ข่าวเด่น ข่าวดัง ประจำวันที่ 31ต.ค.-1พ.ย.2564

“ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลล่าสุดมีความน่าสนใจ โดยเมื่อถามประชาชนว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ประชาชนคิดว่าพรรคใดจะได้รับเลือกตั้งมากที่สุด อันดับ1 เพื่อไทย 32.94% อันดับ2 ก้าวไกล 25.21% อันดับ3 พลังประชารัฐ 24.61% อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 6.18% และอันดับ5 ภูมิใจไทย 4.28%”
เรื่องที่ 431 สวนดุสิตโพล ถามอีกว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ1 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 28.67% อันดับ2 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 21.27% อันดับ3 สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 19.35% อันดับ4 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 8.84% และอันดับ 5 พจมาน ดามาพงศ์ 6.09%
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีคะแนนความนิยม มาเป็นอันดับ 1 นำหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ผลโพลนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะกุมอำนาจอยู่ ในบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศอยู่ในช่วงนี้ แต่คะแนนความนิยมกลับสู้ฝ่ายค้าน ซึ่งยังไม่ได้โชว์ผลงาน ผลบทบาทด้านการบริหารเลยแม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำ เมื่อไปดูผลสำรวจความนิยมต่อพรรคการเมือง พบว่าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลในเวลานี้ มีคะแนนความนิยมมาเป็นอันดับ 3 โดยอันดับ 1 เป็นของพรรคเพื่อไทย ส่วนอันดับ 2 ได้แก่พรรคก้าวไกล สะท้อนว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้รับความนิยมในสายตาของประชาชน
เรื่องที่ 432 บ้านเรา วันนี้ (1 พ.ย.) จะมีหลายปรากฏการณ์เกิดขึ้นซ้อนกัน ถูกโฟกัสมากสุด คงไม่พ้นเรื่องเปิดประเทศ ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น ที่เป็นกังวลว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะนำเข้าเชื้อโควิดฯ มาสู่คนในบ้านเรา แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเองเขาก็กลัวว่าจะมาติดเชื้อโควิด จากบ้านเราด้วยที่หวังๆ กันไว้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาบ้านเราเท่านั้น เท่านี้ ของจริง! คงไม่สูงแน่ๆ เหตุเพราะข่าวสารบ้านเรา เรื่องการระบาดของเชื้อโควิดฯ ทั้งที่เชียงใหม่และหลายจังหวัดของภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพฯ ที่ยังมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่และคนตายวันละหลายคนอยู่ ปมปัญหาเหล่านี้ ขณะที่เพื่อนบ้านของไทย (รักเรามากๆ ขอบอก) ช่วยกันประ โคมข่าวไปไกลกว่าความเป็นจริงเยอะแล้ว
เรื่องอนุญาตให้มีการนั่งดื่มกินที่ร้านอาหารไม่เกิน 3 ทุ่มเป็นอีกปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันเดียวกัน รวมถึงเงินก้อนใหม่ 1,500 บาทของโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ช่วงที่ 3 ซี่งรัฐบาลจะโอนเข้าบัญชีเป๋าตังไว้ตั้งแต่เช้ามืดเลย ระหว่างที่เงินทองหายากในภาวะเช่นนี้ คงไม่เฉพาะที่ระมัดระวังเรื่องเชื้อโควิดฯ แต่ยังระวังไวล้วงลงกระเป๋าตังด้วย ล้วงบ่อยใช้เยอะจะลำบาก แม้รัฐบาลจะเปิดประเทศ แต่หากนักท่องเที่ยวถูกบล็อกตั้งแต่ต้นทาง เช่นที่ทางการจีนทำกับคนจีน ลูกค้ารายใหญ่ของการท่องเที่ยวไทยล่ะก็ บรรยากาศท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นบ้านเรา คงได้เห็นแต่ “นักท่องเที่ยวผมดำ” แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาเที่ยวกันเอง ฉะนั้นอย่าได้หวังว่าเศรษฐกิจช่วง 2 เดือนสุดท้ายจะคึกคัก ทำใจไว้ได้เลย ขนาดหน่วยงานหาเงินของชาติอย่างกระทรวงการคลังมีหัวเรือชื่อ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ยังแอบทำใจไว้ล่วงหน้าเลย ประ สาอะไรกับคนหาเงินประเภท “หาเช้ากินค่ำ”

