ข่าวเด่น เย็นนี้ 8 ต.ค.2567

ข่าวเด่น เย็นนี้ จับตา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 8 ต.ค. 2567 รวมทั้งเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 44 – 45 พร้อมทั้งการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 9 – 11 ต.ค. 2567 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ตามคำเชิญของนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ซึ่งการเยือน สปป. ลาว ครั้งนี้ จะเป็นการเยือนต่างประเทศ ในฐานะผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี

เรื่องที่ 5,202 แพทองธาร มีกำหนดพบหารือกับนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว และนายไซสมพอน พมวิหาน ประธานสภาแห่งชาติ สปป. ลาว รวมทั้งเข้าเยี่ยมคารวะนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาว เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างไทย – ลาว โดยเฉพาะความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติด การหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ หมอกควันข้ามแดน การบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขง การเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมความกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ
จากนั้นระหว่างวันที่ 9 – 11 ต.ค. 2567 มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 44 – 45 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง สปป. ลาว ในฐานะประธานอาเซียนในปี 2567 เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “อาเซียน: เพิ่มทวีความเชื่อมโยงและความเข้มแข็งในอาเซียน” (ASEAN: Enhancing Connectivity and Resilience)
ครั้งนี้เป็นการเข้าร่วมประชุมในกรอบอาเซียนครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี โดยนอกจากการเข้าร่วมประชุมหารือระหว่างผู้นำอาเซียนด้วยกันแล้ว ยังมีการประชุมหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา ได้แก่ จีน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา และแคนาดา รวมทั้งสหประชาชาติ เพื่อร่วมหารือในประเด็นสำคัญต่าง ๆ อาทิ การเสริมสร้างประชาคมอาเซียน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับภาคีภายนอก และสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สำคัญ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดเข้าร่วมการหารือกับผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ สมัชชารัฐสภาอาเซียน สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน และเยาวชนอาเซียน รวมทั้งการประชุม Asia Zero Emission Community Leaders’ Meeting ครั้งที่ 2 และมีกำหนดหารือทวิภาคีกับผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

เรื่องที่ 5,203 เรียกว่าพีคสุดๆสำหรับข่าวจากกระทรวงพลังงานล่าสุด เริ่มต้นจากการที่พี่บอล “วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู” รองปลัดกระทรวงพลังงานป้ายแดง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ออกมาระบุว่า สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันจากพื้นที่ตะวันออกกลาง
โดยบอกว่ากระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเด็นไฮไลท์ที่สำคัญก็คือ กระทรวงพลังงานจะบริหารดูแลราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ให้เกิดความผันผวนมากนัก
จากการใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก ซึ่งสถานภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มมีสภาพคล่องมากขึ้น มีการติดลบลดลง จึงขอให้ประชาชนอย่าวิตกต่อสถานการณ์ สร้างความสบายใจให้กับประชาชนไปได้แล้วระดับหนึ่ง
แต่หลังจากนั้นไม่นานเวลา 18.30 น. ปตท. และบางจากประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์เพิ่ม 40 สตางค์ สวนทางกับนโยบายของท่านรองปลัดเสียอย่างนั้น ประชาชนอย่างพวกเราก็ได้แต่หันหน้ามองกันแล้วพูดได้แค่ว่า “อิหยังหว่า”

เรื่องนี้ 5,204 ล่าสุด พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ก็ได้ข้อสรุปจาก สศค.เสียที หลังเปิดและปิดประชาพิจารณ์ไปแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมา “ผอ.โป๊ะ-พรชัย ฐีรเวช” ระบุว่า กระทรวงการคลังจะเปลี่ยนชื่อร่าง พ.ร.บ.ใหม่ เป็น “สถานประกอบการท่องเที่ยวครบวงจร” Integrated Resort Act เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ในเชิงบวกต่อโครงการ
โดยมี 5 จังหวัดที่มีความเป็นไปได้ในการเป็นสถานประกอบการท่องเที่ยวครบวงจร ที่มีกาสิโน ประกอบ ด้วย ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง หัวหิน และกทม. และที่สำคัญ ยังมี 10 กิจกรรมท่องเที่ยว ตั้งแต่ดังนี้ 1.ห้างสรรพสินค้า 2.โรงแรม 3.ร้านอาหาร ไนท์คลับ ดิสโกเธค ผับ หรือบาร์ 4.สนามกีฬา 5.ยอร์ช และครูซซิ่งคลับ 6.สถานที่เล่นเกม 7.สระว่ายน้ำและสวนน้ำ 8.สวนสนุก 9.พื้นที่สำหรับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้า OTOP และ10 .กิจการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนด
พร้อมทั้งเสนอเก็บค่าหัวคนไทยเข้าไปเล่นการพนัน 1-2 พันบาทต่อราย!! อีกด้วยครับ

