กปภ. ได้นำเสนอโครงการสำคัญที่ต้องการขับเคลื่อน เช่น แผนงานก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาในปี 2570 – 2575 การดำเนินงานตามแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี แผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การดำเนินการตามมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2568/2569 เป็นต้น ในการนี้ สทนช. และ กปภ. ได้ร่วมหารือแนวทางการจัดการระบบประปาในสภาวะวิกฤติซึ่งต้องบูรณาการเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงาน โดย สทนช. ยังได้ขอข้อมูลแผนการจัดการระบบประปาในพื้นที่เกิดอุทกภัย ได้แก่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.เชียงราย พร้อมปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างสำหรับพื้นที่อื่นๆ นอกจากนี้ สทนช. และ กปภ. จะร่วมกันจัดทำแผนการขับเคลื่อนระบบประปาส่วนภูมิภาคให้มีความทั่วถึง มีคุณภาพ และยั่งยืนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 27 ม.ค. 69