กลายเป็นว่า เปิดประเทศรอบใหม่นี้ มีแต่ภาพ “คนต่างด้าว” ถูกจับกุมตัวนับร้อยๆ คน บริเวณแนวตะเข็บพรมแดนเพื่อนบ้านรายรอบไทย นึกถึงใจเขาใจเรา คนเหล่านี้ต้องหนีภัยร้าย ทั้งจากสงครามกลางเมืองและสงครามโควิดฯ ด้วยหวังจะหาดินแดนที่ปลอยภัยกว่า พักพิงช่วยคราว! คิดๆ ก็ให้สงสาร แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกองทัพ สตช. โดยเฉพาะ ตชด. ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อยไปจนถึงหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องแสดงจุดยืน “ดูแลคนในประเทศ” และนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นลำดับแรกก่อน อย่างที่เตือนๆ กันไว้ ลำพังนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออกผ่านสนามบินของไทย ไม่น่าห่วงอะไร กลัวก็แต่นักท่องทุ่งลุยป่า ข้ามลำน้ำ ผ่านพรมแดน “หนีเข้าเมือง” มากกว่า โอกาสจะ “นำเข้าโควิดฯ” สายพันธุ์แปลกใหม่ ย่อมมีสูง คุณธรรมนั่นเรื่องหนึ่ง แต่คุณไม่ทำ แล้วปล่อยให้มีการลักลอบขน “คนต่างด้าว” เข้าเมือง อันนี้ต้องประณามให้หนัก แล้วก็ลากคอมาลงทัณฑ์ให้สาสมความผิดด้วย
แวะมาติดตามเรื่องสภาพอากาศกันหน่อย เรื่องที่ 433 “พี่โจ-ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา คุยเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ ช่วงนี้หนาวๆ ร้อนๆ วูบวาบ บอกไม่ถูก เมื่อนักวิชาการบวกวิชาเกินระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญมรสุมลูกใหญ่ พัดถล่มพร้อมกับข่าวพาดหัวตัวโตปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ถึงขั้นเตือนประชาชนให้ระวังภัยน้ำท่วมตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคกลาง “พี่โจ้” ก็ได้แต่ชี้แจง อย่าเพิ่งตกใจหลงเชื่อข่าวลือ “เขาเล่าอ้าง” ขอให้ใจเย็นๆ ฟังกรมอุตุฯ ก่อนแล้วค่อย “ตื่นตูม” กรมอุตุฯ มีอุปกรณ์เครื่องมือทันสมัย มีเจ้าหน้าที่เก่งๆ มือฉมังอยู่เยอะ พยากรณ์อากาศแม่นอย่างจับวาง “หมาเหล่า” ล่าสุดกลายเป็น “หมาเห่า” กลับตาลปัตร ที่ว่าจะทบไทยขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่นดินแดนซามูไร เป็นคนละเรื่องเดียวกันไปแล้ว

แต่ไม่เป็นไร “พี่โจ” คือ “พี่โจ” เรื่องเก่าเราไม่เอาความ แต่เรื่องใหม่จากนี้ไป ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ต้นเดือนพ.ย.นี้ จะหนาวมากและหนาวนานหรือไม่ ปีนี้มีโอกกาสสัมผัสได้ครับ หลังจากกลางเดือนพ.ย. พวกเราเตรียมเอาเสื้อหนาวมาใส่ได้เลย ส่วนพี่น้องชาวใต้ ปีนี้ ฝนจะมาเยอะและมานาน ขอให้ระวังเรื่องน้ำท่วมเอาไว้ด้วยจนถึงสิ้นปีนี้
เรื่องที่ 434 เดินหน้าต่อไม่รอแล้วนะ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มุ่งหน้า “กว้านซื้อหุ้น” ธุรกิจด้ายพลังงานต่อเนื่อง ล่าสุดได้ไปฮุบหุ้น โรงไฟฟ้า บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) จาก “กลุ่มสหพัฒน์” ในสัดส่วนร้อยละ 51 มูลค่ารวม 3,413 ล้านบาท (คิดเป็นราคา 5.75 บาทต่อหุ้น) “ชูศรี เกียรติขจรกุล” CEO ราช กรุ๊ป บอก แนวโน้มความต้องการไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมเชื่อว่าจะเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนลูกค้าของสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ เพื่อ รองรับการเปลี่ยนผ่านของระบบจำหน่ายไฟฟ้าไปสู่สมาร์ทกริด หรือไมโครกริด ต่อไป..

ด้าน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ส่งบริษัทร่วมทุน “ยูนิเวนเจอร์ บีจีพี” เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท อีสเทอร์น โคเจนเนอเรชั่น จำกัด หรือ E-COGEN ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 3 โครงการ กำลังการผลิต 360 เมกะวัตต์ “ฮาราลด์ ลิงค์” ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บอก ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 50 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 2,894 เมกะวัตต์ ไว้ว่า ปี 2568 จะซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 7,200 เมกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 รายได้ที่วางไว้คราวๆก็ประมาณ กว่า 100,000 ล้านบาทไทย และยังหวังเป็นผู้นำด้านบริษัทผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าชั้นนำของโลกอีกด้วย..เยี่ยมจริงๆ
สินค้าถูกปลอมแปลง ลอกเลียนแบบ หรือภาษาบ้านๆก็คือ “ของก๊อป” นับวันยิ่งสร้างปัญหา ให้กับผู้ประกอบการเจ้าของสินค้าเป็นอย่างมาก เรื่องที่ 435 ขณะนี้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้าง สรรค์ (องค์การมหาชน) และบริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดสัมมนาออนไลน์เรื่อง Thailand Anti-Counterfeiting Forum 2021 “สร้างโอกาส พัฒนา ต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมไทยกับการใช้เทคโนโลยี: ไร้การปลอมแปลง สร้างมูลค่าแบรนด์ และความผูกพันกับลูกค้า” ในวันที่ 5 พ.ย. 2564 เวลา 13.30-16.45 น. เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันสินค้าไทยถูกปลอมแปลง ลอกเลียนแบบ และสวมสิทธิ์ และช่วยต่อยอดการตลาดให้กับสินค้า งานนี้เข้าร่วมสัมมนาฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใด
เรื่องสุดท้ายก่อนพักสายตา ล่าสุด “พี่เขียว-มนัส แจ่มเวหา” อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง ไปรับเข็มเชิดชูเกียรติ ประเภทกิตติมศักดิ์จากสถาบันแพทย์ฉุกเฉิน โดย นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบให้เมื่อเร็วๆ นี้
โดย นพวัชร์