เรื่องที่ 5,205 เที่ยวไทยคึกครื้นสุด ๆ 9 เดือนมานี้ ยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทยทะลัก น่าปลื้มใจยิ่งนัก โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-6 ต.ค. 67 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมทั้งสิ้น 26.6 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1.24 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 5,388,047 คน มาเลเซีย 3,820,087 คน อินเดีย 1,568,430 คน เกาหลีใต้ 1,416,015 คน และรัสเซีย 1,181,442 คน พี่ใหญ่ประเทศจีนก็ยังคงครองแชมป์เข้าไทยมากสุดเป็นอันดับ 1 ตลอด ไม่ตกหล่นไปไหนเลยนะขอรับ
สรุปข่าวเด่นต่างประเทศ

เรื่องที่ 5,206 กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในวันนี้ (8 ต.ค.) บ่งชี้ว่า บัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นเกินดุล 3.8 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนส.ค. ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนส.ค. เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินเยนได้กระตุ้นให้มีการจ่ายเงินปันผลจากบริษัทในเครือในต่างประเทศให้กับบริษัทญี่ปุ่น โดยตัวเลขดังกล่าวถือเป็นตัวเลขเกินดุลเป็นเดือนที่ 19 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า รายได้หลักซึ่งรวมถึงเงินปันผลและรายได้จากดอกเบี้ยที่สะท้อนผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ มียอดเกินดุล 4.7 ล้านล้านเยน แม้ว่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ยอดขายในต่างประเทศแข็งแกร่งในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ยานยนต์ แต่ดุลการค้าสินค้ากลับขาดดุล 3.779 แสนล้านเยน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการนำเข้าสมาร์ตโฟนและยาที่เพิ่มขึ้น

เรื่องที่ 5,207 ธนาคารกลางโลกคาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนจะอ่อนแอลงอีกในปี 2568 แม้รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราวเมื่อไม่นานมานี้ก็ตาม ซึ่งความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนจะส่งผลให้เศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียชะลอตัวลงอย่างมาก
ธนาคารโลกระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรอบครึ่งปีในวันนี้ (8 ต.ค.) ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอลงแตะระดับ 4.3% ในปี 2568 จากระดับของปี 2567 ที่คาดว่าจะขยายตัว 4.8% ซึ่งจะส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ด้วยนั้น ชะลอตัวลงแตะระดับ 4.4% ในปี 2568 จากระดับ 4.8% ในปีนี้

เรื่องที่ 5,208 ธนาคารกลางจีน (PBOC) ไม่ได้ซื้อทองคำเข้าสู่ระบบทุนสำรองติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ในเดือนก.ย. โดยเหตุผลหลักมาจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งข้อมูลของธนาคารกลางจีนที่มีการเผยแพร่เมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) ระบุว่า จีนยังคงถือครองทองคำที่ระดับ 72.8 ล้านออนซ์ ณ สิ้นเดือนก.ย. อย่างไรก็ดี มูลค่าทองคำที่จีนถืออยู่ในระบบทุนสำรองนั้น เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.9147 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับ 1.8298 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนส.ค.
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นประมาณ 28% และมีแนวโน้มที่จะพุ่งขึ้นรายปีแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 14 ปี โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ

เรื่องที่ 5,209 ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ผู้นำเกาหลีใต้ประกาศว่า เกาหลีใต้ได้ตกลงกับสิงคโปร์ที่จะร่วมมือเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์กันในปีหน้า ซึ่งจะตรงกับวันครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศ โดยระหว่างการเยือนสิงคโปร์เพื่อประชุมสุดยอดกับ ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์นั้น ปธน.ยุนได้กล่าวสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ว่า ทั้งเกาหลีใต้และสิงคโปร์จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในด้านต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสตาร์ตอัป อีกทั้งพวกเขายังได้ลงนามสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทางด้านกฎหมายของพวกเขาอีกด้วย
ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะสเตรตส์ไทม์ (The Straits Times) ปธน.ยุนกล่าวว่า เกาหลีใต้จะเข้าร่วมการซ้อมรบกับอาเซียน และเพิ่มความร่วมมือในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกจากนี้ เกาหลีใต้จะร่วมทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาภัยคุกคามใหม่ ๆ เช่น อาชญากรรมทางไซเบอร์และอาชญากรรมข้ามชาติด้วย
โดยนพวัชร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สลาก N3 ขายวันแรก 17 ต.ค.นี้