บลจ.กสิกรไทย ปล่อยเทอมฟันด์ส่งท้ายซัมเมอร์
![](https://aec10news.com/wp-content/uploads/2019/10/185aee0183792f6e5ff0626fc0762c4d_XL.jpg)
บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอายุโครงการ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี ชูโอกาสรับผลตอบแทน 1.60% – 2.00% ต่อปี เปิดขาย 30 เม.ย. – 7 พ.ค.นี้
นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย เปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3 เดือน BU (KFF3MBU) ประมาณการผลตอบแทนไว้ที่ 1.60% ต่อปี กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน GT (KFF6MGT) ประมาณการผลตอบแทนไว้ที่ 1.80% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี GE (KFF1YGE) ประมาณการผลตอบแทนไว้ที่ 2.00% ต่อปี โดยทั้ง 3 กองทุนเปิดเสนอขายในระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 7 พ.ค. 62
เบื้องต้นคาดว่ากองทุน KFF3MBU กองทุน KFF6MGT และกองทุน KFF1YGE จะเข้าไปลงทุนในเงินฝาก China Construction Bank และเงินฝาก Agricultural Bank of China, ประเทศจีน รวมถึงเงินฝาก AI Khalij Commercial Bank เงินฝาก Commercial Bank of Qatar และบัตรเงินฝาก Qatar National Bank, ประเทศกาตาร์ นอกจากนี้ยังมีเงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia, ประเทศอินโดนีเซีย โดยทั้ง 3 กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 500 บาท
ภาวะตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศในสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงทุกช่วงอายุ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี และ อายุ 10 ปี ลดลง 5 bps มาอยู่ที่ระดับ 2.32% และ 2.52% ตามลำดับ ทั้งนี้ ตลาดยังคงติดตามแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ในปีนี้ หลังจากเฟดลดความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่งผลให้ธนาคารกลางอื่นๆ ส่วนใหญ่ลดแนวโน้มการเข้มงวดนโยบายการเงินเช่นกัน สำหรับเศรษฐกิจจีนชะลอตัวภายใต้กรอบที่วางไว้ของรัฐบาล โดยมีการปรับลดเป้าการเติบโตในปีนี้ลงมาที่ 6 – 6.5% พร้อมส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมทั้งด้านการเงินและการคลัง เพื่อมุ่งกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความกังวลจากประเด็นสงครามการค้าเริ่มลดลงในระยะสั้น เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะได้ข้อสรุปมากขึ้น แต่คาดว่ายังคงต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน